โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครม.รับข้อเสนอ กสม.แก้ฝุ่น PM2.5 มอบ ทส.ศึกษาแนวทาง รายงานใน 30 วัน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 ม.ค. เวลา 16.49 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 09.49 น.

ครม.รับข้อเสนอ กสม.แก้ฝุ่น PM2.5 มอบหมายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานหลัก ก่อนสรุปผลเสนอ ครม.ภายใน 30 วัน

วันที่ 27 มกราคม 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM2.5 ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เสนอ รวมทั้งมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อเสนอแนะดังกล่าว โดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ สรุปผลการพิจารณาหรือผลการดำเนินการในภาพรวม ส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

โดย กสม. รายงานว่า ได้ติดตามสถานการณ์มลพิษทางอากาศ จากฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) รวมทั้งการดำเนินการของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่สถานการณ์ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้ศึกษาข้อมูล รวมทั้งจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง พบว่าฝุ่น PM2.5 เป็นปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง และต่อเนื่องในประเทศไทย โดยมีแหล่งกำเนิดจากหลายภาคส่วน ได้แก่ ภาคอุตสาหกรรม ภาคคมนาคม ภาคป่าไม้ ภาคเกษตรกรรม ภาคเมือง รวมทั้งจากมลพิษข้ามพรมแดน

ปัญหาดังกล่าว ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อสิทธิมนุษยชน ได้แก่ 1) สิทธิในสุขภาพ 2) สิทธิทางเศรษฐกิจและมาตรฐานการครองชีพ และ 3) สิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เป็นข้อท้าทายสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมรับมือและป้องกันตนเอง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทและกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก รวมทั้งผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างทั่วถึง ซึ่งภาครัฐต้องสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ครอบคลุมผลกระทบและแนวทางดูแลตนเอง

โดยมีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM2.5 ดังนี้

  • ให้รัฐบาลผลักดันร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. … ที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา เพื่อให้มีผลใช้บังคับโดยเร็ว
  • ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568-2570 ครอบคลุมมาตรการป้องกัน ควบคุม และการลดมลพิษที่แหล่งกำเนิดอย่างเป็นระบบ
  • ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง พัฒนาระบบฐานข้อมูลคุณภาพอากาศ โดยบูรณาการเทคโนโลยีดาวเทียมและระบบตรวจวัดมลพิษทางอากาศ ที่สามารถระบุแหล่งกำเนิดมลพิษได้อย่างชัดเจน เพื่อเพิ่มศักยภาพการเฝ้าระวัง การเตือนภัย และการสื่อสารให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม
  • ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เร่งกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อร่วมป้องกันแก้ไขปัญหา โดยจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอ มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายสนับสนุนองค์ความรู้ และอุปกรณ์ด้านการตรวจวัดหรือเทคโนโลยีติดตามคุณภาพอากาศ เพื่อให้ อปท.สามารถป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษในพื้นที่ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทบทวนมาตรการห้ามเผาเด็ดขาด โดยคำนึงบริบทเชิงพื้นที่ และการเกษตรที่ยังพึ่งพาการเผาแบบไร่หมุนเวียน รวมถึงนำเทคโนโลยี อาทิ แอปพลิเคชัน Fire-D สนับสนุนการบริหารจัดการการเผาที่ยืดหยุ่น และไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชน
  • ให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ควบคุมและกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมอย่างทั่วถึงและเข้มงวด โดยกำหนดให้ใช้ระบบตรวจวัดการระบายมลพิษแบบต่อเนื่อง (CEMS) ซึ่งต้องเปิดเผย ต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส
  • ให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ยกระดับมาตรฐานไอเสียรถยนต์ให้เป็นไปตามเกณฑ์ EURO 6 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลกำหนดปริมาณการปล่อยมลพิษของรถยนต์ ตรวจจับรถยนต์ปล่อยควันดำเกินมาตรฐานในพื้นที่เสี่ยงอย่างจริงจัง
  • ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง พัฒนาและส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีการจัดการเศษวัสดุการเกษตร โดยกำหนดมาตรการจูงใจทางเศรษฐกิจ และมุ่งปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อลดหรือหลีกเลี่ยงการเผา
  • ให้กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และชีวมวล เป็นต้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมถึงฝุ่น PM2.5 จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลในภาคอุตสาหกรรม
  • ให้กระทรงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อคุ้มครองประชาชนรวมถึงกลุ่มเสี่ยง อาทิ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคประจำตัว โดยจัดหาอุปกรณ์ป้องกันที่เข้าถึงง่าย และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการปรับรูปแบบการเรียนการสอนในช่วงที่ค่าฝุ่น PM2.5 สูง
  • ให้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศ ภายใต้กลไกศูนย์ประสานงานอาเซียนว่าด้วยมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดน (ASEAN Coordinating Centre for Transboundary Haze Pollution) ทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูล การเฝ้าระวังร่วม และการพัฒนามาตรการลดการเผาในประเทศต้นทาง รวมถึงกำหนดมาตรการคัดกรอง หรือควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผา หรือกระบวนการผลิตที่ก่อให้เกิดมลพิษ

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...