โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รู้แล้ว! ต้นเหตุที่แท้จริง เสือโคร่งล้มดับ 72 ตัวรวด สะเทือนวงการอนุรักษ์

สยามนิวส์

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ รายงานผลตรวจกรณีเสือโคร่งในคุ้มเสือแม่ริม และคุ้มเสือแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ตายรวม 72 ตัว ภายในระยะเวลา 12 วัน โดยสัตวแพทย์จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมปศุสัตว์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมกันตรวจซากและตรวจสอบพื้นที่เลี้ยงโดยรอบ

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ รายงานผลตรวจกรณีเสือโคร่งในคุ้มเสือแม่ริม และคุ้มเสือแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ตายรวม 72 ตัว ภายในระยะเวลา 12 วัน โดยสัตวแพทย์จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมปศุสัตว์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมกันตรวจซากและตรวจสอบพื้นที่เลี้ยงโดยรอบ

ผลการตรวจยืนยันว่า เสือที่ตายทั้งหมดติดเชื้อไข้หัดแมว หรือเชื้อพาร์โวไวรัส (Feline Parvovirus) ซึ่งเป็นไวรัสที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหารและระบบภูมิคุ้มกันอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดอาการอาเจียน ท้องเสียรุนแรงเป็นมูกเลือด ไข้สูง ซึม เบื่ออาหาร และมีอัตราการเสียชีวิตสูง นอกจากนี้ยังพบการติดเชื้อแบคทีเรียไมโครพลาสมาแทรกซ้อนอีกด้วย

ต้องยอมรับว่า การรักษาเสือป่วยนั้น ไม่เหมือนการรักษาหมาแมว เพราะหมาแมวนั้นอยู่ใกล้ชิดกับเราเมื่อมีอาการเราก็จะเอาไปรักษาอาการได้ทันท่วงที แต่กรณีของเสือนั้น ไม่ได้ใกล้ชิดกันคนมาก กว่าจะรู้ว่าป่วยก็สายเสียแล้ว แต่ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้พ่นฉีดยาฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว เพิ่มความมั่นใจว่า ได้มีการสกัดโรคเอาไว้ เพื่อไม่ให้ระบาดเพิ่มขึ้นแล้ว นอกจากนี้ ได้เตรียมทำวัคซีนไข้หัดแมว สำหรับเสือที่เหลือทุกตัวด้วย น.สพ.สมชวน กล่าว

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ระดมพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในพื้นที่คอกเลี้ยงและบริเวณโดยรอบ พร้อมยกระดับมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดซ้ำ และเร่งดำเนินการเตรียมวัคซีนป้องกันให้เสือที่ยังเหลืออยู่ทั้งหมดในคุ้มเสือแม่ริมและแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...