โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชงเพิ่มเงินชดเชยอีก 1.7 พันล้าน ชาวนาแห่ลงทะเบียน ‘ข้าวนาปี’ เกินเป้าหมาย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.พ. เวลา 09.03 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. เวลา 23.43 น.
ปราโมทย์ เจริญศิลป์

ที่ประชุมอนุฯนโยบายและบริหารข้าว เคาะเพิ่มวงเงินชดเชยปลูกข้าวนาปีอีก 1,792 ล้าน ชี้ชาวนาลงทะเบียนทะลักเกินเป้าหมาย ตั้งเรื่องรอท่า ครม.ใหม่ ส่วนข้าวนาปรังปี’69 คาดผลผลิตเพิ่ม มั่นใจน้ำเพียงพอรับมือ แถมราคาข้าวยังดี ข้าวขาวตันละ 6-7 พัน สูงกว่าต้นทุนที่ 4-5 พันต่อไร่

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 มีการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งมีนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบในหลักการวงเงินเพิ่มเติมโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69

ทั้งนี้ เดิมที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาอนุมัติเป้าหมายไว้ 4.63 ล้านครัวเรือน โดยจะให้ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ แต่พบว่ามีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนอย่างต่อเนื่องเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ จึงมีการขอวงเงินเพิ่มเติม 1,792.061 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงินอีก 233,729 ครัวเรือน ซึ่งเป็นเกษตรกรที่เป็นไปตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์โครงการ ทั้งนี้ ขอให้กรมการข้าวและกรมส่งเสริมการเกษตรไปทบทวนกระบวนการขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้รัดกุมและกระชับยิ่งขึ้น

“หลังจากที่ผ่านอนุกรรมการแล้วก็คงต้องรอเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ชุดใหม่ ซึ่งต้องรอให้มีการตั้งรัฐบาลให้เป็นที่เรียบร้อย โดยคาดหวังว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้โดยเร็วเพื่อที่จะดำเนินการนโยบายดูแลอุตสาหกรรมข้าวไทย รวมไปถึงพิจารณาอนุมัติวงเงินเพิ่มเติมให้ได้โดยเร็ว”

ส่วนภาพรวมผลผลิตข้าวนาปรังที่กำลังออกสู่ตลาดนั้นคาดว่า ข้าวนาปรังปี 2569 จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้น ส่วนปริมาณเท่าไรนั้นยังคาดการณ์ไม่ได้ แม้ปริมาณน้ำจะเพียงพอ แต่ก็ต้องติดตามว่าจะมีผลกระทบจากภัยธรรมชาติอื่นหรือไม่ ขณะที่ราคาข้าวในตอนนี้ยังคงดี โดยข้าวเปลือกขาวเฉลี่ยอยู่ที่ 6,000-7,000 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกหอมมะลิเฉลี่ยอยู่ที่ 15,000-16,000 บาทต่อตัน โดยรวมราคาข้าวสูงกว่าต้นทุนของชาวนาซึ่งอยู่ที่ 4,000-5,000 บาทต่อไร่

นายปราโมทย์กล่าวอีกว่า ภายหลังการเลือกตั้งก็คาดหวังว่ารัฐบาลจะเร่งเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว ขณะที่รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ หากเป็นรัฐมนตรีชุดเดิมที่ทำงานในปัจจุบัน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและเหมาะสม เพราะมีความรู้ความเข้าใจในอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรไทย ซึ่งจะทำให้นโยบายการดูแลสินค้าเกษตร รวมไปถึงการส่งเสริม การทำตลาดก็จะสามารถดำเนินการได้ต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี สิ่งที่เกษตรกรต้องการให้รัฐบาลเข้ามาดูแลและให้ความสำคัญสินค้าเกษตรไทย การดูแลต้นทุนการเพาะปลูก ไม่ว่าจะเป็นพืชสวน พืชไร่ พันธุ์ข้าว แหล่งน้ำ การส่งเสริมการตลาดเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตร เพื่อให้ชาวนาอยู่ได้เพราะต้องยอมรับว่าจากการติดตามนโยบายของพรรคการเมืองที่หาเสียงนโยบายการดูแลสินค้าเกษตรไทยยังไม่ชัดเจน ซึ่งก็คาดหวังให้มีความชัดเจนมากขึ้นหลังจากนี้

นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ได้แก่ 1) เห็นชอบในหลักการให้วงเงินเพิ่มเติมโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69

2) เห็นชอบในหลักการโครงการปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจอื่น เพื่อลดพื้นที่การปลูกข้าวในบริเวณที่ไม่เหมาะสม พร้อมสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกปาล์มน้ำมันแซมด้วยการปลูกข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และกล้วยหอม โดยที่ประชุมมอบหมายให้กรมการข้าวพิจารณาทบทวนรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงาน รวมถึงชนิดพืชให้สอดรับกับความต้องการแต่ละพื้นที่และทิศทางตลาด ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ ความคุ้มค่าในการลงทุนของพืชแต่ละชนิดอย่างรอบด้าน

3) เห็นชอบในหลักการโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวประณีต คุณภาพสูง เพิ่มมูลค่า โดยส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ 300,000 ตัน และข้าวคาร์บอนต่ำ 700,000 ตัน ตามวิธีการผลิตข้าวประณีต คุณภาพสูง โดยภาครัฐสนับสนุนเงินสมทบข้าวอินทรีย์ตันละ 600 บาท และข้าวคาร์บอนต่ำตันละ 500 บาท ทั้งนี้ ที่ประชุมมอบหมายให้กรมการข้าวจัดทำรายละเอียดโครงการตามข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการ โดยเฉพาะการกำหนดมาตรฐานการผลิต การพัฒนาระบบตรวจสอบรับรอง และการคัดเลือกชนิดพันธุ์ข้าวที่เหมาะสม พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายให้สัมฤทธิผลอย่างเป็นรูปธรรม

4) ทบทวนโครงการชดเชยการขาดทุนแก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2567/68 เนื่องจากสหกรณ์หลายแห่งประสบปัญหาขาดทุนจากการรับซื้อข้าวในราคานำตลาดเพื่อช่วยพยุงราคา เป็นวงเงิน 579 ล้านบาท โดยขอให้กรมส่งเสริมการเกษตรทบทวนข้อมูลและเกณฑ์ราคาที่ใช้คำนวณให้ชัดเจน 5) เห็นชอบการแต่งตั้งคณะทำงานโครงการส่งเสริมและพัฒนาระบบตลาดภายในสำหรับสินค้าเกษตร โดยรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้านกลุ่มภารกิจด้านพัฒนาการผลิต เป็นประธาน เพื่อให้สามารถพิจารณาจัดสรรโควตาส่งออกข้าวขาวไป EU ได้อย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชงเพิ่มเงินชดเชยอีก 1.7 พันล้าน ชาวนาแห่ลงทะเบียน ‘ข้าวนาปี’ เกินเป้าหมาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...