โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ไชยชนก” ลั่น การเมืองไม่เคยหวาน หลัง “ธรรมนัส” บอก ยามรักน้ำต้มผักก็หวาน เชื่อ ไม่มีกระทรวงไหนง่าย

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 04.35 น.

“ไชยชนก” ลั่น การเมืองไม่เคยหวาน หลัง “ธรรมนัส” บอก ยามรักน้ำต้มผักก็หวาน เชื่อ ไม่มีกระทรวงไหนง่าย ทุกอย่างต้องปรับตัว ขณะที่พรรคภูมิใจไทย เปิดตัว 'ประชาชาติ' หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ เผย ไร้ปัญหา "ทวี" ปมคดีเขากระโดง-ฮั้ว สว. เหตุเป็นมติพรรค

วันที่ 20 ก.พ. 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค เปิดเผยถึงกรณีที่พรรคกล้าธรรมแถลงท่าทีแล้ว และยังคงตอบไม่ชัดว่าจะมีการติดต่อหรือร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ทางพรรคภูมิใจไทยตอนนี้มีการหารือเรื่องของพรรคกล้าธรรมอย่างไรบ้าง นายไชยชนก ระบุว่า เรายังยืนยันเหมือนเดิม คือ รอการยืนยันผลจาก กกต.จนถึงวันนี้เราก็ยังเปิดให้กับทุกพรรคที่จะพูดคุยกัน

ส่วนกรณีที่บอกว่าไม่มีที่ไหนในโลกที่โหวตนายกฯ ก่อนแล้วค่อยแบ่งกระทรวงนั้น นายไชยชนก กล่าวว่า นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราบอกว่าให้มาโหวตก่อน เราบอกว่าเราเปิดรับการแสดงเจตนาที่จะสนับสนุนนายอนุทิน กับร่วมรัฐบาล และไม่ได้มีการยื่นข้อเสนอใดๆ ที่เข้ามาเป็นการรับฟังข้อเสนอ

เมื่อถามถึงกรณีที่ร้อยเอก ธรรมนัส บอกว่าไม่ยึดติดกระทรวงเกษตรฯ แต่หากใครจะมานั่งต่อก็ลำบาก เราเพราะทำงานยาก ไม่ง่าย ไม่ได้นั่งในห้องแอร์เหมือนกับกระทรวงพาณิชย์ นายไชยชนก เผยว่า ตนคิดว่าทุกกระทรวงมีความท้าทายและคิดว่าผู้บริหารทุกคนมีความสามารถ มีบุคลิก มีวิธีการทำงานที่แตกต่างกัน ท้ายที่สุดก็ต้องดูที่ผลงาน หากจะบอกว่าวิธีการของใครถูกหรือผิดตนคิดว่าต้องวัดกันที่ผลงานมากกว่า ส่วนตนเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์จะไปนั่งกระทรวงเกษตรฯ คงคอมเม้นต์ไม่ได้ว่าสิ่งที่พูดมานั้นเป็นอย่างไร ก็รอดูคนที่จะนั่งดีกว่า

ส่วนดรณีที่ ร้อยเอก ธรรมนัส บอกว่าเมื่อยามรักน้ำต้มผักก็หวาน ตอนนี้ยังหวานกันอยู่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ตนคิดว่ากลางๆ มาโดยตลอด ส่วนตัวคิดว่าการเมืองไม่เคยหวาน

เมื่อถามถึงสมการที่ว่ารัฐบาลไม่มีกล้าธรรม แล้วตัวของพรรคภูมิใจไทยต้องเข้าไปดูกระทรวงเกษตรฯ กลัวจะมีการวางงานหรือข้าราชการไม่ให้การตอบรับสนองนโยบายรัฐบาลหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ไม่กังวล ตนในฐานะที่ทำงานในกระทรวงดิจิทัลฯ มา ก็สัมผัสว่าบางครั้งก็มีความลำบากในการปรับเปลี่ยนรัฐบาล แต่หากเรามีเจตนาที่ดีและมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประชาชน สุดท้ายแล้วก็จะทำได้ และเวลาก็จะเป็นบทพิสูจน์ในความตั้งใจที่จะทำงาน ตนคิดว่ากระทรวงเกษตรฯ ก็คงแตกต่าง มองว่าการเข้าไปใหม่ก็มีสิ่งที่ต้องไปศึกษา ทั้งการทำงานของระบบราชการและการทำงานต่างๆ แต่ใครก็ตามที่พร้อมและมีคุณสมบัติที่จะเป็นรัฐมนตรี ก็สามารถจัดการปัญหาเหล่านี้ได้

