โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

POKMINDSET กว่าจะเป็นศิลปินวันนี้ไม่ง่าย เคยเป็นนักข่าวอาชญากรรม ประสบการณ์เกือบตายเปลี่ยนชีวิต

Khaosod

อัพเดต 07 มี.ค. 2568 เวลา 12.29 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. 2568 เวลา 12.29 น.

POKMINDSET เล่าชีวิตกว่าจะเป็นศิลปินวันนี้ไม่ง่าย เผยเรื่องที่หลายคนไม่รู้ เคยเป็นนักข่าวอาชญากรรม ประสบการณ์เกือบตายเปลี่ยนชีวิต

STAY TRUE (สเตย์ทรู) อัลบั้มเต็มชุดใหม่ล่าสุดในรอบ 10 ปี จากแดดดี้แร็ปเปอร์สายดริปอย่าง POKMINDSET หรือ ภัสสรกรณ จิราธวัฒน์ หลังเคยชิมลางปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรก Uncover ภายใต้สังกัด THAITANIUM ENTERTAINMENT รวมไปถึงผลงานเพลงฮิต ปลุกกระแสไวรัลไปทั่วโซเชียลไว้มากมาย อาทิ WIP WUP วิบวับ, KOM TUM ก้มต่ำ และ ดกก้น DOK KON (TWERK) ที่สามารถคว้ายอดวิวรวมทุกเพลงทางยูทูปกว่า 600 ล้านวิวได้อย่างถล่มทลาย

POKMINDSET กว่าจะเป็นศิลปินวันนี้ไม่ง่าย เคยเป็นนักข่าวอาชญากรรม ประสบการณ์เกือบตายเปลี่ยนชีวิต

ครั้งนี้กลับมาพร้อมผลงานมาสเตอร์พีซชิ้นสำคัญที่ยังคงเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ และรักในการทำเพลงฮิปฮอปจวบจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังส่งสารถึงผู้ฟังทุกคนให้เชื่อมั่นในตัวเอง เป็นตัวเองให้สุดทาง และมุ่งมั่นในสิ่งที่รัก แล้วเราจะมีความสุขได้ยืดยาวกว่าที่จะพยายามเป็นคนอื่น

POKMINDSET กว่าจะเป็นศิลปินวันนี้ไม่ง่าย เคยเป็นนักข่าวอาชญากรรม ประสบการณ์เกือบตายเปลี่ยนชีวิต

หลายคนอาจเคยสบประมาทPOKMINDSET เพียงเพราะนามสกุล ‘Central’ ก็ตัดสินไปแล้วว่าเขารักเพลงฮิปฮอปไม่เท่าใคร ๆ แต่สำหรับศิลปินคนนี้ใช้ระยะเวลากว่า 10 ปี ฝ่าฟันทุกแรงเสียดทานจากคนรอบข้าง เพื่อพิสูจน์ความหลงใหลในเส้นทางดนตรีให้ทุกคนได้รู้จนสามารถสร้างผลงานเพลงฮิตครองใจนักฟังได้ทั่วประเทศ พร้อมตอกกลับ Hater ด้วยตัวตนของ POKMINDSET ที่ยังคงมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำและยังคงก้าวเดินต่อไป บนเส้นทางศิลปินอย่างไม่ลดละ

ล่าสุดมีโอกาสสัมภาษณ์ POKMINDSET ถึงอัลบั้มล่าสุด ที่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ไม่ง่ายเลย

