โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

พระราม 2 อีกแล้ว ถนนทรุดตัว เป็นหลุมขนาดใหญ่ จราจรวิกฤต

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ระทึกรับอรุณ! ถนนพระราม 2 ทรุดตัวเป็นหลุมยักษ์ กลืนรถกระบะตกเลนคู่ขนาน จราจรเป็นอัมพาต

วันที่ 17 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 06.30 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยรับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุบนถนนพระราม 2 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร บริเวณหน้าห้างบิ๊กซ้ง ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนักทั้งสองฝั่ง

ในที่เกิดเหตุพบพื้นถนนช่องทางคู่ขนานทรุดตัวลงเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ ความกว้างเทียบเท่ากับรถยนต์หนึ่งคัน ส่งผลให้รถกระบะที่สัญจรผ่านในช่วงเวลาดังกล่าวเสียหลัก หัวรถทิ่มตกลงไปในหลุมอย่างน่าหวาดเสียว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รุดเข้าตรวจสอบพื้นที่ และเร่งประสานเจ้าหน้าที่การประปาเพื่อทำการปิดวาล์วน้ำในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากมีรายงานน้ำรั่วไหลจากการทรุดตัว

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัย ส่งผลให้สภาพการจราจรบนถนนพระราม 2 ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกเริ่มมีรถสะสมตัวและเคลื่อนตัวได้ช้ามาก แม้จะเป็นเช้าวันหยุดก็ตาม

เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เลี่ยงเส้นทาง ถนนพระราม 2 ขาเข้า กทม. กม.29 ใกล้เคียงบิ๊กซ้ง มีท่อประปาขนาดใหญ่แตก ช่องทางคู่ขนานด้านขวาทรุดตัว ใช้ได้เพียงหนึ่งช่องทางด้านซ้าย มีน้ำท่วมขัง เปิดเบี่ยงให้เข้าช่องทางหลักก่อนถึงจุดเกิดเหตุ

คำชี้แจงกรมทางหลวง

จากนั้น "กรมทางหลวง" ชี้แจงกรณีเกิดเหตุถนนทรุดตัวเนื่องจากท่อประปาแตก ส่งผลให้ผิวจราจรหยุบตัวเป็นหลุม บริเวณทางคู่ขนานถนนพระราม 2 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. ณ บริเวณกิโลเมตรที่ 29+350 ทิศทางคู่ขนาน ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ส่งผลให้รถกระบะของประชาชนได้รับความเสียหาย จำนวน 1 คัน

จากการตรวจสอบ พบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่กองการประปา เทศบาลนครสมุทรสาครได้ดำเนินการขุดเปิดผิวจราจร เพื่อดำเนินงานเชื่อมท่อส่งน้ำประปา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,000 มิลลิเมตร และได้ทำการบดอัดคืนสภาพผิวจราจรแล้ว ต่อมาเกิดเหตุท่อประปาแตก ส่งผลให้เกิดการทรุดตัวของผิวจราจรบริเวณดังกล่าว

ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่เพื่ออำนวยการจราจรและดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทางในเบื้องต้น พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครสมุทรสาคร ซึ่งขณะนี้ได้เข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขสถานการณ์แล้ว

กรมทางหลวงขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางบริเวณดังกล่าวชั่วคราว โดยรถจากทางคู่ขนานสามารถใช้ทางเบี่ยงเพื่อเข้าสู่ช่องทางหลักได้ที่บริเวณ กม.ที่ 29+600

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...