โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

ทันหุ้น

อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 02.18 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 02.18 น.

#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซียไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะแกว่ง Sideways ในกรอบ 1,160-1,180 จุด โดยมีปัจจัยลบถ่วงคือ Moody’s ที่ปรับลด Outlook ของไทยลงเป็น Negative จากเดิม Stable แต่มีปัจจัยหนุนจากคาดการณ์ที่กนง.จะปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมวันนี้ รวมถึงพัฒนาการด้านภาษีการค้าสหรัฐฯที่ผ่อนคลายลงบ้าง โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐฯกับอินเดียและญี่ปุ่นซึ่งคาดว่าอาจบรรลุข้อตกลงทางการค้าในเร็วๆ นี้ ขณะที่ทรัมป์ล่าสุดผ่อนปรนภาษีนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ แต่ยังไม่มีพัฒนาการเจรจาการค้ากับจีนเพิ่มเติม

ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคืนนี้คือตัวเลข GDP 1Q25 เงินเฟ้อ PCE เดือน มี.ค. ของสหรัฐฯ ส่วนบ่ายนี้เราคาดกนง.จะปรับลดดอกเบี้ยลงจากปัจจุบันที่ 2% สู่ระดับ 1.75% ตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่โตต่ำกว่าคาด รวมถึงความเสี่ยงจากสงครามการค้าและภาษีที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะผลกระทบใน 2H25 ซึ่งจะกดดันให้ GDP ไทยปี 2025 โตต่ำกว่า 2% นอกจากนี้ยังต้องติดตามการทยอยประกาศกำไร 1Q25 ของฝั่ง Real Sector ว่าจะต่ำกว่าคาดและนำไปสู่การปรับลดประมาณการ EPS ของตลาดลงเพิ่มเติมจากปัจจุบันที่อยู่ราว 91 บาทมากน้อยเพียงใด เรายังคงเน้นลงทุนในกลุ่ม Consumer Staple ที่คาดว่าจะยังเคลื่อนไหวได้แข็งแรงกว่าตลาด ส่วนระยะสั้นเน้นเลือกลงทุนในหุ้นที่คาดกำไร 1Q25 แข็งแกร่งและมีแนวโน้มดีต่อใน 2Q25

กลยุทธ์ : ยังเน้น Selective Buy หุ้นที่มีแนวโน้มกำไร 1Q25-2025 แข็งแกร่งและกระทบจำกัดจากภาษีการค้าสหรัฐฯและเศรษฐกิจชะลอตัว

หุ้นเด่นเดือน เม.ย. : BA, BBL, CPF, HMPRO, OSP

FSSIA Portfolio : BA, BBL, BTG, CPALL, MTC, NSL, PR9, SEAFCO, SHR

หุ้นเด่นวันนี้ : CPALL

• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 83 บาท

• เราคาดกำไร 1Q25 ที่ 6.8 พันลบ. -2% q-q จากปัจจัยฤดูกาล แต่ +13% y-y หนุนจาก SSSG ที่เป็นบวกได้ราว 3% ทั้ง 7-Eleven และ CPAXT ขณะที่ Margin คาดยังทรงตัวได้ในระดับสูง

• เรายังคงประมาณการกำไรปี 2025 ที่ 2.8 หมื่นลบ. +10% y-y และมองว่าธุรกิจของ CPALL มีความมั่นคงสูงและถูกกระทบจำกัดจากความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยและโลกชะลอตัว ราคาหุ้นเทรด PE ไม่แพงเพียง 16 เท่า เทียบกับในอดีตที่ราว 25-30 เท่า

• แนวรับ 49 บาท แนวต้าน 52//53 บาท

บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ แกว่งกรอบแคบ ก่อนตลาดไทยหยุดซื้อขาย 1 วัน (วันแรงงาน) โดยตลาดหุ้นไทย เตรียมเข้าวันหยุด บนสถานการณ์ที่ บวกๆลบๆ จากการรอคอบผลการเจรจาการค้า และรายงานกำไรหุ้นของบริษัทในตลาดหุ้นทั่วโลก ที่มีสัญญาณลบจากเศรษฐกิจ(ชะลอ) และสงครามการค้า ซึ่งจะทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ชะลอการลงทุนก่อนเข้าสู่วันหยุด