ภท. เปิดตัว ’ประชาชาติ‘ หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ เผย ไร้ปัญหา ’ทวี‘ ปมคดีเขากระโดง-ฮั้ว สว. เหตุเป็นมติพรรค

นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค พร้อมด้วยนางสาว แนน บุญย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค ร่วมแถลงเปิดตัวพรรคประชาชาติ ในการสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป และประกาศพร้อมทำงานร่วมรัฐบาล

นาย ชูการ์โน มาธา เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า วันนี้ได้นำมติของพรรคประชาชาติมาแจ้งต่อเลขาธิการของพรรคภูมิใจไทยให้ทราบและให้คณะกรรมการบริหารภาคพรรคได้ทราบว่า เราได้มีการพูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย และคณะกรรมการบริหารพรรคประชาชาติ มีมติเอกฉันท์ว่าเราทั้ง 5 เสียงของพรรคประชาชาติ พร้อมที่จะสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี และเราพร้อมที่จะร่วมมือกัน เพื่อให้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลก็พร้อมที่จะทำงานกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อแก้ปัญหาของประชาชนต่อไป เชื่อว่าสิ่งที่พรรคประชาชาติตัดสินใจวันนี้ เราตัดสินใจภายใต้มติของพรรคประชาชาติ

เมื่อถามว่า 5 เสียงนี้ รวมถึง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ด้วยหรือไม่ นายชูการ์โน ระบุว่า ในเมื่อมติของพรรคเป็นเอกฉันท์ว่าจะสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกฯ เราจะร่วมกับพรรคภูมิใจไทยในการทำงานในอนาคต ตนเชื่อว่าเมื่อเป็นมติของพรรคแล้ว เราก็ต้องปฏิบัติตามนั้น เราเชื่อมั่นในตัวของหัวหน้าพรรค ส่วนที่ นายทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคไม่ได้เดินทางมาในวันนี้เนื่องจากติดภารกิจไปงานศพ จึงฝากความคิดถึงมาให้ทีมงานพรรคภูมิใจไทย และเราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจ

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ นายทวี อาจมีปัญหาขัดแย้งกับทางพรรคภูมิใจไทยทั้งคดีเขากระโดง และคดีฮั้ว สว.จะสามารถร่วมงานกันได้ปกติใช่หรือไม่ นายชูการ์โม กล่าวว่า ตนคิดว่าช่วงที่นายทวี ดำรงตำแหน่งเป็นว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นการทำหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรี กระบวนการทั้งหมดก็อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล บทบาทหน้าที่ของนายทวี ก็จบหลังจากที่ได้ออกจากการร่วมรัฐบาล ในนามของพรรคเราก็ทำหน้าที่ในบทบาทเหมือนกับกีฬา เวลาเล่นกีฬาในชั่วโมงที่แข่งก็เล่นกันไปในเกม แต่เมื่อหมดเวลาการแข่งขันเราก็มาเป็นเพื่อนกันได้ ทำงานจับมือกันได้ ซึ่งการเมืองก็เป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าใจว่า การเมืองคืออะไร เชื่อว่าสิ่งที่เรามาในฐานะตัวแทนของพระประชาชาติก็เพื่อมาตอบในประเด็นที่เราในฐานะที่เป็นพรรคเล็กในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้รับฟังเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ ก็อยากให้พรรคประชาชาติเป็นพรรคที่ร่วมทำงานกับคณะรัฐบาล เพื่อสะท้อนปัญหาของประชาชนที่เดือดร้อนในพื้นที่ สิ่งเหล่านี้ตนคิดว่าผลประโยชน์ของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

