โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

แก้รถติด ! ใช้เทคโนโลยี ไฟจราจรอัตโนมัติ นำร่อง 72 แยกทั่วกทม.

autoinfo.co.th

เผยแพร่ 07 พ.ค. 2568 เวลา 03.52 น.

กทม. นำร่องติดตั้งไฟจราจรอัตโนมัติ 72 แยก ปรับสัญญาณไฟตามปริมาณรถ แก้ลดรถติด เพิ่มความคล่องตัว

เปลี่ยนระบบอัตโนมือ เป็นอัตโนมัติ

กรุงเทพมหานคร และสำนักการจราจรและขนส่ง ลงพื้นที่บริเวณถนนสุขุมวิท 101/1 เพื่อติดตามการทำงานระบบสัญญาณไฟจราจรอัตโนมัติ Adaptive Control หรือการปรับสัญญาณไฟตามปริมาณการจราจร โดยปัจจุบันสัญญาณไฟจราจรในกรุงเทพฯ ประมาณ 500 แยก เป็นระบบอัตโนมือ คือ ให้ตำรวจเป็นคนกดสัญญาณไฟตามสภาพการจราจร หรือแบบตั้งเวลาไว้ เช่น หากผู้ขับขี่เห็นสัญญาณไฟ เมื่อแดงปุ๊บแล้วมีการนับถอยหลังเลยจะเป็นแบบตั้งเวลาไว้ ไม่ได้ปรับตามสภาพการจราจร ซึ่งแบบนี้บางครั้งรถโล่งแต่ยังเป็นไฟเขียวอยู่ แต่ฝั่งที่เป็นไฟแดงรถติดยาว หรือหากเป็นตำรวจกดเองก็อาจไม่เห็นสภาพการจราจรทั้งหมด

Adaptive Control ปรับสัญญาณตามปริมาณรถจริง

ตอนนี้มีการติดตั้งระบบ Adaptive Control โดยเป็นการใช้กล้องวัดปริมาณจราจร และใช้คอมพิวเตอร์คำนวณว่าจะปล่อยรถอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งขณะนี้ติดตั้งไปแล้ว 72 แยก ตามแนวถนนสุขุมวิท แนวถนนเพชรบุรี แนวถนนพระราม 4 แนวถนนพหลโยธิน และบริเวณย่านสีลม โดยมีแผนจะติดตั้งเพิ่มอีก 200 แยก ในปีหน้า

การจราจรดีขึ้น 15 %

จากการนำร่องทดลองใช้ระบบ Adaptive Control พบว่า ในช่วงที่ไม่ใช่ชั่วโมงเร่งด่วนการจราจรดีขึ้นประมาณ 15 % ส่วนในชั่วโมงเร่งด่วนอยู่ระหว่างเก็บข้อมูลกับทางตำรวจ อาจมีบางแยกที่รถติดหนักมากก็ต้องใช้ตำรวจมากดสัญญาณไฟ ซึ่งต้องดูความเหมาะสมประสานทั้ง 2 ระบบควบคู่กัน

ทางกรุงเทพฯ เผยว่า การปรับสัญญาณไฟตามปริมาณรถ บางครั้งบอกล่วงหน้าไม่ได้เพราะไม่รู้ว่ารถจะหมดเมื่อไร อาจจะเห็นแค่ 5 วินาทีสุดท้าย แต่ไม่เห็นทั้งช่วง แต่สิ่งสำคัญ คือ ระเบียบวินัยจราจร เทคโนโลยีอะไรฉลาดแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้ถ้าคนไม่ปฏิบัติตามกฎ ไม่มีวินัยจราจร

5 จังหวัด รถติดที่สุดในไทย !

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...