• การเติบโตทางเศรษฐกิจในสหรัฐฯ กำลังชะลอตัว ซึ่งควรจะเป็นข่าวร้ายสำหรับหุ้น แต่กลับสนับสนุนพันธบัตร ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นคุกคามที่จะบั่นทอนมูลค่าของพันธบัตรในขณะเดียวกันก็ส่งผลกระทบเชิงลบต่อผลตอบแทนของหุ้นด้วย

• Moody's ปรับมุมมอง (Outlook) ของประเทศไทยจาก "มีเสถียรภาพ" (stable) เป็น "เชิงลบ" (negative)

….. สะท้อนถึงความเสี่ยงที่ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและการคลังของประเทศไทยจะอ่อนแอลงต่อไป….. แต่คงอันดับความน่าเชื่อถือ Baa1 สะท้อนให้เห็นถึงสถาบันและการกำกับดูแลที่ค่อนข้างแข็งแกร่งของประเทศ ซึ่งสนับสนุนนโยบายการเงินและเศรษฐกิจมหภาคที่รอบคอบ….. เราประเมินตลาดหุ้นมักจะมีผลในทางลบ เมื่อถูกปรับลดมุมมอง หรือ outlook

• การประชุมกนง. วันนี้ ตลาดคาดการณ์ว่า กนง. อาจพิจารณาลดดอกเบี้ยนโยบายลง (เดิมอยู่ที่ 2.00%) จากที่อัตราเงินเฟ้อยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง (อยู่ที่ 0.86% ในเดือนมี.ค.) และความตึงเครียดสงครามการค้าผ่อนคลายลงบ้างแล้ว โดยกลุ่มที่ได้ประโยชน์ คือ หุ้นที่เป็น High Dividend Yield กลุ่มหนี้สูง และกลุ่มอสังหาฯ แต่กลุ่มธนาคารจะเป็นกลุ่มหลักที่เสียประโยชน์ เนื่องจาก NIM ลดลง อย่างไรก็ตาม มีคาดคาดหวังผลประชุมครั้งนี้ว่าจะบวก/ลบ ต่อหุ้นอย่างมีนัยยะ แต่จากสถานการณ์ปัจจุบัน กำลังซื้อหดตัว เศรษฐกิจชะลอตัว การลดดอกเบี้ย จะไม่ได้ให้ผลอย่างที่คาดหวังกันไว้ ขณะที่หุ้นธนาคาร การลดดอกเบี้ย คือการลด margin แต่มากน้อยขึ้นกับโครงสร้างของลูกค้าแต่ละรายที่ไม่เหมือนกัน

• บริษัทจดทะเบียนเริ่มทยอยประกาศรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2568 นักลงทุนเริ่มเข้าเก็งกำไรในหุ้นรายตัว จะได้เห็น Preview กำไรของหุ้นต่างๆ คาดว่ากำไรไตรมาสนี้ ราว 2.05 แสนลบ. -23% YoY ; +17% QoQ ฟื้นจาก 4Q ที่ 1.74 แสนลบ. หุ้นกลุ่มน้ำมัน ปิโตรเคมี อสังหาฯ และท่องเที่ยว กำไรไม่สดใสนัก

• BBL ได้รับอนุมัติจากธนาคารกลางจีนให้ใช้งานระบบ CIPS (Cross-border Interbank Payment System) ทำให้สามารถโอนเงินไปยังธนาคารสมาชิก CIPS โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านธนาคารตัวกลาง….. ข่าวนี้ ช่วยลดความกังวล หาก trade war ทำให้การส่งออกกับจีนชะงัก (Trump เคยขู่เรื่องนี้ มาตั้งแต่รอบก่อน)

