โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สภ.รัตนาธิเบศร์ วิกฤต กำลังพลขาด งานสอบสวนล้น ตำรวจเครียดจนเป็นโรคซึมเศร้า

สวพ.FM91

อัพเดต 01 พ.ค. 2568 เวลา 07.03 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2568 เวลา 05.11 น.

จากกรณี สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ประสบปัญหาในการทำงานหลังพบว่าปริมาณงานกับกำลังพลที่มีอยู่ไม่สอดคล้องกัน จนทำให้งานสอบสวนของโรงพักล้นเกินกำลังของพนักงานสอบสวน กลายเป็นความเครียดสะสมก่อนป่วยเป็นโรคซึมเซากันหลายราย บางรายถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย จนสำนักงานตำรวจมีคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 1 พ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากหนึ่งในพนักงานสอบสวนที่มีอาการป่วย มีอาการ ซึมเศร้า นอนไม่หลับ อยากทำร้ายตัวเอง กินไม่ได้ โดยแพทย์จากกลุ่มงานจิตเวช สถาบันประสาทวิทยา โรงพยาบาลตำรวจประเมินว่า มีภาวะซึมเศร้ารุนแรงและมีอาการโรคจิต ซึ่งพนักงานสอบสวนรายนี้มีอายุเพียง 28 ปี นอกจากนี้ยังพบว่ามีพนักงานสอบสวน อีก 3 รายมีอาการป่วยเช่นเดียวกัน แม้กระทั้งหัวหน้างาตสอบสวนและตัวผู้กำกับสถานีเองก็มีภาวะเครียดจากสถานการณ์นี้

จากการสอบถาม พนักงานสอบสวนคนนี้ ทราบว่า ตนเริ่มทำงานในตำแหน่งที่เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2568 งานสอบสวนตนพอทำได้ จากการที่ตนมีอาการป่วยซึมเศร้ามาก่อน ทำให้งานสอบสวนดูยากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเย็นที่รับคดีแล้วมีอาการดิ่งลงจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ หลังมีอาการตนได้ปรึกษาหัวหน้างานว่าตนมีอาการป่วย หัวหน้างานได้เข้ามามาช่วยในเรื่องทำคดีหัวหน้างานได้เข้ามามาช่วยในเรื่องทำคดี และตนสามารถเข้าไปปรึกษาในส่วนงานที่ติดขัดได้ วันนี้ แพทย์นัดตรวจเนื่องจากแพทย์แจ้งว่าตนมีอาการแย่ลง มีทั้งความเครียดร่วมกับซึมเศร้า พอมาเจองานสอบสวนที่มีความเครียดเลยทำให้อาการแย่ลง ถ้ามีพนักงานสอบสวนมาช่วยอาการป่วยอาจดีขึ้น ซึ่งแพทย์แนะนำให้ตนลาออก ตนอยากได้คนมาช่วยทำงานที่สถานีตำรวจมากขึ้น เพื่อให้พนักงานสอบสวนทำงานได้ดีขึ้น เพราะปัญหาตอนนี้ปริมาณงานมีมาก แต่พนักงานสอบสวนมีไม่เพียงพอ

ด้าน พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ กล่าวว่า สถานการณ์โดยรวมทั้งโรงพักกำลังพลขาดไปประมาณครึ่งหนึ่งจากอัตราที่อนุญาต โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนขาดมากที่สุดจนถึงขั้นวิกฤต ซึ่ง สภ.รัตนาธิเบศร์ ต้องมีพนักงานสอบสวน 29 นาย แต่มีนายตำรวจที่เข้าเวรทำงานจริงเพียง 11 นาย มีพนักงานสอบสวนป่วย 4 นาย หลังจากเห็นว่าพนักงาตสอบสวนป่วย มี 1 คนที่มีอาการรุนแรง พอพนักงานสอบสวนป่วยประสิทธิภาพในการทำงานบริการประชาชนได้ไม่ทั่วถึง อาการที่ตนเห็นพนักงานสอบสวนป่วยเนื่องจากเห็นปริมาณคนมาแจ้งความเกินกว่า 100 คน พนักงงานสอบสวนบางคนเก็บตัวจนผิดปกติ ตนจึงได้ติดต่อจิตแพทย์มาตรวจ ซึ่งตนเห็นลูกน้องที่ทำงานอยู่ หลังจากประชาชนมาแจ้งความบางช่วงตนจะเห็นพนักงานสอบสวนเอาหัวเข้าหากำแพง มีอาการเครียดมาจนตนเป็นห่วง

