บีโอไอ เคาะส่งเสริมลงทุน เวสเทิร์น ดิจิตอล วิจัย-พัฒนาฮาร์ดดิสก์ 2,300 ล้าน
The Bangkok Insight
อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 08.42 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. เวลา 08.42 น. • The Bangkok Insightบีโอไอ อนุมัติ เวสเทิร์น ดิจิตอล ยกระดับศักยภาพการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ 2,300 ล้านบาท เพิ่มความจุสูงถึง 100 TB ภายในปี 2572
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอ ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของ บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี HAMR (Heat-Assisted Magnetic Recording) เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) มูลค่าเงินลงทุนกว่า 2,300 ล้านบาท
ทั้งนี้ ตั้งเป้าจะเพิ่มความจุในการจัดเก็บข้อมูลใน HDD 1 หน่วย จากปัจจุบัน 32 TB ให้ได้สูงถึง 100 TB ภายในปี 2572 พร้อมเพิ่มความเสถียรและความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูล เพื่อรองรับมาตรฐานขั้นสูงและความต้องการของอุตสาหกรรม Data Center และ AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญครั้งนี้ จะเป็นความร่วมมือ 3 ประเทศ คือ สหรัฐ ญี่ปุ่น และไทย
ในส่วนของประเทศไทยจะเน้นการวิจัยและพัฒนาชิ้นส่วนและกระบวนการบันทึกข้อมูลด้วยเลเซอร์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเทคโนโลยี HAMR ซึ่งบริษัทคาดว่าโครงการนี้จะนำไปสู่การขยายการลงทุน HAMR HDD เพิ่มเติมในไทยครั้งใหญ่อีกหลายหมื่นล้านบาท
สำหรับ เวสเทิร์น ดิจิตอล ยกให้ประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตหลักที่สำคัญที่สุดของบริษัท และมีการลงทุนต่อเนื่องในประเทศไทยมายาวนานตั้งแต่ปี 2540 ด้วยการตั้งโรงงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปราจีนบุรี มีการจ้างงานบุคลากรไทยมากกว่า 2 หมื่นคน รวมมูลค่าเงินลงทุนสะสมในไทยกว่า 1.2 แสนล้านบาท และมูลค่าการส่งออกกว่า 2.3 แสนล้านบาทต่อปี
ปัจจุบัน HDD กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีหลักในยุคดิจิทัล เนื่องจาก Data Center เลือกใช้ HDD เป็นอุปกรณ์หลักในการจัดเก็บข้อมูล เพราะสามารถบันทึกข้อมูลได้ปริมาณมาก มีความเสถียร และต้นทุนต่อหน่วยต่ำกว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบโซลิดสเตท (SSD) กว่า 5-7 เท่า ส่งผลให้ความต้องการ HDD สำหรับ Data Center เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เทคโนโลยี HAMR จะมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนา HDD ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน HAMR ยังมีข้อจำกัดด้านการควบคุมอุณหภูมิ ความซับซ้อนของกระบวนการผลิต และต้นทุนในการผลิต จึงจำเป็นต้องวิจัยและพัฒนา เพื่อให้สามารถยกระดับสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้น โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ของบริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล ครั้งนี้ จะมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะในไทย ผ่านการพัฒนาซัพพลายเออร์และการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศกว่า 60%
ขณะเดียวกัน บริษัทจะมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยของไทย เพื่อพัฒนาหลักสูตรด้านเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ และเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยได้ทำงานวิจัยร่วมกับบริษัทชั้นนำของโลก ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม HDD ในประเทศไทย และเสริมบทบาทของไทยในการเป็นฐานการผลิตและส่งออกในระดับโลก
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'บีโอไอ' มั่นใจปี 69 ลงทุนไทยโตต่อ เผยปี 68 ยอดขอส่งเสริมการลงทุนกว่า 1.8 ล้านล้าน
- 'บีโอไอ' เปิดร่าง โรดแมปเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ปั้น 'ชิปเมดอินไทยแลนด์ 2050'
- 9 เดือน ยอดขอบีโอไอทะลุ 1.3 ล้านล้าน อุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า แรงไม่ตก
ติดตามเราได้ที่