หลายคนมองว่าเราเป็น ป๊อก จิราธิวัฒน์ ไม่เชื่อว่าเราทำได้? “ขอบคุณทุกคนที่ทำให้ผมมีวันนี้ เพราะไม่ว่าตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าจะเป็นคนทั่วไป หรือว่าที่บ้านของผมเอง ก็ไม่มีใครเชื่อในตัวผมเลยกับสิ่งนี้ ถ้าให้พูดตั้งแต่สมัยเด็กเลยก็คือผมเล่นดนตรีตั้งแต่ 8 ขวบ เหมือนเป็นฮอบบี้ของเราอย่างนึง พอเราไปอยู่ที่เมืองนอก ก็ได้ไปเห็นอีกด้านนึง ได้ไปสัมผัสวัฒนธรรมอีกอย่างนึง ได้ลิ้มรสดนตรีอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะในสมัยนั้นที่เมืองไทยก็ยังไม่ได้มี แต่พอผมถูกส่งไปเรียนที่โน่น ผมได้เห็นว่ามีแบบนี้ด้วย ฮิปฮอปมันคือกวี มันคือดนตรีร้องแร็ปบนบีท มันเหมือนคำคล้องจองของบ้านเราที่แต่งกลอนกัน มันทำให้ผมเห็นภาพอะไรมากขึ้น

คราวนี้พอทำไปเรื่อยๆ ในสมัยเด็ก บางคนอาจจะชวนเพื่อนไปเตะบอล หรือบางคนชวนเพื่อนไปเล่นเกมกัน แต่อันนี้คือกิจกรรมที่ผมชอบ ผมก็นั่งทำเพลงไปเรื่อยๆ จนวันนึงผมก็เลยทำให้เป็นอาชีพของผมขึ้นมา ที่ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าผมจะมีอาชีพนี้หลายคนก็ทราบดีผมโตมาในครอบครัวที่ทำการค้า ทำธุรกิจ ส่งไปเรียนเมืองนอก ต้องกลับมาทำงานที่บ้าน แน่นอนก็ไม่ได้มีทางเลือกอะไร”

คือตั้งใจจะทำเพลงเป็นอาชีพ?

“ไม่เคยเลยครับ แค่ชอบจริงๆ”

แล้วเคยคิดไหมว่าถ้าไม่ได้ทำอาชีพนี้ จะทำอาชีพอะไร?

“ก็ทำงานที่บ้านแน่นอน ไม่ได้มีทางเลือกให้เลือกอยู่แล้ว ด้วยความที่ผมโตมากับครอบครัวใหญ่ เรียกว่าเป็นกงสีแล้วกัน คือทุกคนก็ต้องเข้าใจว่าเราเกิดมาในตระกูลนี้ เราโดนส่งไปเหมือนเป็น investment ของที่บ้าน ให้เราไปมีประสบการณ์ และกลับมาช่วยพวกเขา มันเป็นอะไรที่เราเกิดมา เราได้รับสารแบบนี้มาตลอด ว่าต้องเป็นแบบนี้ ผมไม่เคยคิดว่าผมเป็นแบบนี้ได้”

POKMINDSET กว่าจะเป็นศิลปินวันนี้ไม่ง่าย เคยเป็นนักข่าวอาชญากรรม ประสบการณ์เกือบตายเปลี่ยนชีวิต

ตอนนี้เราทำอะไรบ้าง?

“ตอนนี้ผมทำแต่ของผม ก่อนที่จะได้ออกมาเต็มตัว ก็ทำอยู่ที่บริษัท 5 ปี ก็เป็นพนักงาน เข้าบริษัทเหมือนทุกคน”

ตอนนั้นหน้าที่อะไร?

“ตอนนั้นโดนทำทุกอย่าง ตอนนั้นผมอยู่บางกอกโพสต์ ก็อยู่ตั้งแต่สายส่ง เที่ยงคืนเข้า คอยส่งตรงหัวลำโพง อยู่โรงพิมพ์ ไปเป็นนักข่าวอาชญากรรม ผมไม่ชอบเลยต้องนั่งจ้องจอ ตรวจทุกอย่าง มันเป็นงานที่ผมปวดตามาก คนที่ทำอาชีพนี้ผมยอมจริงๆ ก็สมมุติถ้าเราทำผิด คนที่โดนด้วยก็คือเราเหมือนกัน เพราะเราคือด่านสุดท้าย ก่อนที่จะส่งพิมพ์ออกมา ก็เป็นประสบการณ์ 5ปีที่ดีมากครับ ซึ่งไม่ค่อยมีใครรู้ครับ จริงๆ ตอนนั้นเขาให้ผมเลือกว่าไปสายไหนก็ได้ ผมรู้สึกว่าอาชญากรรมน่าจะเป็นอะไรที่ห่างจากผมที่สุด และผมรู้สึกว่าน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ผมอยากจะสนุกกับมัน คือเราไม่เคยเจอ แล้วเราก็จะชอบ ก็ชอบครับ”

ตอนที่ทำข่าวอาชญากรรมเราเจอคดีอะไรบ้าง ?

“เจอศพครับ ถามว่ากลัวไหมก็กลัว แต่กลางวันครับที่ผมเจอ ข่าวที่ใหญ่ที่สุดก็คือ ฆ่าหั่นศพที่ตลาดสี่มุมเมือง แล้วเขาก็ไปทิ้งชิ้นส่วนตามที่ต่างๆ แล้วเราก็มานั่งตามหากัน โอเคเจอแขนแล้ว เดี๋ยวเราไปตามขา ก็น่าจะ 13-15 ปีได้แล้วครับ แต่ประสบการณ์ดีมาก แน่นอนผมไม่เคยไปเจออะไรแบบนั้น เวลาไปทีนึงผมก็จะไปเจอพี่พี่ทุกสำนักข่าว ไม่ว่าจะเป็นทีวีหรือหนังสือพิมพ์ ก็จะเจอหน้าเดิมๆ ทั้งนั้น พี่เขาก็จะบอกว่าป๊อกอย่าไปยืนตรงนั้นลมมันมาทางนี้ เราต้องไปอยู่ต้นลม เพราะว่าถ้าเราไปอยู่ปลายลม ผมจะได้รับกลิ่นศพ มันก็เป็นประสบการณ์ที่ดีครับชอบ”

ทำไมถึงทิ้งการปล่อยอัลบั้มนานไปถึง 10 ปี ? “คือตอนนั้นตอนที่ทำอัลบั้มแรก ผมเซ็นกับค่ายไทเทเนียม อยู่ที่นั่น 2 ปี ก็ปล่อยเอาอัลบั้มแรกออกมา คือมันเป็นสเต็ปตามนี้ คือผมชอบดนตรีตั้งแต่เด็ก ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะมีอาชีพนี้ เพราะมันมีอาชีพนี้ขึ้นมา เราก็เหมือนว้าว อีกฝันนึงก็คือถ้าเรามีอาชีพนี้ เราเป็นศิลปินเราต้องมีอัลบั้ม มันก็เลยเหมือนเป็นฝันของศิลปินอีกทีนึง ฝันแรกคือผมไม่ได้จะเป็นศิลปิน แค่ชอบเฉยๆ เป็นศิลปินก็เหมือนว้าวไปแล้ว พอเป็นศิลปินปุ๊บ อีกฝันนึงมันก็รู้สึกว่าต้องมีอัลบั้ม ก็เลยทำอัลบั้มชุดแรกออกมา อัลบั้มชุดแรกก็แน่นอนครับว่ามันไม่ดัง ไม่มีใครรู้จัก แต่มันก็เหมือนเป็นฝันของเรา สุดท้ายเราก็ทำขึ้นมา พอบวกกับยุคสมัยอะไรหลายอย่าง การที่ออกอัลบั้มจริงๆ แล้ว ถ้าคิดในการธุรกิจมันไม่ดีสักเท่าไหร่ มันเวิร์กกว่าถ้าเรายิงซิงเกิลไปเรื่อยๆ พอซิงเกิลไหนดีแน่นอนว่างานมันก็เข้ามาเรื่อยๆ พอเข้ามาตรงนี้มันก็เหมือนเป็นธุรกิจ

จากเมื่อก่อนที่เราไม่เคยคิดทางด้านนี้เลย พอสมาชิกเราเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มันก็เริ่มเครียด มันก็เริ่มคิดว่าเราจะต้องทำเพลงยังไง ที่จะทำให้เรามีงานเลี้ยงกับวงของเราได้ เพราะอย่างน้องบางคนที่อยู่ในวงของผม เป็นคนต่างจังหวัด มาที่นี่อย่างช่วงโควิด ผมสงสารมาก เขาบอกว่าพี่ผมกลับบ้านก่อน ผมก็ถามว่าทำไม เขาบอกว่าผมเช่าไม่ไหว ถึงขั้นเช่าห้องอยู่ไม่ไหว เพราะว่าตอนนั้นโควิดทุกคนโดนหมด ผมโดนแคนเซิลไป 100 กว่างาน น้องก็ไม่มีงาน แต่เราอยู่ได้ของเรา เราก็ยังทำรายการทำอะไรอยู่ ก็ยังอยู่ได้ แต่น้องเค้าไม่มี เค้าก็ต้องกลับ ผมก็เลยกลับมาคิดว่า โอเคถ้าโควิดจะหมด เราจะปล่อยอะไรต่อดี เพื่อที่จะทำให้มีงานเยอะๆให้เขา ก็เลยต้องเป็นโปรเจ็กแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนไม่มีเวลาทำอัลบั้ม เพราะพูดตรงๆ ว่าการทำอัลบั้มคนไม่ได้สนใจขนาดนั้น”

เหมือนทำสนองความต้องการ? “ใช่ครับ อย่างที่บอกประสบการณ์ทั้งหมด อย่างที่บอกผมเคยเกือบตายมา ก็มานั่งคิดว่าเราไม่ได้ทำอัลบั้มเลยจะ 10 ปีแล้ว ก็เลยทำสักหน่อยดีกว่า คือเกือบตายมันเปลี่ยนชีวิตเราเยอะ เมื่อก่อนเราอาจจะโฟกัส หรือคิด ทำอะไรในสิ่งที่เราไม่ควรจะคิดก็ได้ หรือเราเป็นห่วงกับเรื่องที่เราไม่ควรห่วง เรามองข้ามอะไรหลายอย่างที่อยู่ใกล้ตัวเรา แต่มันเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า โดยที่ไม่มีทางคิดถึงสิ่งนี้ได้เลย ถ้าไม่เกือบตายผมก็คงคิดไม่ได้ อันนี้พูดตรงๆ ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ถามว่าเสียใจไหมก็เสียใจ แต่ทุกวันนี้ผมโอเค ผมกลับมารับงานเหมือนเดิมทุกอย่าง ยังปกติดี และเป็นประสบการณ์ที่สอนให้ผมได้รู้ว่าหลังจากนี้ผมจะใช้ชีวิตยังไง ให้มีความสุขมากๆ ผมขอบคุณทุกวันที่ทำให้เกิดขึ้น เพราะว่าถ้าไม่เกิดขึ้น ผมก็คงยังไปงมกับอะไรก็ไม่รู้ แบบว่าเสียเวลาชีวิต”

10 เพลงชอบเพลงไหนที่สุด ? “ยากมากเลย จริงๆ แล้วมันแปลกนิดนึง แต่ผมว่าหลายวงน่าจะเป็นเหมือนกัน คือเพลงที่ผมชอบมากที่สุด ส่วนใหญ่ที่ได้ยินมา คนไม่ค่อยชอบกับเขา แต่เพลงที่เราไม่ชอบน้อยที่สุด แต่เป็นเพลงที่คนส่วนใหญ่ชอบ อย่างของผมที่ชัดเจน คือวิบวับ เป็นเพลงที่ผมไม่ได้ปล่อยด้วยซ้ำ ไม่ยอมจะทำด้วยซ้ำ แล้วก็เป็นเพลงที่ดังที่สุด”

มันเกิดอะไรขึ้นทำไมทำแล้วไม่อยากปล่อย ?