• "ศาลฎีกาฯ" นัดชี้ชะตา "ทักษิณ" ได้รับการลดโทษเหลือ 1 ปี ได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล …… ผลจะออกมาสองทาง คือ 1.ศาลไม่รับคำร้องไว้ไต่สวน ในกรณีนี้ คำร้องของนายชาญชัยจะตกไป 2. ศาลรับคำร้องไว้ไต่สวน หากศาลรับคำร้อง จะมีการตั้งคณะผู้พิพากษาขึ้นมาพิจารณาคำร้องต่อไป หากเป็นไปตามข้อ 2 อาจทำให้ตลาดกังวลในเรื่องทิศทางการเมืองของไทยได้

•ครม.สัญจรไฟเขียวรื้อภาษีรถ PHEV แยกชัดเจนจาก HEV มีผล 1 ม.ค.69 โดยกำหนดเงื่อนไขการคำนวณอัตราภาษีสรรพสามิต ของ PHEV (>=80 กม. 5%; <80 กม. 10%) ……เรามองว่า ร่างกฎกระทรวงนี้ออกมาเพื่อช่วยผู้ประกอบการรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน สามารถแข่งขันกับรถ EV ค่ายจีนได้มากขึ้น มองว่าเป็นสัญญาณบวกกับกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศได้ในระดับหนึ่ง มอง SAT, EPG, AH, STANLY

• Event สัปดาห์นี้ : การประชุมกนง.(30), GDP Q1/25 สหรัฐฯ(30), PCE สหรัฐฯ(30)

Technical : BCH, KAMART

ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,155 - 1,160 แนวต้าน 1,180 คาดดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นต่อ จากคาดการณ์ กนง.มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% และปีนี้อาจจะลดดอกเบี้ยต่อได้อีก 1 – 2 ครั้ง แนะนำซื้อเก็งกำไร ไฟแนนท์ SAWAD,MTC,KTC,GULF,DIF,CPNREIT,3BBIF ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง และกลุ่มที่มี ESG เรตติ้งสูง เช่น AMATA,WHA,GSPC,BEM,CPN,CPALL คาดได้แรงหนุนจากเม็ดเงินกองทุน Thai ESGX

SNNP* (ซื้อเก้งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 15.20 บาท)ปี 68 ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้รวม +15%YoY จากการเติบโตในประเทศ +10%YoY โดยออกสินค้าใหม่กลุ่ม Beverage แบรนด์ Magic X (น้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าว) และแบรนด์เจเล่รสชาติใหม่ ส่วนต่างประเทศ +25%YoY จะมาจากรายได้ในเวียดนามจะกลับมาเติบโตเท่าปี 66 หลังปรับโครงสร้างกับ distributor เสร็จแล้ว และคาดการณ์ GPM ในระดับ 30% แนวโน้มระยะสั้น 1Q68 คาดกำไรยังโต QoQ, YoY จากรายได้ในประเทศเป็นหลัก GPM ขยายตัวตามอัตราการใช้กำลังการผลิตและ product mix และการควบคุม SG&A ทั้งนี้ consensus คาดกำไรสุทธิปี 68 ที่ 714 ล้านบาท (+10%YoY) และปี 69 ที่ 781 ล้านบาท (+9%YoY

PR9* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 28.51 บาท) Bloomberg Consensus คาดกำไร 1Q68 อยู่ที่ 194 ลบ.(+22%YoY, -6%QoQ) อ่อนตัว QoQ ตามฤดูกาล แต่ยัง +YoY ดี คาดจากแรงหนุนในประเทศ(เช่น ไข้หวัดใหญ่, ฝุ่น PM 2.5) และกลยุทธของ PR9* ที่ทำการตลาดไปหาผู้ป่วยต่างชาติมากขึ้น(อย่างเช่น ชาติตะวันออกกลาง) ด้านPR9*เอง ปี68 นี้ ตั้งเป้ารายได้เติบโต +10 ถึง 20%YoY โดยบริษัทยังคงเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนคนไข้ต่างประเทศขึ้นราว 20% จากฐานคนไข้รวม ทั้งนี้ตลาดคาด กำไรสุทธิ ปี68 และ ปี69 ของ PR9* จะขยายตัวมาอยู่ที่ 816 ลบ.(+15%YoY) และ 903 ลบ.(+11%YoY) ตามลำดับ

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

Facebook คลิก https://www.facebook.com/thunhoonnews

Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...