‘พระสงฆ์’ ในภาพ ‘พระกอดชี’ ยอมสึก อ้างเหตุเกิดจากสภาวะวิกฤติทางร่างกาย-จิตใจ
จากกรณีภาพ “พระกอดชี” ในสถานปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรี สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ตรวจสอบ และพบว่ามีต้นสังกัดอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี นั้น
เมื่อวันที่ 28 ก.พ. มีรายงานว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี (พศจ.อุบลราชธานี) ได้รายงานผลการดำเนินงานมายัง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ดังนี้ 1.ได้ประสานและตรวจสอบไปยังต้นสังกัดของพระภิกษุตามที่ปรากฏในภาพสื่อดังกล่าว พบว่า พระภิกษุรูปดังกล่าว ยอมรับว่าเป็นภาพตนจริง คือ พระชลันธร ธนปญฺโญ นามสกุล สิมมาขันธ์ (พระโต้ง) อายุ 25 ปี อุปสมบทเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2567 สังกัดวัดป่าสนามชัย อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เมื่ออุปสมบทแล้วได้ไปพำนัก ณ สถานปฏิบัติธรรมใน จ.สระบุรี และได้เกิดเหตุภาพดังกล่าว
2.ได้กราบเรียนถวายพระครูบรรหารอุบลคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าสนามชัย เจ้าคณะอำเภอพิบูลมังสาหาร (ธรรมยุต) ในฐานะพระอุปัชฌาย์ พิจารณาดำเนินการให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ซึ่งท่านได้พิจารณาดำเนินการให้ พระชลันธร (พระโต้ง) ลาสิกขาเรียบร้อยแล้วด้วยความสมัครใจ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2569 ณ วัดป่าสนามชัย จ.อุบลราชธานี
ขณะเดียวกัน พระครูบรรหารอุบลคุณ ได้มีหนังสือแจ้งไปยัง ผอ.พศจ.อุบลราชธานี ชี้แจงข้อเท็จจริงและสรุปผลการดำเนินการกรณีพระภิกษุในสังกัด ว่า ตามที่ปรากฏข่าวสารเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพระภิกษุในสังกัดวัดป่าสนามชัย ซึ่งไปพำนักปฏิบัติธรรม ที่ จ.สระบุรี นั้น ในนามเจ้าอาวาสวัดป่าสนามชัยและพระอุปัชฌาย์ ขอแจ้ง สรุปผลการดำเนินการสอบสวนและพิจารณาอธิกรณ์เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ดังนี้
1.กรณีพระชลันธร ธนปญฺโญ (ผู้ปรากฏในภาพข่าว) จากการเรียกตัวมาสอบถามข้อเท็จจริง พระชลันธรได้ยอมรับว่าภาพดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในขณะที่ตนประสบสภาวะวิกฤติทางร่างกายและจิตใจ แม้จะมีเจตนาบริสุทธิ์ในการรับการปฐมพยาบาล แต่ตระหนักว่าภาพที่ปรากฏส่งผลเสียต่อศรัทธาของพุทธบริษัทและภาพลักษณ์ของคณะสงฆ์อย่างรุนแรง จึงได้ขอแสดงความรับผิดชอบด้วยการ ลาสิกขา (สึก) โดยสมัครใจ เมื่อเวลา 20.09 น. วันที่ 27 ก.พ. 2569 โดยพระอุปัชฌาย์ได้มอบหมายให้ พระธวิช จนุทวณโณ (พระเลขาฯ) เป็นผู้ดำเนินการสึกตามระเบียบ
2.กรณีพระภิกษุอีก 5 รูป จากการสอบสวนเชิงลึกและพิจารณาพยานหลักฐานรายบุคคล พบว่าพระภิกษุทั้ง 5 รูป มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมตามที่ปรากฏในข่าวแต่อย่างใด และยังคงเป็นผู้ตั้งมั่นอยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด พระอุปัชฌาย์จึงมีเมตตาธรรมในการปกป้องผู้บริสุทธิ์ โดยมิให้ลาสิกขาตามกระแสข่าวที่ยังไม่มีมูลความจริง
3.แนวทางการปกครองหลังจากนี้ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและป้องกันปัญหาในอนาคต พระอุปัชฌาย์ได้มีคำสั่งให้พระภิกษุทั้ง 5 รูปที่เหลือ ยุติการไปพำนักปฏิบัติธรรมต่างพื้นที่ และให้กลับมาจำวัดปฏิบัติศาสนกิจ ณ วัดป่าสนามชัย โดยอยู่ภายใต้การอบรมสั่งสอนและดูแลจริยวัตรอย่างใกล้ชิดจากพระอุปัชฌาย์เพียงแห่งเดียว เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และรักษาศรัทธาของญาติโยมสืบไป