โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

7 สินค้าเสี่ยงโดนเก็บภาษีจากทรัมป์ ไทยพึ่งส่งออกไปสหรัฐฯ 21% จากกลุ่มนี้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 มี.ค. 2568 เวลา 09.53 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2568 เวลา 02.53 น.

7 สินค้าเสี่ยงโดนเก็บภาษีจากทรัมป์ ไทยพึ่งการส่งออกไปสหรัฐฯ 21% ของการส่งออกกลุ่มนี้ทั้งหมด เทียบกับที่ส่งออกไปตลาดโลก เป็นรองเวียดนาม

ตั้งแต่พิธีสาบานตน ทรัมป์ประกาศจะขึ้นภาษีนำเข้าอะไร กับคู่ค้าใด แล้วบ้าง ?

  • เฉพาะเจาะจงคู่ค้า : สหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าสินค้าทั่วไปเพิ่ม 10% จากจีน เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ และเก็บเพิ่มอีก 10% ในวันที่ 4 มีนาคม ขณะเดียวกันก็จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าทั่วไป 25% กับเม็กซิโก และแคนาดา (ยกเว้นกลุ่มพลังงานจากแคนาดา ขึ้น 10%) ในวันที่ 4 มีนาคม หลังเลื่อนมา 1 เดือน
  • ทุกคู่ค้า : สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก อะลูมิเนียม 25% ในวันที่ 12 มีนาคม และเตรียมจะขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% วันที่ 2 เมษายน พร้อมระบุถึง เซมิคอนดักเตอร์ ยา ไม้แปรรูป และทองแดง ซึ่งยังต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ ทางการสหรัฐฯ กำลังจัดทำผลการศึกษา Reciprocal Tariff หรือภาษีต่างตอบแทน ซึ่งจะทยอยประกาศตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน

รูปที่ 1 Timeline การขึ้นภาษีของทรัมป์

ทำไมสหรัฐฯ เลือกจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเจาะจงบางรายการ ?

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า สหรัฐฯ เลือกจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเฉพาะเจาะจง 7 ประเภทสินค้า ได้แก่ เหล็ก อะลูมิเนียม รถยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ (อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์) ยา ไม้แปรรูป ทองแดง ก่อนสินค้าอื่นๆ เป็นเพราะ 3 เหตุผลคือ

  • สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าสินค้ากลุ่มนี้ในมูลค่าสูงเป็นส่วนใหญ่
  • อัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ต่ำกว่าคู่ค้า
  • สหรัฐฯ ต้องการสนับสนุนให้เกิดการผลิตในประเทศมากขึ้น โดยสินค้ากลุ่มนี้ มีซัพพลายเชนที่สามารถต่อยอดไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เป็นยุทธศาสตร์เป้าหมาย ขณะที่ สหรัฐฯ มีความแข็งแกร่ง/เคยผลิตได้แต่เริ่มเสี่ยงจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

รูปที่ 2 ยอดขาดดุลการค้าของสินค้าที่สหรัฐฯ ระบุจะปรับขึ้นภาษี

[caption id="attachment_159034" align="aligncenter" width="1200"]

หมายเหตุ: ใช้พิกัด 2 หลัก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (85) รถยนต์และชิ้นส่วน (87) ผลิตภัณฑ์ยา (30) เหล็กและผลิตภัณฑ์ (72 73) ไม้แปรรูป (44) อะลูมิเนียม (76) ทองแดง (74) ที่มา: TRADEMAP (ข้อมูลปี 2567) รวบรวมโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย[/caption]

สินค้ากลุ่มนี้ของไทยพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ เท่าไร ?

  • 21% เป็นสัดส่วนมูลค่าการส่งออก 7 ประเภทสินค้าที่ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ เทียบกับที่ส่งออกไปตลาดโลก เป็นรองเวียดนาม (25%) แต่มากกว่ามาเลเซีย (15%) และอินโดนีเซีย (9%) หมายความว่า สำหรับไทยแล้ว บทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะตลาดส่งออก 7 ประเภทสินค้า เฉลี่ยอยู่ที่กว่า 1 ใน 5 ก็นับว่าไม่น้อย (รูปที่ 3)
  • ใน 7 ประเภทสินค้า เซมิคอนดักเตอร์ (อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์) ส่งออกจากไทยพึ่งพาสหรัฐฯ ในสัดส่วนสูงราว 34% ของการส่งออกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปตลาดโลก รองลงมาคือ เหล็กและผลิตภัณฑ์ ส่งออกไปสหรัฐฯ ในสัดส่วน 18% และอะลูมิเนียม ส่งออกไปสหรัฐฯ ในสัดส่วน 15% (รูปที่ 4)

รูปที่ 3 สัดส่วนมูลค่าการส่งออก 7 ประเภทสินค้าของไทยไปสหรัฐฯ เทียบกับที่ส่งออกไปโลก

[caption id="attachment_159035" align="aligncenter" width="1200"]

หมายเหตุ: ใช้พิกัด 2 หลัก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (85) รถยนต์และชิ้นส่วน (87) ผลิตภัณฑ์ยา (30) เหล็กและผลิตภัณฑ์ (72 73) ไม้แปรรูป (44) อะลูมิเนียม (76) ทองแดง (74) ที่มา: TRADEMAP (ข้อมูลปี 2567 ยกเว้น * ปี 2566) รวบรวมโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย[/caption]

รูปที่ 4 อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่งออกจากไทยพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ในสัดส่วนสูง

ผลที่ตามมา (หากสหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้าเหล่านี้) คืออะไร ?

  • ภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น ผลักดันให้สหรัฐฯ เร่งนำเข้าก่อนอัตราใหม่มีผลบังคับใช้ (Front-loading) แต่การเร่งนำเข้าในรอบนี้ จะมีความไม่แน่นอนแปรผันตามการเจรจาต่อรอง และอาจมีกรอบเวลาที่สั้นกว่าครั้งก่อนๆ ที่ระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับกระบวนการไต่สวนและการวินิจฉัย เช่น กรณีโซลาร์ ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ เร่งตัวขึ้นมากเป็นเวลากว่า 1 ปีครึ่งก่อนคำตัดสินเรื่องการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (Anti-Circumvention) จะได้ข้อสรุป จากนั้นการส่งออกก็ชะลอตัวลง
  • ราคาสินค้ามีแนวโน้มปรับขึ้นตามภาษี อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ จึงอาจไม่ปรับลดลง และเป็นปัจจัยรั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ขณะที่ ซัพพลายเชนที่ใช้สินค้าเหล่านี้เป็นวัตถุดิบ คงต้องเปรียบเทียบต้นทุนจากแหล่ง Sourcing ต่างๆ หรืออาจพิจารณาปรับเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบอื่นแทน เช่น Coca-Cola ระบุ จะพิจารณาปรับบรรจุภัณฑ์จากกระป๋องอะลูมิเนียมมาเป็นขวดพลาสติกมากขึ้น เป็นต้น
  • ติดตามความชัดเจนของพิกัดสินค้าและอัตราภาษีของสหรัฐฯ รวมถึง Reciprocal Tariff ที่สหรัฐฯ จะเก็บแต่ละคู่ค้า ตลอดจนท่าทีของประเทศต่างๆ ซึ่งสถานการณ์ที่ยังไม่นิ่งนี้ ทำให้ยากจะประเมินขนาดผลกระทบได้อย่างแน่ชัด แต่แน่นอนว่า สงครามการค้าที่ขยายเป็นวงกว้าง จะเป็นผลลบต่อการค้าและการลงทุนของซัพพลายเชนทั่วโลก

ผลต่อไทย มองอย่างไร ?

  • ผลทางตรงต่อการส่งออกของไทย ในภาพรวมนับว่ามีพอสมควร เนื่องจากมูลค่าการส่งออก 7 ประเภทสินค้าของไทยไปยังสหรัฐฯ รวมอยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ คิดเป็น 40% ของการส่งออกทุกสินค้าของไทยไปยังสหรัฐฯ และคิดเป็น 7.4% ของมูลค่าการส่งออกทุกสินค้าของไทยไปตลาดโลกในปี 2567
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ปลายน้ำอย่างเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของซัพพลายเชน เนื่องจากพึ่งพาการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ เป็นหลัก ยิ่งเมื่อในระยะหลัง การลงทุนในไทยส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนจีน ทำให้ไปข้างหน้ามีความเสี่ยงที่สินค้าส่งออกจากไทยจะถูกกีดกันมากขึ้น ทั้งนี้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ เป็นอันดับต้นๆ ได้แก่ ส่วนประกอบและอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องอุปกรณ์ส่งรับเสียง/ภาพ/ข้อมูลอื่นๆ และอุปกรณ์สำหรับสื่อสารในระบบเครือข่ายทางสาย/ไร้สาย ไดโอด ทรานซิสเตอร์ และกลอุปกรณ์กึ่งตัวนำ หม้อแปลงไฟฟ้า เครื่องส่งสำหรับวิทยุ/กล้อง เป็นต้น
  • ส่วนอีก 6 ประเภทสินค้า คงได้รับผลกระทบจากความต้องการนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ลดลง แต่คงจำกัดกว่า เนื่องจากตลาดส่งออกมีการกระจายตัว โดยพึ่งพาจีนและอาเซียนด้วย จึงช่วยบรรเทาผลกระทบทางตรงได้บางส่วน นอกจากนี้ บางประเภทสินค้าอาจได้รับอานิสงส์จากส่วนต่างอัตราภาษีนำเข้าใหม่เทียบกับเดิมที่น้อยกว่าคู่ค้าอื่น เช่น อะลูมิเนียม ที่เดิมไทยถูกเก็บภาษี 10% อยู่แล้ว หากทุกประเทศโดน 25% เท่ากัน อะลูมิเนียมจากไทยจะมีส่วนต่างน้อยกว่าคู่ค้าอื่น
  • สำหรับผลทางอ้อมจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และการที่คู่ค้าต่างๆ ต้องหาตลาดส่งออกทดแทนสหรัฐฯ จะทำให้ผู้ผลิตไทยต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงทั้งในตลาดไทยและตลาดส่งออกอื่นๆ
  • ถัดจากนี้ ยังมีความไม่แน่นอนจากแผนภาษีของทรัมป์ที่รอข้อสรุป แต่เบื้องต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า การปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จะกระทบการส่งออกของไทยราว 0.5% และเราได้คำนึงถึงผลกระทบนี้แล้วระดับหนึ่งในประมาณการปี 2568

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...