“ผมรู้สึกว่ามันตลกไปนิดนึง ฟังแล้วแบบมันใช่เหรอวะ แล้วฟังรู้แล้วรู้สึกว่ามันเขินๆ ยังไงไม่รู้ แต่ในอัลบั้มนี้ประมาณครึ่งนึงเลย ผมพยายามเอาตัวเองออกไปจากตรงนั้นครึ่งนึง และให้คนอื่นมีอินพุตเข้ามาครึ่งนึง เหมือนคนละครึ่งทาง ยังมีสิ่งที่ผมชอบด้วย มีสิ่งที่ผมกึ๋ยๆ ด้วย เพราะว่าอะไรที่ผสมผสานกัน ผมรู้สึกว่ามันออกมาค่อนข้างที่จะกลมกล่อม บางทีผมชอบอยู่คนเดียวมากเกินไปมันก็ติสก์ไปหน่อย แต่จริงๆมีหลายเพลงเลย อย่างเพลง สวัสดีครับ ที่ฟีเจอริ่งกับ uboytj เพลงแรก เหมือนสมัยที่ผมทำกับ tj เลย ตอนที่ทำเพลง อย่าคิดมาก เป็นเพลงที่ฟังง่าย อันนี้ยังเป็นไวป์เดิมอยู่ ก็ชอบ GPS ก็ชอบเป็นไวป์อีกแบบนึงที่ไม่ค่อยได้ทำเหมือนกัน แต่ก็เป็นเพลงที่ฟังง่ายๆสบายๆ ยังเป็นความรักจีบสาวอยู่”

POKMINDSET กว่าจะเป็นศิลปินวันนี้ไม่ง่าย เคยเป็นนักข่าวอาชญากรรม ประสบการณ์เกือบตายเปลี่ยนชีวิต

10 เพลงนี้ แต่งเองหมดเลยไหม?

“ผมและทีมช่วยกันครับ อย่างที่บอกผมรับอะไรที่มาจากคนอื่นมากขึ้น บางทีเราไม่ได้รู้ไปหมดทุกอย่าง มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว หลายหัวมันเปิดโลกได้มากกว่า กับตัวเราเองและก็ผลงานด้วย ประสบการณ์มันก็ทำให้เห็นแล้วว่า มันโอเคนะที่จะเปิดให้คนเข้ามาอยู่กับเรา ทำทีมกับเรา แล้วก็ช่วยกันทำเป็นทีมให้มากขึ้น แต่เบสต์จริงๆ ต้องเป็นตัวผมอยู่ดี เพราะผมเป็นคนร้อง”

เพลงที่แล้วประสบความสำเร็จมาก เราคาดหวังอย่างไรกับ 10 เพลงนี้?

“มันต้องมีซักเพลงไหมพี่ ล้อเล่น(หัวเราะ) ผมว่ามันผ่านจุดความคาดหวังของผมมาแล้ว ก่อนหน้านี้มันคืองานอดิเรกที่ผมทำขึ้นมาโดยไม่คิดอะไรเลยในสมัยก่อน ตอนนั้นผมรู้สึกว่าผมแต่งเพลงง่ายมากเพราะผมไม่คิดอะไรเลย ผมอยากทำแบบนี้ก็ทำ อยู่ๆ วันนึงเพลงของผมดันมีคนฟัง มีงานจ้างผมเอาไปร้องแล้วมีคนร้องตามเป็น พันๆ เป็นหมื่นๆ คน ผมไม่คิดว่าจะมีวันนี้ด้วยซ้ำ แต่ตรงนั้นมันทำให้ผมอึดอัดขึ้น เพราะมันไม่เหมือนเดิมจากที่ผมทำในห้องนอนของผมเอง ผมทำอะไรก็ได้ แต่ตอนนี้มันมีเอ็กเพรสชั่นที่เยอะขึ้น มีน้องๆ ในทีมที่เราอยากให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้นมันก็เริ่มเครียด พูดตรงๆ มันมีจุดหนึ่งที่ผมรู้สึกไม่มีความสุขกับการเขียนเพลงแล้วมานั่งคิดว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น มันก็จะมีเรื่องของความคาดหวังหรืออะไรต่างๆ ที่มันทำให้เรารู้สึก แต่พอผมมานั่งคุยกับหลายๆ คนและประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมเลยต้องเอาความรู้สึกตรงนั้นออกแล้วไม่คิดอะไร ทำๆ ไปเถอะ เพราะสุดท้ายอย่าลืมว่าเราเริ่มมาจากการที่เราได้ทำสิ่งที่เราชอบ ถ้าเราลืมตรงนั้น ตรงนี้จะไม่เป็นแบบนั้นแล้วเราจะไม่เหลือสิ่งนั้นในหัวใจ กลับกลายเป็นเราเหมือนเป็นเครื่องจักรอยู่ในอุตสากรรมที่ต้องทำอะไรแบบนี้เรื่อยๆ ซึ่งมันไม่น่าจะดีกับทุกส่วน ไม่มีใครน่าจะได้สิ่งดีๆ ไปจากตรงนี้แม้กระทั่งตัวเรา

ผมรู้สึกว่ากลับมาคิดอีกทีนึง ช่างมัน เราอยากทำตรงนี้ ย้อนกลับไปถึงวันแรกทำเพราะเราชอบทำ แล้วมันพาเรามาถึงจุดนี้ได้ แต่เราอย่าลืมว่าที่เรามีจุดนี้ได้เพราะคนทั้งหลายที่คอยให้การสนับสนุนกับผลงานของเรา อย่างที่บอกว่าผมเลยดึงตัวเองมา 50 และเปิดอีก 50 ที่จะรับอินพุตจากคนอื่นๆ แต่ถามถึงความคาดหวังจริงๆ ผมผ่านจุดคาดหวังไปแล้วทุกวันนี้ผมรู้สึกว่ามันมาไกลยิ่งกว่าอะไรด้วยซ้ำ จากที่บ้านไม่ยอมผม จนเขารู้สึกว่าถ้าเป็นขนาดนี้ก็ไม่อยากที่จะขัดขาลูกตัวเอง มันผ่านจุดนั้นมาแล้ว ผมรู้สึกว่าผมมาไกลมาก

ทุกวันนี้ครอบครัวว่ายังไงบ้าง เรากลายเป็นศิลปินอีกคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว ?

“ตอนนี้มีแค่ห่วงเรื่องสุขภาพ เขารู้ว่าผมดูแลตัวเองดูแลครอบครัวได้ เพราะว่าผมทำมาเป็น 10 ปี แล้ว อย่างเดียวที่เขาไม่อยากให้เราลืมคือเรื่องสุขภาพ เพราะว่ามันเอากลับมาไม่ได้จริงๆ ผมอยากจะแชร์กับทุกๆ คนด้วย การขยันตั้งใจทำงานมันดีแน่นอนอยู่แล้ว แต่ผมรู้สึกว่าเราควรจะมีลิมิตของเราเซ็ตโกลไว้ว่าเราควรจะมีประมาณนี้ ไม่ใช่ว่าเอาหมดจนเราลืมไปว่าที่บ้านเรามีใคร มีอีกคู่ของเราไหม มีลูกมีพ่อแม่ และคนพวกนั้นเขาต้องการเวลาจากเราแค่ไหน แล้วสิ่งเหล่านี้มันย้อนกลับมาไม่ได้แล้ว