พ.ต.อ.พิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า ตามอัตรากำลังพนักงานสอบสวนที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือ พนักงานสอบสวน 1 คน รับคดีได้ 70 สำนวนต่อคนต่อปี ปัจจุบันที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เฉลี่ยพนักงานสอบสวนรับคดีประมาณ 200 กว่าต่อคนต่อปี ไม่รวมคดีออนไลน์ ซึ่งถ้ารวมคดีออนไลน์ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ถือว่าเป็นอันดับ 5 ของประเทศ รับประมาณเกือบ 4,000 คดีต่อปี คิดเป็นต่อพนักงานสอบสวนประมาณ 500 คดีต่อตนต่อปี ที่นี่มีปัญหามาตลอดตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งที่นี่ ตนได้ส่งเรื่องรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเพื่อหาทางแก้ปัญหาขอกำลังสนับสนุน ตนเองก็เครียด ลูกน้องก็เครียด เพราะเวลาเกิดปัญหาตนก็ต้องนับผิดชอบตามลูกน้องส่งผลให้เกิด ตามอัตรากำลังพลทั้งสถานีต้องมี 223 นาย ปัจจุบันมี 150 นาย ส่วนที่จากไม่มีการบรรจุมาให้ เป็นอัตราว่าง เป็นปัญหาหลักที่อัตรากำลังพลไม่เหมาพสมตามที่เปิดไว้

พ.ต.อ.พิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ตนรับตำแหน่งที่นี่ พบปัญหาเรื่องพนักงานสอบสวนไม่เพียงพอ และได้ทำรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นแล้วเพื่อขอเพิ่ม ซึ่งปัจจุบันลูดน้องมีอาการป่วย แย่ลง ตนก็เครียดไม่สามารถบริการประชาชนได้ ทำให้เกิดปัญหาในด้านอื่นๆตามมา ประชาชนไม่พึงพอใจ คดีล่าช้า ตำรวจถูกร้องเรียนตามมา ตนก็ไม่สบายใจอยากทำงานให้มีประสิทธิภาพ บริการประชาชนให้ดีที่สุด ตอนนี้ตำรวจเองสุขภาพแย่ ตึงเครียด เจ็บป่วย จนถึงมีภาวะฆ่าตัวตาย ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่มาติดต่อราชการ ตนเองก็มีอาการเครียดแต่ก็ต้องสู้เพื่อลูกน้แฃ และดูแลประชาชน ซึ่งตนเองไม่กล้าตรวจสุขภาพจิตกลัวเป็นโรคประสาท

การแก้ปัญหาเรื่องกำลังพลเพื่อช่วยพนักงานสอบสวนแบบเร่งด่วนต้องสำรวจกำลังพลในภาพรวมทั้งหมด ทั้งระดับโรงพัก ระดับจังหวัด ระดับภาค ดูว่ามีกำลังพลที่ยังไม่มาปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวน ต้องนำมาปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด แล้วใช้วิธีเกลี่ยกำลีงพลไปตามปริมาณงาน เป็นการแก้เฉพาะหน้า ส่วนการแก้ไขจริงๆนั้นต้องรับพนักงานสอบสวนให้ครบตามจำนวนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอนุมัติกรอบตำแหน่งไว้ จะสามารถทำงานได้อย่างมึประสิทธิภาพตามที่ได้มีการวิจัยไว้ การบรรจุแต่งตั้งต้องรับพนักงานสอบสวนเข้ามาเต็มอัตรา ดูแล ขวัญกำลังใจ และสวัสดิการในการทำงานให้มากกว่านี้เพื่อเป็นแรงจูงใจ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ผลที่ตามมาประชาชนจะเกิดประโยชน์สูงสุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...