โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระองค์เจ้าเหมวดี พระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 ผู้ทรง “ย้ายบ้าน” มากที่สุด

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 08.00 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. เวลา 07.55 น.
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเหมวดี

พระองค์เจ้าเหมวดี พระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 ผู้ทรง “ย้ายบ้าน” มากที่สุด

คงไม่เกินความจริงนัก หากจะกล่าวว่า พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเหมวดี ทรงเป็นเจ้านายที่ทรง “ย้ายบ้าน” มากที่สุดก็ว่าได้ เพราะตลอดพระชนมชีพของพระองค์ ทรงย้ายที่ประทับกว่าสิบแห่ง ด้วยเหตุผลและความจำเป็นที่ต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา ทั้งพระองค์ยังเคยเสด็จไปถึงแอฟริกาอีกด้วย

พระองค์เจ้าเหมฯ เป็นพระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเหม อมาตยกุล เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2435 แรกประสูติรัชกาลที่ 5 พระราชทานนามว่า พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้ามัณฑนาภาวดี อย่างไรก็ตาม เมื่อพระองค์ทรงเจริญพระชันษา รัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เปลี่ยนพระนามพระราชธิดาเสียใหม่

หนังสือ “ในกำแพงแก้ว” (สำนักพิมพ์มติชน) ผลงานของศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ เล่าถึงเรื่องการเปลี่ยนพระนาม โดยอ้างอิงบันทึกของพระองค์เจ้าเหมฯ ว่า

“เมื่ออายุ 6 ขวบ ทูลกระหม่อมรับสั่งกับแม่ว่าจะให้เปลี่ยนชื่อ ก็ไม่ได้รับสั่งว่าพิธีใด เมื่อไร

ครั้นเดือนมกราคม มีพระราชพิธีรับพระสุพรรณบัฏ ทูลหม่อมเอียดเล็ก

วันที่ 8 มกราคม ร.ศ. 117 ข้าพเจ้าตามเสด็จออกตามเคย พอตอนทูลกระหม่อมสรงแล้วทรงเครื่องเห็นพราหมณ์เป่าสังข์แกว่งบัณเฑาะว์ 2 คน พระยาราชโกษา (หรุ่น วัชโรทัย) เชิญพานพระมหาสังข์ อาลักษณ์เชิญพานซองชื่อ ใครไม่ทราบเชิญของพระราชทานเข้ามา ทูลกระหม่อมรับสั่งให้พาข้าพเจ้าเข้าไปรับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์ ทรงเจิมพระราชทานของเป็นซองชื่อที่เปลี่ยน แลหีบ 1 ซึ่งมีจี้เป็นตัวหนังสือ จ.ป.ร. แก้ว บรรจุเส้นพระเจ้าในนั้น ตื่นเต้นแทบตาย…

คือในการที่จะเปลี่ยนชื่อนั้นไม่มีใครทราบเรื่องทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายใน ในขณะที่ทูลหม่อมเอียดเล็กยังแต่งพระองค์ที่ในพระที่นั่งจักรีเงียบกริบ อยู่ๆ ก็มีเสียงสังข์บัณเฑาะว์ดังขึ้น เจ้านายข้างในประทับท้องพระโรงก็ลุกขึ้นแอบดูทางพระทวารเจี๊ยวจ๊าวกัน…

…ความจริงการเปลี่ยนชื่อนี้ ก็มีคนตั้งปัญหาถามกันนักว่าเปลี่ยนทำไม ฯลฯ ก็ไม่มีใครตอบได้ตามความเข้าใจก็ท่านอยากเล่นให้คนประหลาดใจเท่านั้นเอง เจ้านายที่ทรงทราบก็มีแต่กรมฯ ดำรงองค์เดียว…”

เมื่อพระองค์เจ้าเหมฯ มีพระชันษา 10 ปี รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีโสกันต์ พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมเขตรมงคล (พระธิดาในสมเด็จฯ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช พระราชโสทรานุชาในรัชกาลที่ 5) ในวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2445 ณ พระที่นั่งดุสิต

พระองค์เจ้าเหมวดี พระบรมวงศ์ผู้ทรง “ย้ายบ้าน” มากที่สุด

อ. ธงทอง ผู้เขียน “ในกำแพงแก้ว” ยกเนื้อหาบางส่วนในสมุดพระประวัติพระองค์เจ้าเหมวดี ที่พิมพ์แจกคราวงานพระราชทานเพลิงพระศพของพระองค์ มาให้เห็นภาพการย้ายที่ประทับของพระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 พระองค์นี้ว่า

ตั้งแต่แรกประสูติกระทั่งทรงเจริญพระชันษา พระองค์เจ้าเหมฯ ประทับในพระบรมมหาราชวังมาโดยตลอด จวบจนเมื่อสมเด็จพระบรมชนกนาถมีพระราชดำริให้สร้าง “สวนดุสิต” (ต่อมา คือ พระราชวังดุสิต) และเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับ ณ วังสวนดุสิต พระองค์เจ้าเหมฯ ก็ตามเสด็จไปประทับ ณ พลับพลาสวนดุสิต และได้รับพระราชทานสวนหนังสือใหญ่เป็นที่พักของบรรดาข้าหลวง

จากนั้น ทรงย้ายจากพลับพลาไปประทับเก๋งจีน แล้วทรงย้ายไปพระที่นั่งวิมานเมฆ ซึ่งรัชกาลที่ 5 มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานสวนญี่ปุ่นให้เป็นที่ประทับพระองค์เจ้าเหมฯ แต่พระองค์ก็ยังทรงประทับ ณ พระที่นั่งวิมานเมฆ กระทั่งรัชกาลที่ 5 สวรรคต

