โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัปเดต! ไฟไหม้ รพ. รามาฯ ประกาศปิดวอร์ด-งดรับผู้ป่วยนอก 48 ชม.

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 12 มี.ค. 2568 เวลา 09.51 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2568 เวลา 02.43 น. • Bright Today

วิ่งวุ่นกันทั้งคืน! ไฟไหม้ รพ.รามาฯ ไร้คนเจ็บ-เสียชีวิต ปิดบริการอาคารหลัก งดผ่าตัด-รักษาผู้ป่วยนอก 48 ชม. เร่งหาสาเหตุ

จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งเป็นอาคาร 9 ชั้น สำหรับชั้นที่ 1-4 เป็นห้องปฏิบัติการ และชั้นที่ 5-9 เป็นที่พักผู้ป่วย โดยเหตุเกิดชั้นที่ 2 ของทางด้านฝั่งซ้าย ชุดปฏิบัติการภายในอาคารได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากด้านฝั่งซ้ายของทุกชั้นมาทางด้านฝั่งขวาของทุกชั้น แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2568 ที่ผ่านมา

โดยทางศูนย์วิทยุพระราม 199 ได้รับแจ้งจากข่ายวิทยุ เหตุเพลิงไหม้ ภายในโรงพยาบาลรามาธิบดี ถนนพระราม 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี เมื่อเวลาประมาณ 19.20 น. ก่อนจะมีการประสานเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยพญาไทเข้าควบคุมและระงับเหตุในเวลาต่อมา

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ที่เกิดเป็นอาคาร 9 ชั้น พบว่าต้นเพลิงอยู่ที่บริเวณชั้น2 ห้องพยาธิวิทยา กลุ่มควันได้กระจายไปทั่วพื้นที่อาคารและเนื่องจากชั้นที่ 1 -4 เป็นห้องปฏิบัติการและชั้นที่ 5 – 9 เป็นที่พักผู้ป่วย มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่เจ้าหน้าที่ต้องเคลื่อนย้ายคนป่วยกันอย่างโกลาหลและอยู่ระหว่างเร่งรัดการระบายควัน

เจ้าหน้าที่ใช้เวลา 20 นาทีเพลิงจึงสงบลง และไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างระบายควันและเคลียพื้นที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและพนักงานสอบสวนเข้าตรวจที่เกิดเหตุเพื่อสรุปสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้

ล่าสุดวันนี้ 12 มี.ค. 2568 ทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบสถานการณ์ล่าสุด พบว่าทางโรงพยาบาลได้เปิดให้บริการตามปกติ โดยมีการติดป้ายประกาศ ข้อความว่า ประกาศคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ฉบับที่ 1 เนื่องด้วยในวันที่ 11 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 19.20 น.

พบเหตุกลุ่มควันและเพลิงไหม้ที่อาคารหลัก (อาคาร 1) โรงพยาบาลรามาธิบดี จึงได้แจ้งเหตุกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยเพื่อเข้ามาระงับเหตุ และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยและประชาชนที่รับการรักษาอยู่ภายในอาคารหลักออกนอกพื้นที่ในทันทีเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยเข้าระงับเหตุ โดยปัจจุบันสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้วเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ป่วยของโรงพยาบาลรามาธิบดีได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในระยะแรก โรงพยาบาลรามาธิบดีจะของดให้บริการภายในอาคารหลัก (อาคาร 1) ทั้งหมดทั้งการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก รวมทั้งงดการผ่าตัด เป็นเวลา 48 ชั่วโมง เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยภายในอาคารและของดให้บริการผู้ป่วยใหม่ที่ห้องฉุกเฉิน
สำหรับงานเวชระเบียนการบริจาคโลหิตและจุดเจาะเลือดขอให้ใช้บริการที่อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์แทน ส่วนอาคารสมเด็จพระเทพรัตน์เบื้องต้นเปิดให้บริการตามปกติ

หากมีความคืบหน้าทางโรงพยาบาลรามาธิบดีจะแจ้งให้ทราบต่อไป หรือหากท่านมีความจำเป็นเร่งด่วน สามารถสอบถามข้อมูลการให้บริการในระหว่างนี้ได้ที่Call Center 0-2201-1000 และ 0-2200-3000 จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกันโรงพยาบาลรามาธิบดีวันที่ 11 มีนาคม 2568

ทางนางอุปสรา ญาติผู้ป่วยโรคหัวใจเตรียมรอการผ่าตัด ได้เดินทางมาจากจังหวัดเพชรบุรี เล่าวินาทีเกิดเหตุว่า สามีได้ทำการรักษาตัวอยู่บนชั้น 2 ของอาคารเกิดเหตุ โดยพยาบาลเตรียมให้งดอาหารและน้ำดื่ม เพื่อรอการผ่าตัดในช่วงเช้าของวันนี้ (12 มี.ค.) แต่จู่ ๆ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่ามีเหตุฉุกเฉินไฟไหม้ห้องติดกัน เกรงว่าผู้ป่วยจะได้รับผลกระทบ

จึงมีการย้ายผู้ป่วยไปยังอาคารค้างเคียง เพื่อความปลอดภัย ซึ่งสถานการณ์มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและบุคลากรทางการแพทย์เร่งช่วยกันเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ตลอดจนอุปกรณ์ทางการแพทย์ออกจากอาคารที่เกิดเหตุ ซึ่งในส่วนของครอบครัวยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคนไข้ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร

เนื่องจากช่วงเช้าได้รับข่าวสารจากสื่อมวลชนว่าอาคารดังกล่าว ซึ่งเป็นห้องผ่าตัดของสามีอยู่ในอาคารที่เกิดเหตุ ปิดให้บริการ 2 วัน ถึงจะเข้าไปติดต่อสอบถามเกี่ยวกับอาการของผู้ป่วย เนื่องจากมีภาวะความดันต่ำและต้องเร่งในการผ่าตัดโรคหัวใจ

อย่างไรก็ตามขณะเกิดเหตุยอมรับว่าทางโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ให้ความช่วยเหลือดูและผู้ป่วยอย่างดี ตลอดจนญาติผู้ป่วยด้วย

โรงบาลรามา (4)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...