โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วินด์เอนเนอร์ยี่ทุ่ม 15,700 ล้าน ลุย 4 งานรัฐ 299 เมกะวัตต์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 พ.ค. 2568 เวลา 12.25 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2568 เวลา 06.44 น.
ณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ

“วินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ” ทุ่ม 15,700 ล้านบาท เปิด 4 โครงการรัฐใหม่รวม 299.1 เมกะวัตต์ ไม่หวั่นรอเก้อแผนรัฐลุยโปรเจ็กต์งานรัฐอีก 2,000 เมกะวัตต์

นายณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่โฮลดิ้ง จำกัด (WEH) กล่าวว่า สำหรับแผนการดำเนินงาน ขณะนี้บริษัทได้รับเลือกเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนให้แก่ภาครัฐ ตามประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เฟส 1 และเฟส 2 ในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) รวม 4 โครงการใหม่ ปริมาณเสนอขายไฟฟ้ารวม 299.1 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบมีระบบกักเก็บพลังงานติดตั้งบนพื้นดิน 1 โครงการ ขนาด 30 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 โครงการ โครงการละ 89.7 เมกะวัตต์ รวม 269.1 เมกะวัตต์ ทั้

งหมดนี้ใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 15,700 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีความพร้อมทางด้านเงินลงทุนแล้ว คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ของโครงการทั้งหมด ตั้งแต่ปี 2570 จนครบทั้งหมดในปี 2573 ทำให้ธุรกิจไฟฟ้าที่ได้รับอนุญาตจากภาครัฐเพิ่มขึ้น 42% จากปัจจุบัน 717 เมกะวัตต์ เพิ่มเป็น 1,016 เมกะวัตต์ ถือเป็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ นับตั้งแต่โรงไฟฟ้าแห่งล่าสุดของบริษัท จ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ไปเมื่อปี 2561 และบรรลุเป้าหมายปี 2564 ที่ตั้งเป้าเพิ่มปริมาณเสนอขายไฟฟ้าที่ได้รับอนุญาตจากภาครัฐแตะระดับ 1,000 เมกะวัตต์

“แม้จะมีคำสั่งให้ระงับการดำเนินการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเฟส 2 ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 ที่ผ่านมานั้น เราก็ปฏิบัติตามสั่งจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด แต่คาดว่าจะต้องมีการเดินหน้าโครงการดังกล่าวต่อ เพราะเป็นเรื่องของสัญญาและกฎหมาย แม้จะไม่ได้เริ่มลงทุนหรือได้รับผลกระทบ แต่ในความเป็นจริงจะต้องเริ่มดำเนินการแล้ว ซึ่งตอนนี้เราเองและเอกชนอีกหลายรายก็ยังรอคำตอบจากภาครัฐเช่นกัน”

ทั้งนี้ ตลาดพลังงานลมส่วนใหญ่ในประเทศไทยเป็นลูกค้าจากภาครัฐ ผ่านกระบวนการสัมปทาน ซึ่งข้อดีของธุรกิจพลังงานลมคือจะมีผู้แข่งขันหรือนักลงทุนน้อยราย ดังนั้นแต่ละเจ้าจะมีความแข็งแรงและมีศักยภาพ ส่วนข้อเสียคือจะต้องใช้เงินลงทุนสูง ต้นทุนในด้านเทคโนโลยี ปริมาณลมที่ไม่เสถียร แต่ยังคงมองว่าธุรกิจพลังงานลมจะเป็นธุรกิจที่เติบโตในไทย และจะไปต่อได้ในอนาคตตามเทรนด์ของโลก โ

ดยเมื่อมองภาพรวมในประเทศ ยังมีโควตาพลังงานลมให้ WEH เข้าไปแข่งขันรวมอย่างน้อยประมาณ 5,745 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น พลังงานลมภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับปัจจุบัน ที่ยังไม่เปิดประมูล ประมาณ 400 เมกะวัตต์ รวมกับโครงการพลังงานลมใหม่ 5,345 เมกะวัตต์ ภายใต้ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567-2580 (PDP 2024) ฉบับรับฟังความคิดเห็น ซึ่งเป็นแผนถัดไป

นอกจากนี้ บริษัทได้พัฒนาโครงการไว้พร้อมเข้ายื่นประมูลเป็นผู้จำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้แก่ภาครัฐหลายโครงการ คิดเป็นปริมาณเสนอขายรวมมากกว่า 2,000 เมกะวัตต์ ครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยยังคงมุ่งเน้นในพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีศักยภาพ

ด้านผลประกอบการ ปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 11,313 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 5,388 ล้านบาท นับเป็นปีที่ 5 ต่อเนื่องกันตั้งแต่ปี 2563 ที่มีรายได้ในระดับ 10,000 ล้านบาท และเป็นปีที่ 4 ต่อเนื่องกัน ที่มีกำไรมากกว่า 5,000 ล้านบาท ปีนี้บริษัทตั้งเป้ามีการเติบโตไม่น้อยกว่า 5-10% รวมถึงตั้งเป้าได้รับปริมาณเสนอขายไฟฟ้าให้แก่ภาครัฐเพิ่มเป็น 2,000 เมกะวัตต์ และมีรายได้รวมประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี ภายใต้แผนพัฒนาธุรกิจไฟฟ้า ที่อ้างอิงตามแผน PDP ของประเทศ เมื่อสิ้นสุดแผน PDP 2024 ในปี 2580

นอกจากนี้บริษัทได้เตรียมความพร้อมในการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ โดยอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนโครงการในประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความสนใจและมีศักยภาพ มีประสบการณ์ด้านธุรกิจพลังงานลม คาดว่าจะเป็นการลงทุนแบบกิจการร่วมค้า (Joint Venture)

สำหรับภาพรวมกลุ่มธุรกิจของ WEH ในปัจจุบัน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจพลังงาน เป็นพลังงานหมุนเวียน 100% ได้รับอนุญาตจากภาครัฐ รวม 1,016 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้า 12 โครงการ แบ่งเป็น กลุ่มที่ COD แล้ว 717 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้าพลังงานลม 8 โครงการ กังหันลมจำนวน 270 ต้น และกลุ่มที่มีกําหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ที่ระบุในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (SCOD) ขนาดรวม 299 เมกะวัตต์ จาก 4 โครงการ

ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบมีระบบกักเก็บพลังงานติดตั้งบนพื้นดิน 1 โครงการ และพลังงานลม 3 โครงการ โครงการใหม่ที่พร้อมยื่นประมูลรวมกว่า 2,000 เมกะวัตต์ ทำให้บริษัทเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

และกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ STELLA กลุ่มสุขภาพ ได้แก่ WORLD MEDICAL ALLIANCE, PANACEE HOSPITAL และบริการทางการเงิน ได้แก่ TRINITY ผ่านการลงทุนในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

“ภาพของวินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง เข้าสู่ยุคของการเติบโต ขยายกิจการในพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานลม เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม เรายังมองหาโอกาสในธุรกิจที่มีศักยภาพ เข้ามาในพอร์ตของเรา เพื่อเสริมศักยภาพทางธุรกิจในระยะยาว”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วินด์เอนเนอร์ยี่ทุ่ม 15,700 ล้าน ลุย 4 งานรัฐ 299 เมกะวัตต์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...