หลังจากสิ้นสมเด็จพระบรมชนกนาถ พระองค์เจ้าเหมฯ เสด็จกลับไปประทับในพระบรมมหาราชวัง โดยประทับ ณ ตำหนักเดิม ตรงข้ามตำหนักเจ้าดารารัศมี พระราชชายา เมื่อพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 5 เสร็จสิ้น พระองค์จึงเสด็จกลับไปประทับ ณ สวนญี่ปุ่น ก่อนจะทรงย้ายไปประทับ ณ ตำหนักเกาะกวาง ในพระราชวังดุสิต

ภายหลังพระองค์เสด็จออกจากพระราชวังดุสิต ไปประทับ ณ วังสวนสุนันทา กระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 จึงตามเสด็จ สมเด็จฯ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี ไปประทับที่สงขลาอยู่ราว 2 เดือน แล้วตามเสด็จต่อไปยังชวา ประเทศอินโดนีเซีย

ที่ชวา พระองค์เจ้าเหมฯ ประทับ ณ ตำหนักดาหาปาตี ร่วมกับกรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี เมื่อกรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารีสิ้นพระชนม์ที่ชวาในเดือนมกราคม พ.ศ. 2478 พระองค์เจ้าเหมฯ ได้เสด็จตามพระศพกลับมาถวายพระเพลิงที่กรุงเทพฯ โดยประทับ ณ ตำหนักทิพย์ ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทรทิพยนิภา เพราะเป็นช่วงที่กำลังปลูกสร้างตำหนักทองที่สวนนอก อันเป็นที่พระราชทานในสมัยรัชกาลที่ 5 จนตำหนักทองสร้างเสร็จ พระองค์เจ้าเหมฯ จึงเสด็จไปขึ้นตำหนักใหม่

พระองค์ประทับ ณ ตำหนักทองได้เพียง 3 สัปดาห์ ก็เสด็จประพาสชวาเป็นครั้งที่ 2 คราวนี้เพื่อเตรียมพระองค์เสด็จประพาสแอฟริกา เมื่อเสด็จกลับจากแอฟริกาก็ประทับที่ชวาต่อจนถึง พ.ศ. 2481 แล้วจึงเสด็จกลับมาประทับ ณ ตำหนักทอง

พระองค์เจ้าเหมฯ ต้องทรงย้ายที่ประทับอีกครั้งคราวสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงนั้นพระองค์เสด็จไปประทับยังหัวหิน ณ บ้านสมประสงค์ และเมื่อทรงทราบข่าวว่าตำหนักทองถูกสะเก็ดระเบิดจนชำรุด พระองค์จึงทรงตัดสินพระทัยซื้อบ้านอรฉัตรเป็นที่ประทับถาวร (ตั้งตามชื่อ ม.ร.ว. อรฉัตร ซองทอง (ราชสกุลเดิม คือ ศุขสวัสดิ์) ธิดา ม.จ. กาญจนฉัตร พระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน เนื่องจากพระองค์เจ้าเหมฯ ทรงขอสัญญาว่า ถ้า ม.จ. กาญจนฉัตรมีพระธิดาจะทรงขอไปเลี้ยงเอง)

พระองค์เจ้าเหมฯ ประทับ ณ บ้านอรฉัตรนานกว่า 10 ปี จะมีเสด็จเข้ากรุงเทพฯ บ้างเป็นครั้งคราวในโอกาสสำคัญ เช่น พระราชพิธีต่างๆ ต่อมา พระองค์เจ้าอาทรทิพยนิภาทรงเห็นว่า พระองค์เจ้าเหมฯ ไม่ทรงมีที่ประทับอันสมควรในกรุงเทพฯ จึงกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์จากในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทั้ง 2 พระองค์มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างวังราชทัต และพระราชทานเป็นที่ประทับของพระองค์เจ้าเหมฯ

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเหมวดี สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. 2515 สิริพระชันษาราว 80 ปี นับเป็นพระบรมวงศ์ที่ทรงมีพระชันษายืนยาวถึง 5 แผ่นดิน และทรงย้ายที่ประทับกว่าสิบแห่ง สะท้อนถึงความเป็นผู้ไม่ยึดติด และพร้อมที่จะปรับพระองค์ให้เข้ากับบริบทแต่ละช่วงเวลาที่เปลี่ยนไป

อ่านเพิ่มเติม :

“16 มหาสาขา” จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ มีราชสกุลใดบ้าง พระองค์ใดเป็นต้นราชสกุล?

“2 พระราชธิดา” ในรัชกาลที่ 5 ที่ประสูติก่อนบรมราชาภิเษก มีพระองค์ใดบ้าง?

พระองค์เจ้าวาปีบุษบากร “ลูก” ในรัชกาลที่ 5 ผู้ทรงมีพระชันษายืนยาวที่สุด

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ธงทอง จันทรางศุ. ในกำแพงแก้ว. พิมพ์ครั้งที่ 3 (ฉบับปรับปรุงใหม่). กรุงเทพฯ: มติชน, 2566.

จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ ๑ มกราคม จุลศักราช ๑๒๖๕-๓๑ ธันวาคม จุลศักราช ๑๒๖๖ พุทธศักราช ๒๔๔๖-๑๔๔๗. กรมศิลปากร, 2527.

ประยอม ซองทอง. “หัวหินไม่สิ้นมนต์”. เข้าถึงเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2569.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระองค์เจ้าเหมวดี พระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 ผู้ทรง “ย้ายบ้าน” มากที่สุด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...