พระราม 2 อีกแล้ว ถนนทรุดตัว เป็นหลุมขนาดใหญ่ จราจรวิกฤต
ระทึกรับอรุณ! ถนนพระราม 2 ทรุดตัวเป็นหลุมยักษ์ กลืนรถกระบะตกเลนคู่ขนาน จราจรเป็นอัมพาต
วันที่ 17 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 06.30 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยรับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุบนถนนพระราม 2 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร บริเวณหน้าห้างบิ๊กซ้ง ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนักทั้งสองฝั่ง
ในที่เกิดเหตุพบพื้นถนนช่องทางคู่ขนานทรุดตัวลงเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ ความกว้างเทียบเท่ากับรถยนต์หนึ่งคัน ส่งผลให้รถกระบะที่สัญจรผ่านในช่วงเวลาดังกล่าวเสียหลัก หัวรถทิ่มตกลงไปในหลุมอย่างน่าหวาดเสียว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รุดเข้าตรวจสอบพื้นที่ และเร่งประสานเจ้าหน้าที่การประปาเพื่อทำการปิดวาล์วน้ำในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากมีรายงานน้ำรั่วไหลจากการทรุดตัว
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัย ส่งผลให้สภาพการจราจรบนถนนพระราม 2 ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกเริ่มมีรถสะสมตัวและเคลื่อนตัวได้ช้ามาก แม้จะเป็นเช้าวันหยุดก็ตาม
เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เลี่ยงเส้นทาง ถนนพระราม 2 ขาเข้า กทม. กม.29 ใกล้เคียงบิ๊กซ้ง มีท่อประปาขนาดใหญ่แตก ช่องทางคู่ขนานด้านขวาทรุดตัว ใช้ได้เพียงหนึ่งช่องทางด้านซ้าย มีน้ำท่วมขัง เปิดเบี่ยงให้เข้าช่องทางหลักก่อนถึงจุดเกิดเหตุ
คำชี้แจงกรมทางหลวง
จากนั้น "กรมทางหลวง" ชี้แจงกรณีเกิดเหตุถนนทรุดตัวเนื่องจากท่อประปาแตก ส่งผลให้ผิวจราจรหยุบตัวเป็นหลุม บริเวณทางคู่ขนานถนนพระราม 2 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. ณ บริเวณกิโลเมตรที่ 29+350 ทิศทางคู่ขนาน ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ส่งผลให้รถกระบะของประชาชนได้รับความเสียหาย จำนวน 1 คัน
จากการตรวจสอบ พบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่กองการประปา เทศบาลนครสมุทรสาครได้ดำเนินการขุดเปิดผิวจราจร เพื่อดำเนินงานเชื่อมท่อส่งน้ำประปา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,000 มิลลิเมตร และได้ทำการบดอัดคืนสภาพผิวจราจรแล้ว ต่อมาเกิดเหตุท่อประปาแตก ส่งผลให้เกิดการทรุดตัวของผิวจราจรบริเวณดังกล่าว
ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่เพื่ออำนวยการจราจรและดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทางในเบื้องต้น พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครสมุทรสาคร ซึ่งขณะนี้ได้เข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขสถานการณ์แล้ว
กรมทางหลวงขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางบริเวณดังกล่าวชั่วคราว โดยรถจากทางคู่ขนานสามารถใช้ทางเบี่ยงเพื่อเข้าสู่ช่องทางหลักได้ที่บริเวณ กม.ที่ 29+600