โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นิกเกอิ ปิดตลาด 347.14 จุด หุ้นชิปรับแรงกดดันจากความกังวลแนวโน้มผลกำไร

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 เม.ย. 2568 เวลา 17.47 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. 2568 เวลา 10.47 น.

ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดลดลงในวันนี้ (16 เม.ย.) โดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มผลกำไร หลังจากอินวิเดีย คอร์ป (Nvidia Corp.) บริษัทยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายจำนวนมากจากมาตรการของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการจำกัดการส่งออกชิปไปยังจีน

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 33,920.40 จุด ลดลง 347.14 จุด หรือ -1.01%

หุ้นลบนำตลาดได้แก่ กลุ่มขนส่งทางทะเล กลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก และกลุ่มธนาคาร

ตลาดเปิดบวกเล็กน้อยในช่วงเช้าจากแรงซื้อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับความต้องการภายในประเทศ แต่ตลาดขาดแรงหนุนต่อเนื่อง หลังจากหุ้นกลุ่มชิปขนาดใหญ่ร่วงลงจากรายงานข่าวว่า อินวิเดียจะต้องบันทึกค่าใช้จ่าย 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่เกิดจากมาตรการของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการควบคุมการส่งออกชิป AI รุ่น H20 ไปยังจีน

หุ้นแอดแวนเทสต์ (Advantest) ซึ่งเป็นหนึ่งในซัพพลายเออร์รายใหญ่ของอินวิเดีย และเป็นหุ้นขนาดใหญ่ในดัชนีนิกเกอิ ร่วงลงถึง 6.5% ขณะที่มีแรงขายหุ้นอื่น ๆ ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ด้วย อาทิ โตเกียวอิเล็คตรอน (Tokyo Electron)

การร่วงลงของตลาดรุนแรงขึ้นในช่วงบ่าย เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเครื่องจักรและอิเล็กทรอนิกส์ที่พึ่งพาการส่งออก โดยได้รับแรงกดดันจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งอาจกระทบกำไรจากต่างประเทศเมื่อนำกลับมาแปลงเป็นเงินเยน

นอกจากนี้ นักลงทุนยังเลือกที่จะชะลอการซื้อขายก่อนที่การเจรจาภาษีระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดเริ่มต้นในวันนี้ที่กรุงวอชิงตัน

"สถานการณ์ของตลาดอาจเปลี่ยนแปลงได้ หากรายละเอียดของการเจรจาญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ถูกเปิดเผย และหากสหรัฐฯ แสดงท่าทีที่ชัดเจนมากขึ้นว่า จะยังคงใช้นโยบายแข็งกร้าวกับจีนหรือไม่" คาซูโอะ คามิตานิ นักกลยุทธ์จากฝ่ายวิเคราะห์ของบริษัทโนมูระ ซีเคียวริตีส์ (Nomura Securities) กล่าว

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดบวกในวันนี้ (16 เม.ย.) ซึ่งเป็นการปิดในแดนบวกติดต่อกันวันที่ 7 เนื่องจากนักลงทุนขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของจีน

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ 3,276.00 จุด เพิ่มขึ้น 8.34 จุด หรือ +0.26%

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดร่วงลงในวันนี้ (16 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ซึ่งบดบังปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาดของจีน

ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดที่ระดับ 21,056.98 จุด ลดลง 409.29 จุด หรือ -1.91%

ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 5.4% ในไตรมาส 1/2568 เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากอัตราการขยายตัวในไตรมาส 4/2567 และแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัวราว 5.1%-5.2%

ด้านยอดค้าปลีกเดือนมี.ค. พุ่งขึ้น 5.9% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2566 และแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นราว 4.2%-4.3% ขณะที่ยอดค้าปลีกไตรมาส 1/2568 ปรับตัวขึ้น 4.6%

ส่วนผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมี.ค. ปรับตัวขึ้น 7.7% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2564 และดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 5.8% ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมไตรมาส 1/2568 ขยายตัว 6.5%

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในงานเสวนาว่าด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งจัดโดยสมาคมเศรษฐกิจแห่งชิคาโก (Economic Club of Chicago) ในวันนี้ เวลา 13.30 น. ตามเวลาสหรัฐฯ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดลบกว่า 1% ในวันนี้ (16 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นบริษัทชิป หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาตรการจำกัดการส่งออกชิป AI ของอินวิเดีย (Nvidia) ไปยังจีน

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 2,447.43 จุด ลดลง 29.98 จุด หรือ -1.21%

ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดลบเล็กน้อยในวันนี้ (16 เม.ย.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาด

ดัชนี S&P/ASX 200 ปิดที่ 7,758.90 จุด ลดลง 2.80 จุด หรือ -0.04% และดัชนี All Ordinaries ปิดที่ 7,961.70 จุด ลดลง 8.20 จุด หรือ -0.10%

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...