ธปท. เข้มซื้อขายทองออนไลน์-เบิกเงินผิดปกติ สกัดทุนเทา ลดบาทผันผวน
The Bangkok Insight
อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 06.57 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 06.57 น. • The Bangkok Insightธปท. งัดมาตรการคุมซื้อ-ขายทองออนไลน์ ซื้อขายเกิน 20 ล้านบาทต่อรายการ ต้องรายงาน จำกัดวงเงินซื้อ-ขายรายละไม่เกิน 50-100 ล้านบาทต่อวัน และให้ธนาคารพาณิชย์รายงานการเบิกถอนเงินผิดปกติ สกัดทุนเทา
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยหลังการกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงานสัมมนา Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย จัดโดย เครือมติชน ว่า ธปท.ได้นำ มาตรการควบคุมการซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้เงินบาท มาใช้ โดยจำกัดวงเงินซื้อ-ขายไม่เกิน 50-100 ล้านบาทต่อรายต่อวัน
ทั้งนี้ จะแบ่งการดำเนินการแบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยในระยะแรก จะเป็นการขอความร่วมมือจากร้านค้าทองคำและแพลตฟอร์มซื้อขายทองออนไลน์ทั้งที่ซื้อขายเป็นเงินบาทและสกุลดอลลาร์ ให้นำส่งข้อมูลการซื้อขายมาให้ ธปท. เพื่อจัดทำฐานข้อมูลกลาง
ที่ผ่านมา การซื้อขายทองออนไลน์ยังไม่มีหน่วยงานใดกำกับดูแลโดยตรง ทำให้ไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริง ทั้งที่มีมูลค่าการซื้อขายขนาดใหญ่ และส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ธปท.จะกำหนดให้การซื้อขายทองคำออนไลน์ที่มีมูลค่าเกิน 20 ล้านบาทต่อรายการ ต้องรายงานข้อมูลเป็นกรณีพิเศษ รวมถึงกรณีที่มีการซื้อทองผ่านแอพพลิเคชันแล้ว นำทองคำออกจากระบบ (ถอนทอง) ด้วย โดยมาตรการรายงานข้อมูลจะประกาศใช้ภายในสัปดาห์นี้ และให้รายงานย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. 2569
สำหรับระยะที่สอง จะเป็นการจำกัดปริมาณการซื้อขายทองคำออนไลน์เฉพาะแพลตฟอร์มที่ซื้อขายเป็นเงินบาท ไม่รวมการซื้อขายที่เป็นสกุลดอลลาร์ และไม่รวมการซื้อขายทองคำผ่านร้านทองทั่วไป โดยกำหนดเพดานการซื้อหรือขายต่อวันต่อบุคคลไม่เกิน 50 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงและไม่กระทบผู้ลงทุนรายย่อย ซึ่งจะเริ่มทดลองใช้เพื่อพิจารณาถึงระดับเพดานที่เหมาะสมอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่า มาตรการนี้ไม่กระทบต่อทองคำที่ประชาชนถือครองอยู่ในปัจจุบัน และไม่จำกัดสิทธิในการขายทองคำเดิมที่มีอยู่ การจำกัดจะใช้กับการซื้อทองคำใหม่ในอนาคตเท่านั้น โดยเป้าหมายหลักคือการลดความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการเห็นผล
ขณะที่ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มซื้อ-ขายทองคำราว 15 ราย จะได้รับระยะเวลาประมาณ 1 เดือนในการปรับระบบ เพื่อแยกธุรกรรมทองคำเก่าและทองคำใหม่ ก่อนมาตรการมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มี.ค.2569 นี้
ขณะเดียวกัน ยังได้วางมาตรการป้องกันและปราบปราม ทุนเทาและเศรษฐกิจนอกระบบ โดยขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ให้รายงานการเบิกถอนเงินสดที่มีลักษณะผิดปกติ โดยเฉพาะการเบิกเงินสดจำนวนมาก ซึ่งเริ่มดำเนินการมาแล้วราว 10–14 วัน และขณะนี้เริ่มได้รับข้อมูลเข้ามากรณีเบิกเงินสดเป็นจำนวนมาก เช่น เคสถอนเงิน 100 ล้านบาท และ 200 ล้านบาท
นายวิทัย กล่าวว่า หากพบธุรกรรมที่เข้าข่ายผิดปกติ ธปท.จะติดตามเส้นทางการเงินอย่างละเอียด และหากพบความผิดชัดเจน จะส่งต่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือหากเกี่ยวโยงกับการเลือกตั้ง ก็จะส่งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทันที
ย้ำว่า ธปท.ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ประเด็นใดเป็นพิเศษ แต่เน้นตรวจสอบการใช้เงินสดในธุรกรรมที่อาจผิดกฎหมายเท่านั้น
ในระยะถัดไปภายใน 2–3 เดือน ธปท.มีแผนปรับปรุงกฎเกณฑ์การเบิกถอนเงินสด โดยกำหนดให้การเบิกเงินสดเกินระดับหนึ่ง เช่น 3–5 ล้านบาทขึ้นไป ธนาคารพาณิชย์ต้องเข้าไปสอบถามวัตถุประสงค์การใช้งาน ทั้งนี้ หากเป็นการเบิกไปใช้ในกิจกรรมทางธุรกิจที่มีความจำเป็น ก็สามารถดำเนินการได้ตามปกติ แต่จะไม่เปิดช่องให้มีการเบิกเงินสดจำนวนมากโดยไม่สามารถชี้แจงที่มาและวัตถุประสงค์ได้อย่างชัดเจน
สำหรับมาตรการดังกล่าวเป็นแนวทางที่หลายประเทศในยุโรปใช้ เพื่อป้องกันการนำเงินสดไปใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย และเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปรับโครงสร้างระบบการเงินให้โปร่งใสและลดบทบาทของเศรษฐกิจนอกระบบในประเทศไทย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ราคาทองวันนี้ 28 ม.ค. แรงเกินต้าน! แค่ครึ่งวันพุ่ง 2,050 บาท ทุบสถิติไม่หยุด
- ราคาทองวันนี้ 21 ม.ค. แรงไม่หยุด! พุ่งพรวด 1,050 บาท รูปพรรณทะลุ 71,000 บาท
- 'ราคาทองฟิวเจอร์' ปิดพุ่ง 170.40 ดอลล์ ทุบสถิติต่อเนื่อง!
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram:https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg