โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Mercedes-Benz Sprinter ฉลองครบรอบ 30 ปี

autoinfo.co.th

เผยแพร่ 13 ก.พ. 2568 เวลา 07.05 น.

ชตุทท์การ์ท-Mercedes-Benz Sprinter (เมร์เซเดส-เบนซ์ สปรินเตอร์) ฉลองครบรอบ 30 ปีแห่งความสำเร็จ ตั้งเป้ายอดจำหน่าย Mercedes-Benz Sprinter 5 ล้านคัน ภายในปี 2568 เปิดตัวรุ่นพิ เศษ "30 Years of Sprinter" โดยมีทั้ง Sprinter และ eSprinter พร้อมข้อเสนอสุดเอกซ์คลูซีฟ

ครบรอบ 30 ปีแห่งความสำเร็จของ Mercedes-Benz Sprinter รถแวนระดับพรีเมียมที่สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่ Mercedes-Benz (เมร์เซเดส-เบนซ์) โดย Sprinter เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 2538 และได้ปฏิวัติวงการรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (Light Commercial Vehicle-LCV) จนกลายเป็นต้นแบบของรถในเซกเมนท์นี้ ตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา Sprinter ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งคุณ ภาพ และนวัตกรรมอันเหนือระดับของ Mercedes-Benz สะท้อนผ่านความนิยม และความเชื่อมั่นจากลูกค้าทั่วโลก ซึ่งวัดได้จากอัตราการซื้อซ้ำในระดับที่สูง โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Sprinter ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง คือ ความยืดหยุ่นในการปรับแต่งเพื่อนำไปใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ ทำให้กลายเป็นตัวเลือกหลักของผู้ประกอบการ และผู้เชี่ยวชาญด้านการดัดแปลงยานยนต์ ปัจจุบัน กว่า 75 % ของ Sprinter ที่จำหน่ายทั่วโลกได้รับการดัดแปลงให้เหมาะกับการใช้งานเฉพาะทาง

ล่าสุด Mercedes-Benz เปิดฉากการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของ Sprinter ในระดับสากล ด้วยการเปิดตัวรุ่น Special Edition พร้อมจัดแสดง Sprinter รุ่นแรก ควบคู่ไปกับรุ่นล่าสุด และรุ่นไฟฟ้าอย่าง eSprinter ณ พิพิธภัณฑ์ Mercedes-Benz ในเมืองชตุทท์การ์ท ภายใต้แคมเปญ "An Icon for 30 Years" ตอกย้ำบทบาทของ Sprinter ในฐานะต้นแบบของกลุ่มรถแวนพาณิชย์ และการเป็นมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์กว่าสามทศวรรษที่ผ่านมา

Klaus Rehkugler หัวหน้าฝ่ายการตลาด และการขาย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ แวน กล่าวว่า Mercedes-Benz Sprinter คือ รถแวนระดับไอคอนิกที่อยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเรามาเป็นเวลากว่า 30 ปี โดย Sprinter ได้สร้างประวัติศาสตร์แห่งความสำเร็จที่ไม่เคยมีมาก่อน และถูกจำหน่ายไปทั่วโลกในจำนวนมหาศาล เราคาดว่าจะมียอดขาย 5 ล้านคันภายในสิ้นปีนี้ ตลอด 3 ทศวรรษ ที่ผ่านมา Sprinter ได้เป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของผู้คน และช่วยขับเคลื่อนโลกให้เดินหน้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นด้านหน่วยงานฉุกเฉิน บริการขนส่ง งานช่างฝีมือ หรือไซท์ก่อสร้าง และ Sprinter ได้พิสูจน์ว่าเป็นรถแวนสำหรับพันธมิตรทางธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ โดยในช่วงห้าปีที่ผ่านมา Sprinter ยังได้รับการพัฒนาให้เป็นรถแวนพลังงานไฟฟ้า 100 % ที่สามารถใช้งานได้โดยปราศ จากการปล่อยแกส CO₂ ในระดับท้องถิ่นอีกด้วย

30 ปี แห่งความสำเร็จของ Mercedes-Benz Sprinter

ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา Mercedes-Benz Sprinter ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่รถยนต์บนท้องถนนทั่วโลก และเป็นสัญลักษณ์แห่งสมรรถนะอันเหนือระดับ ปัจจุบัน Sprinter ได้เปิดไลน์การผลิตใน 3 ทวีป ได้แก่ อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และยุโรป โดยผ่านหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความเป็นตำนานในโลกยานยนต์ ดังนี้

ปี 2538 : จุดเริ่มต้นสู่ยุคใหม่ของรถแวน

Mercedes-Benz Sprinter เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2538 และได้รับการขึ้นทะเบียนให้ใช้แผ่นป้ายทะเบียนพิเศษ หรือ H-Plate ในประเทศเยอรมนี โดย Sprinter ได้เข้ามาสืบทอดตำนานต่อจาก Mercedes-Benz T1/TN และกลายเป็นรถแวนรุ่นแรกของแบรนด์ที่ใช้ชื่อแทนรหัสตัวเลข และตัวอักษรแบบเรียบๆ ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบการตั้งชื่อในรุ่นก่อนหน้า แม้จะนำแนวคิดพื้นฐานทางเทคนิคมาจากรุ่นก่อน แต่ Sprinter ได้รับการออกแบบ และการพัฒนาใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่โครงสร้างตัวถังไปจนถึงระบบวิศวกรรม โดยนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ไม่เคยมีมาก่อนในตลาดรถแวน ณ เวลานั้น ซึ่งประกอบด้วย โครงสร้างตัวถังแบบ Self-Supporting Body ระบบขับเคลื่อนล้อหลังที่ให้แรงยึดเกาะถนนสูง (High-traction Rear-wheel Drive) ระบบช่วงล่างสมัยใหม่ พร้อมระบบกันสะ เทือนแบบอิสระด้านหน้า (Independent Front Suspension) และเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง ทำให้ Sprinter กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานอย่างครบครันกว่ารถแวนรุ่นอื่นๆ โดย Sprinter รุ่นแรกมาพร้อมดิสก์เบรคทั้ง 4 ล้อ ระบบเบรคป้องกันล้อลอค (ABS) ระบบกระจายแรงเบรคอัตโนมัติ (Automatic Brake Differential) เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดที่สามารถปรับระดับได้ และตัวลอคเข็มขัดที่ติดตั้งอยู่กับเบาะ พร้อมทั้งถุงลมนิรภัยฝั่งคนขับเป็นอุปกรณ์เสริมที่สามารถเลือกติดตั้งได้ และมีตัวถังให้เลือกหลายรูปแบบ ได้แก่ Chassis, Flatbed และ Tipper ครอบคลุมทั้งแบบ Crewcab หรือ Single Cab, Panel Van และ Crewbus รองรับผู้โดยสาร 5 หรือ 9 ที่นั่ง, หลังคาแบบเตี้ย และหลังคาแบบสูง นอกจากนี้ Sprinter ยังมาพร้อมฐานล้อที่มีขนาดตั้งแต่ 3,000-4,025 มิลลิเมตร และรองรับน้ำหนักรวมได้ตั้งแต่ 2,590, 2,800 หรือ 3,500 กก.

Mercedes-Benz ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในปี 2543 ด้วยการอัพเกรดระบบความปลอดภัยให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยถุงลมนิรภัยฝั่งคนขับ (Driver’s Airbag) ถูกเพิ่มเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และยังมีตัวเลือกถุงลมนิรภัยฝั่งผู้โดยสารด้านหน้า (Front Passenger Airbag) ซึ่งได้รับการออกแบบให้ปกป้องผู้โดยสารที่นั่งบริเวณเบาะคู่ด้านหน้า นอกจากนี้ ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2543 เป็นต้นไป ถุงลมนิรภัยแบบม่าน (Windowbags) และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (ASR-Acceleration Skid Control) ได้ถูกเพิ่มเป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อยกระดับความปลอดภัยของตัวรถ ในปี 2545 Mercedes-Benz ยังได้เพิ่มระบบ ESP (Electronic Stability Program) ในรถ Sprinter ซึ่งถือเป็นมาตรฐานใหม่ของระบบความปลอดภัยแบบ Active Safety และช่วยเสริมประสิทธิภาพการควบคุมรถให้ดียิ่งขึ้น

ปี 2549 : เทคโนโลยีและความปลอดภัยอันล้ำสมัยของ Sprinter เจเนอเรชันที่ 2

Sprinter เจเนอเรชันที่ 2 เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี 2549 พร้อมมอบทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ลูกค้า โดยสามารถเลือกฐานล้อได้ 3 ขนาด ความยาวตัวถัง 4 ขนาด ความสูงหลังคา 3 ระ ดับ และรองรับน้ำหนักรวมตั้งแต่ 3.0-5.0 ตัน นอกจากนี้ระบบ ESP (Electronic Stability Program) ยังได้ถูกติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สำหรับรุ่นตัวถังทึบที่มีน้ำหนักรวมไม่เกิน 3.5 ตัน

ในปี 2551 ระบบ ESP ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรูปแบบตัวถังที่มีน้ำหนักรวมไม่เกิน 3.5 ตัน และยังมีการเพิ่มระบบกันสะเทือนแบบถุงลม (Air Suspension System) เป็นอุปกรณ์เสริม เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่ อีกหมุดหมายสำคัญเกิดขึ้นในปี 2552 เมื่อ Mercedes-Benz ได้นำเสนอเทคโนโลยี Blue Efficiency ซึ่งมาพร้อมกับเกียร์ธรรม ดา 6 จังหวะแบบใหม่ และระบบ Automatic Start-Stop System ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ และลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ต่อมาในปี 2556 Sprinter ได้เปิดตัวระบบรักษาสมดุลของตัวรถเมื่อมีลมมาปะทะด้านข้าง (Crosswind Assist) ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยใหม่ล่าสุดในกลุ่มรถแวน ช่วยให้รถทรงตัวได้ดีขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับแรงลมขณะขับขี่ และตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา Sprinter ได้รับการพัฒนาให้รองรับน้ำหนักรวมสูงสุดถึง 5.5 ตัน เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่ต้องการพื้นที่ในการบรรทุกมากขึ้น

ปี 2561/2562 : ยกระดับระบบการเชื่อมต่อ พร้อมนำเสนอตัวเลือกที่หลากหลาย ใน Sprinter เจเนอเรชันที่ 3

Mercedes-Benz Sprinter เจเนอเรชันที่ 3 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2561 โดยนอกจากจะรักษารูปแบบของตัวถังที่มีอยู่เดิมแล้ว เจเนอเรชันนี้ยังมาพร้อมทางเลือกที่มากขึ้น ด้วยการเปิดตัวระ บบขับเคลื่อนล้อหน้า (Front-Wheel Drive) ซึ่งนำไปสู่การพัฒนารุ่นตัวถังแบบ Traction Head Variant โดย Sprinter รุ่นปี 2561 ได้สร้างมาตรฐานใหม่ในด้านระบบอินโฟเทนเมท์ และการเชื่อมต่อ ด้วยการนำระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) มาใช้เป็นครั้งแรกในกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ ทำให้ Sprinter สามารถรับคำสั่งเสียง และรองรับบริการ Fleet Management, ข้อมูลยานพาหนะ, ข้อมูลผู้ขับขี่ และตำแหน่งที่ตั้ง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในด้านระบบความปลอดภัย Mercedes-Benz ได้ยกระดับ Sprinter ไปอีกขั้น ด้วยการเพิ่มเทคโนโลยีช่วยขับขี่ขั้นสูง เช่น Dis tronic Active Distance Assist ที่ช่วยควบคุมระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ

ถัดมาในปี 2562 Mercedes-Benz ได้เปิดตัว eSprinter Panel Van รุ่นแรก ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในเชิงพาณิชย์ นับเป็นก้าวสำคัญในการนำเสนอการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า พร้อมนำเสนอทางเลือกที่ช่วยให้ธุรกิจด้านการค้า ลอจิสติคส์ และอุตสาหกรรมต่างๆ ให้สามารถดำเนินงานได้โดยปราศจากการปล่อยแกส CO₂

ปี 2567 : การต่อยอดความอเนกประสงค์ให้เหนือระดับกว่าที่เคย

Mercedes-Benz eSprinter รุ่นปัจจุบัน ถูกพัฒนาให้เป็นรถแวนอเนกประสงค์ที่มีระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100 % ผสานทั้งสมรรถนะ ระยะทางขับขี่ และพื้นที่บรรทุกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดย eSprinter รุ่นล่าสุดเปิดตัวเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา และในปี 2568 จะมาพร้อม 2 รูปแบบตัวถัง 2 ความยาว และ 3 ขนาดแบทเตอรี รองรับระยะทางขับขี่สูงสุดถึง 478 กม.[1] (ตามมาตรฐาน WLTP) รถรุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นบนพแลทฟอร์มแบบโมดูลาร์ที่ประกอบด้วย 3 โมดูลหลัก ซึ่งช่วยให้สามารถปรับแต่งให้เข้ากับตัวถังรุ่นต่างๆ ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ และผู้เชี่ยวชาญด้านการดัดแปลงยานยนต์สามารถพัฒนารูปแบบตัวถังเฉพาะทาง เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อย่างยืดหยุ่น ด้วยพื้นที่บรรทุกสูงสุด 14 ลูกบาศก์เมตร และน้ำหนักรวมสูงสุด 4.25 ตัน eSprinter ยังพิสูจน์ให้เห็นว่ามีความสามารถในการใช้งานเทียบเท่ากับรุ่นเครื่องยนต์สันดาปในทุกมิติ

ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา Mercedes-Benz ได้อัพเกรด eSprinter และ Sprinter รุ่นเครื่องยนต์สันดาปให้ล้ำหน้ายิ่งขึ้น ด้วยการติดตั้งระบบมัลทิมีเดีย MBUX เวอร์ชันล่าสุด เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมเสริม Digital Extras รุ่นใหม่ นอกจากนี้ ระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ยังได้รับการอัพเกรดฟังค์ชันเพิ่มเติม และเสริมด้วยฟังค์ชันใหม่บางส่วน โดยบางฟัง์ชันติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตร ฐาน เช่น Active Brake Assist ที่มาพร้อม Cross-Traffic Function ซึ่งการอัปเกรดล่าสุดยังติดตั้งเครื่องชาร์จ AC ที่มีกำลัง 22 กิโลวัตต์ และแพคเกจระบบช่วยเหลือการขับขี่ เข้ามาเป็นอุปกรณ์เสริม โดยแพคเกจนี้จะรวมถึง Active Distance Assist Distronic

รุ่นพิเศษ "30 Years Sprinter" ฉลองครบรอบ 30 ปีแห่งความสำเร็จ

Mercedes-Benz เฉลิมฉลอง 30 ปีแห่งความสำเร็จของ Sprinter ในระดับสากล ด้วยการเปิดตัวรุ่นพิเศษ "30 Years Sprinter" ซึ่งจะพร้อมจำหน่ายตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ โดยรุ่นพิเศษนี้สะท้อนถึงศักยภาพอันเหนือระดับของ Sprinter ด้วยอุปกรณ์เสริมที่ครบครัน และการออกแบบที่เน้นความพรีเมียมยิ่งขึ้น เสริมด้วยแพคเกจระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่รุ่นใหม่ รวมถึงฟีเจอร์เพื่อความสะดวกสบายอื่นๆ พร้อมข้อเสนอสุดคุ้มค่าให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดจาก Sprinter

นิทรรศการสุดเอกซ์คลูซีฟ ณ พิพิธภัณฑ์ Mercedes-Benz

ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์-30 มีนาคม พิพิธภัณฑ์ Mercedes-Benz ในเมืองสตุทท์การ์ดต เปิดโอกาสให้ผู้เยี่ยมชมได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของตระกูล Sprinter โดยภายในนิทรรศการจะมีการจัดแสดง Sprinter รุ่นแรก ควบคู่ไปกับ Sprinter และ eSprinter รุ่นปัจจุบัน อีกทั้งผู้เยี่ยมชมกลุ่มแรกยังมีโอกาสได้รับของที่ระลึกพิเศษฉลองครบรอบ 30 ปี Sprinter เมื่อลงทะเบียนซื้อบัตรเข้าชม นอกจากนี้ ยังมีโซนพิเศษภายในร้านค้าของพิพิธภัณฑ์ ที่นำเสนอสินค้า และของสะสมสำหรับแฟนๆ Sprinter โดยเฉพาะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...