ส่วนเหตุผลที่ทางกรรมการบริหารพรรคประชาชาติตัดสินใจเข้าร่วมนั้น นายชูการ์โม เผยว่า วันนี้เราต้องยอมรับว่าในระบอบประชาธิปไตย เราใช้เสียงส่วนใหญ่ วันนี้เราทราบกันดีว่าเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนคนไทยเลือกพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ ได้คะแนนเสียงมากที่สุดในบรรดาพรรคการเมืองทั้งหมดที่ลงสมัครรับตั้ง ดังนั้นการทำงานร่วมกับเสียงส่วนใหญ่ของพรรคการเมืองที่มีคะแนนรับเลือกตั้งจากประชาชนมากที่สุด เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดในระบอบประชาธิปไตย เราเป็นส่วนน้อยในเมื่อได้รับมิตรไมตรีจากผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย เราพร้อมที่จะทำงานเพื่อคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

เมื่อถามว่าวันนี้มาร่วมงานกันแล้วทั้ง 5 เสียง จะสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายชูการ์โม กล่าวว่า ตนเชื่อในวินัยของสมาชิกพรรคประชาชาติทั้งหมด ในเมื่อมติของพรรคเป็นอย่างไรเราก็ปฏิบัติตามมติ ซึ่งถ้าเรามาร่วมรัฐบาลหากมติพรรคร่วมเป็นอย่างไร ก็ต้องว่าตามนั้น สิ่งเดียวที่เราฝาก คือ จุดยืนอะไรที่เป็นข้อกฎหมายที่ขัดกับหลักการของศาสนา เราก็ต้องมาคุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะจุดยืนของเราไม่ได้เปลี่ยนอะไร หลักการของเรา กฎหมายไหนที่มีปัญหากับเรื่องของศาสนา เราอาจจะต้องคุยกันเพราะเราจะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายที่ขัดแย้งกับหลักการของกฎหมายอิสลาม นี่คือจุดยืนชัดเจนของพรรคประชาชาติ

เมื่อถามว่ามีการพูดถึงการเลือกตั้งที่เป็นอาจจะเป็นโมฆะ จะกังวลหรือไม่ นายชูการ์โม กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นหน้าที่ของผู้ที่มีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งก็คือ กกต. และผู้ที่มีหน้าที่การพิจารณาคือ ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งและองค์กรอิสระ ที่ดูแลการเลือกตั้งทั้งหมดว่าเขาดำเนินการอย่างไร ส่วนจะเป็นโมฆะหรือไม่นั้นตนคิดว่าเราทำหน้าที่ของเราจบแล้ว คือการสู้กันในสนามเลือกตั้ง ดังนั้นสิ่งที่ทุกคนพยามเรียกร้องให้เป็นโมฆะ ตนคิดว่าต้องดูที่หลักการ เพราะหลักฐานต่างๆ เป็นข้อชี้ชัดที่ศาลจะเชื่อฟังได้ว่าจ่อให้เป็นโมฆะได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับศาล ไม่ใช่พวกเรา

เมื่อถามว่าหากยืดเวลาออกไป จะทำให้แผนงานพรรคภูมิใจไทยในเรื่องการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ช้าลงหรือไม่ นายไชยชนก ระบุว่า ในเชิงของการทำงานพรรคภูมิใจไทยเน้นว่า ปัจจุบันตอนนี้เรายังทำงานกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคณะรัฐมนตรีทุกคนในรัฐบาลรักษาการตอนนี้ก็ทำงานกันทุกคน เพราะฉะนั้นในเชิงของแผนงานก็อาจส่งผลบ้างในเชิงความคล่องตัว หรือการซื้ออะไรที่มีความผูกพันกับรัฐบาลชุดใหม่ แต่การทำงาน การเตรียมพร้อม การหาข้อมูล พวกเราทุกคนทำอย่างเต็มที่อยู่แล้ว

ส่วนจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหรือไม่ นายไชยชนก เผยว่า ก็มีความเป็นไปได้ แต่ทั้งหมดนี้ในเรื่องของ GDP ไตรมาสที่ 4 ที่เกิดขึ้นก็เป็นแผนระยะยาวที่ได้เริ่มไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็มีส่งผล แต่ไม่ใช่สิ่งที่เราทุกคนต้องอยู่ภายใต้กติกา เพราะฉะนั้นตอนนี้อยู่ในเรื่องของการยืนยันผลอย่างเป็นทางการจาก กกต.จนกว่าตรงนั้นจะเกิดขึ้นเราก็แค่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่รับผิดชอบที่เรามีให้สุดความสามารถ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...