โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'ตลาดสินเชื่อทั่วโลก' ร้อนแรงสุดในรอบเกือบ 20 ปี เอกชนทั่วโลกจ่อออกหุ้นกู้ทุบสถิติใหม่

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดสินเชื่อ (credit) ทั่วโลกกำลังเคลื่อนไหวร้อนแรงที่สุดในรอบสองทศวรรษ ทำให้ผู้จัดการกองทุนรายใหญ่ที่สุดของโลกหลายแห่งซึ่งรวมถึง อเบอร์ดีน อินเวสต์เมนท์ส (Aberdeen Investments) และพิมโก้ (Pimco) ต้องออกมาส่งสัญญาณเตือนให้ระวังต่อภาวะ "ความชะล่าใจ" ในตลาดที่กำลังเกิดขึ้น

ดัชนีตราสารหนี้ของบลูมเบิร์ก ซึ่งครอบคลุมทุกสกุลเงินและอันดับความน่าเชื่อถือ แสดงให้เห็นว่า ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้เอกชนได้หดตัวลงเหลือเพียง 103 bsp ซึ่งนับเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2007

ในขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจยังคงมีความแข็งแกร่ง สถานการณ์ดังกล่าวนำมาซึ่ง "สภาวะที่ย้อนแย้ง" เมื่อผู้จัดการกองทุนต่างไม่อยากพลาดโอกาสในการสร้างผลกำไร แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับผลตอบแทนที่น้อยลงท่ามกลางความเสี่ยงที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายสหรัฐที่ยากจะคาดเดา ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหา "หนี้ซ่อนเร้น" ที่อาจนำไปสู่การล้มละลายของบริษัทต่างๆ อย่างกะทันหัน

“คำว่าความชะล่าใจ ควรจะเป็นคำที่น่ากลัวที่สุดในตลาดความเสี่ยง ณ เวลานี้” ลุค ฮิคอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนด้านตราสารหนี้ของ Aberdeen กล่าวพร้อมเสริมว่า “สิ่งเดียวที่คุณสามารถทำได้ในตอนนี้ คือการไม่เข้าไปเก็งกำไรในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงจนเกินไป”

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันผู้จัดการกองทุนจำนวนมากยังคงเดินหน้าเข้าลงทุนตามกระแสการปรับตัวขึ้นของตลาด ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความคาดหวังเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางอื่นๆ ซึ่งการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินอาจช่วยให้เศรษฐกิจโลกสามารถรับมือกับภัยคุกคามจากนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้เป็น 2.6% จากคาดการณ์เดิมที่ 2.4%

ทั้งนี้ ผู้กำหนดนโยบายต้องสร้างสมดุลระหว่างมาตรการรักษาระดับการเติบโตนี้กับความพยายามป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง ความสมดุลที่ยากลำบากนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐกำลังสอบสวน "เจอโรม พาวเวลล์" ประธานเฟด ซึ่งพาวเวลล์กล่าวว่าการขู่ตั้งข้อหาทางอาญา เกิดจากการที่เฟดกำหนดอัตราดอกเบี้ยโดยอิงจากการประเมินที่ดีที่สุดของตนเอง มากกว่าที่จะทำตามความต้องการของทรัมป์ที่ต้องการลดอัตราดอกเบี้ยให้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ บรรยากาศเชิงบวกในตลาดสินเชื่อยังช่วยหนุนตลาดตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงด้วย โดยส่วนต่างผลตอบแทนพิเศษที่นักลงทุนเรียกร้องจากการถือครองตราสารหนี้ชั้นขยะ (Junk Notes) ได้ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบสองทศวรรษเช่นกัน

ทิฟฟานี ไวลดิง และแอนดรูว์ บอลส์ จาก Pimco ระบุในรายงานวิเคราะห์ประจำเดือนนี้ว่า “ผลตอบแทนที่แข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมากลายเป็นเชื้อไฟที่กระตุ้นให้เกิดภาวะชะล่าใจ” ส่งผลให้ Pimco เริ่มเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกเข้าลงทุนในตลาดสินเชื่อ เนื่องจากคาดการณ์ว่าปัจจัยพื้นฐานมีแนวโน้มที่จะแย่ลง

ในฝั่งของผู้กู้ยืมนั้น พบว่าบริษัทต่างๆ กำลังเร่งระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้จำนวนมาก โดยในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนม.ค. 2026 มีการออกหุ้นกู้มูลค่ารวมประมาณ 4.35 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับ "สูงสุดเป็นประวัติการณ์" สำหรับช่วงเวลาดังกล่าว และสูงกว่ายอดรวมในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วถึงกว่า 1 ใน 3 ตามข้อมูลของบลูมเบิร์ก

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ โกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป (Goldman Sachs Group) ที่ระดมทุนได้ถึง 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นับเป็นการขายหุ้นกู้ระดับลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของธนาคารในวอลล์สตรีท และคาดว่าปี 2026 นี้จะเป็นปีที่การออกหุ้นกู้ภาคเอกชนทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

จนถึงขณะนี้ อุปทานที่ล้นหลามยังไม่กระตุ้นให้เกิดการปรับลดการลงทุนแต่อย่างใด และทำให้ปี 2026 เริ่มต้นได้อย่างแข็งแกร่ง โดยทั้งหุ้นกู้เกรดลงทุนและหุ้นกู้ขยะสกุลดอลลาร์สามารถต่อยอดสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐตลอด 3 ปีที่ผ่านมา แต่หากความเสี่ยงอื่นๆ ปะทุขึ้นในอนาคตและทำลายบรรยากาศเชิงบวกในวงกว้าง ปริมาณหนี้จำนวนมหาศาลเหล่านี้อาจย้อนกลับมาสร้างปัญหาให้แก่นักลงทุนได้ในที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...