พิชัย แย้มทุ่ม 5 แสนล้านจัดแพคเกจปั๊มศก. กระตุ้นบริโภค - อัดลงทุน สู้พิษทรัมป์ 2.0 พยุงจีดีพี
พิชัย แย้มทุ่ม 5 แสนล้านจัดแพคเกจปั๊มศก. กระตุ้นบริโภค – อัดลงทุน สู้พิษทรัมป์ 2.0 พยุงจีดีพี
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 23 เมษายน นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่ไอเอ็มเอฟคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2568 เหลือ 2.8% จากเดิม 3.3% และประเมินเศรษฐกิจไทยใหม่จากเดิมจะขยายตัว 2.9% เหลือ 1.8% ว่า เป็นการประเมินแค่เบื้องต้น ของจริงอาจจะลดไม่ถึงก็ได้ ยังไม่มีใครประเมินได้ว่ามันจะลดขนาดไหน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับผลของมหาอํานาจ 2 ประเทศ ระหว่างสหรัฐและจีน ขณะที่สถานการณ์นโยบายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ตอนนี้ยังไม่แน่นอน และมีการเปลี่ยนแปลงตลอด
นายพิชัยกล่าวว่า สําหรับประเทศไทยหลายค่ายก็มองกันว่าจีดีพีน่าจะอยู่ประมาณ 2.5-3% หรือค่ากลางที่ 2.8% ก็ลดลงมาประมาณหนึ่ง ก่อนที่มีเหตุการณ์นี้เศรษฐกิจไทยค่อยๆ ทยอยฟื้นตัวตามลําดับ ส่วนตัวเชื่อว่าที่ผ่านมาในไตรมาสที่ 1/2568 ถ้าไม่มีอะไร จีดีพีน่าจะโต 3% แต่ยอมรับว่าเหตุการณ์ปัจจุบันอาจมีผลกระทบต่อจีดีพีบ้าง ก็ติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
“ทางรัฐบาลก็ต้องเตรียมออกมาตรการเข้ามาดูแลกระตุ้นเศรษฐกิจ จากการหารือหลายฝ่ายอย่างสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หาทางรับมือและพร้อมออกมาตรการเข้ามาดูแลกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อรักษาจีดีพีให้เติบโตได้ในระดับเดิมโดยจะออกในลักษณะโครงการขนาดใหญ่ ในการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนในประเทศ รวมถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งต้องมากกว่า 500,000 ล้านบาท ส่วนที่มาของแหล่งเงินจะมีการกู้หรือไม่ จะต้องพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง”นายพิชัยกล่าว
เมื่อถามว่า หากนำวงเงินดังกล่าวมาใช้จะมีผลกระทบต่อหนี้สาธารณะหรือไม่ นายพิชัยกล่าวว่า การกู้เงินนำมาใช้ทำอะไร ถ้าสามารถทำให้ขนาดเศรษฐกิจเติบโตขยายตัวได้ สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีปรับลดลงได้ หลักการนี้เมื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ต้องมีความมั่นใจว่าสิ่งเหล่านั้น นํามาซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจ และมีผลทําให้หนี้ต่อขนาดของเศรษฐกิจลดลง
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีการสรุปว่าจะใช้โครงการใดบ้าง เพื่อรับมือนโยบายสหรัฐ หลังจากนี้จะต้องรอดูการสรุปโครงการก่อน น่าจะมีความชัดเจนในเดือนพฤษภาคม หากรัฐบาลใช้เครื่องมือกู้เงิน 500,000 ล้านบาท ต้องดูในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ก็สามารถกู้เงินได้ตามกฎหมาย โดยต้องพิจารณาว่าหนี้ที่กู้มาจะนำไปใช้ทำอะไร ในกรณีนี้มองว่าจะกระทบหนี้สาธารณะเพิ่ม 3% ซึ่งปัจจุบันหนี้สาธารณะเราอยู่ที่ 64.21%
“รัฐบาลอาจใช้สินเชื่อจากธนาคารรัฐเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยไม่จำเป็นต้องกู้เงินทั้งหมดจากแหล่งอื่น และต้องดูว่าจะเข้ามาทำในส่วนไหน โดยมองว่าการบริโภคจะเกิดผลได้ไว แต่เรื่องการลงทุนก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ สำหรับแหล่งเงินตอนนี้ยังไม่สรุปว่าจะเป็นการกู้หรือไม่ เพราะสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการเกลี่ยงบประมาณ รวมถึงงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 150,000 ล้านบาท” นายลวรณกล่าว และว่า ส่วนเรื่องขยายเพดานหนี้สาธารณะเป็น 75-80% ต่อจีดีพีนั้น มองว่าเรื่องเพดานหนี้ไม่ใช่สาระสำคัญ ไม่ได้น่ากลัว เนื่องจากหลายประเทศมีหนี้สาธารณะสูงกว่า 80-100% ซึ่งต่างประเทศไม่ได้ประเมินว่ามีหนี้สาธารณะเยอะแล้วอันตราย แต่มองว่ามีความสามารถในการชำระหนี้คืนได้หรือไม่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พิชัย แย้มทุ่ม 5 แสนล้านจัดแพคเกจปั๊มศก. กระตุ้นบริโภค – อัดลงทุน สู้พิษทรัมป์ 2.0 พยุงจีดีพี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th