อย่างตอนนี้ลูกผมยังโตเร็วมากเลย มันเร็วมากจนผมรู้สึกว่าสุขภาพกับเวลาเป็นสิ่งที่เราซื้อกลับมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องบาลานซ์ตัวเองให้ดี ทำงานขยัน ตั้งใจมันดี แต่ต้องอย่าลืมส่วนที่เหลือให้มันเติมเต็มซึ่งกันและกันด้วย สุดท้ายแล้วถ้าเราตั้งใจทำงาน หาเงิน มีเงินเยอะแยะมากมาย แล้วพรุ่งนี้เราเป็นอะไร หรือคนที่เรารักเป็นอะไรขึ้นมา เงินพวกนั้นมันจะไปสร้างความสุขอะไรให้เราได้ แต่ละคนไม่เหมือนกันต้องถามตัวเองว่าความสุขของเราจริงๆ แล้วคืออะไร ต้องบาลานซ์ความสุขนั้นกับงานและอาชีพของเรา จะเป็นอะไรที่ดีที่สุด อันนี้คือสิ่งเดียวที่บ้านของผมห่วงที่สุดคือเรื่องสุขภาพ”

เพลงไหนที่ยากที่สุด?

“ทั้งอัลบั้มนี้ผมคิดว่า GPS ยากที่สุด อยากให้ทุกคนลองไปฟังดู ผมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ใหม่ผมแทบไม่เคยทำแนวนี้มาก่อน อย่างเพลงเจ๊กเป็นแนวที่ผมทำปกติอยู่แล้ว คุ้นชินเป็นธรรมชาติของเรา มันก็จะง่ายหน่อย แต่อันนี้เป็นอะไรที่เราแทบจะไม่เคยทำ ด้วยแนวดนตรีลักษณะการร้องของเพลงนี้ด้วยต้องลองฟังดู”

POKMINDSET กว่าจะเป็นศิลปินวันนี้ไม่ง่าย เคยเป็นนักข่าวอาชญากรรม ประสบการณ์เกือบตายเปลี่ยนชีวิต

10 เพลงนี้ใช้ระยะเวลาในการทำนานแค่ไหน?

“จริง 10 เพลงเป็นอะไรที่ใช้เวลาไม่นานมาก เป็นโปรเจกต์ที่เร็วที่สุด ผมคิดว่าน่าจะเร็วที่สุด คือผมทำเป็นมิวสิกแคมป์ครั้งแรก ผมและทีมประมาณ 13 ถึง 15 คนมาอยู่บ้านผมอยู่กันประมาณ 4วัน แล้วเดโม่เสร็จหมดเลย ที่เหลือผมก็ไปอัดของจริง ของจริงก็เป็นเวลาประมาณวันละเพลง สองวันเพลงเฉลี่ยๆก็ใช้เวลา 6 วันรวมทั้งหมด 10 วันเสร็จ ผมคิด concept ไว้หมดแล้ว แล้วผมก็จัดทีมที่ทำตั้งแต่อัลบั้มแรกที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงทุกวันนี้ และทีมงานใหม่ๆที่รู้จักแต่ยังไม่เคยร่วมงานด้วยกัน คิดไว้อยู่แล้วว่าจะมีอะไรบ้างคือผมเตรียมไว้เขียนใส่กระดานไว้ มาปุ๊บลุย มันเลยเร็ว”

เอ็มวีจะมีทั้ง 10 เพลงเลยไหม?

“เอ็มวีถ่ายเสร็จไปหลายตัวแล้ว แต่ยังไม่ครบทั้ง 10 เพลง แล้วก็ไม่รู้ว่าจะครบ 10 เพลงหรือเปล่า อยู่ที่แรงสนับสนุนของทุกคนถ้าสนับสนุนเยอะ มาแน่นอน 10 เพลง”

จริงๆ ถือว่าเราให้ระยะเวลากับแต่ละเพลงที่จะให้คนมาดูน้อยไปไหม?

“จริงๆ เรื่องพวกนี้ผมคิดว่ามันคิดได้หลายแบบมาก ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปเทียบกับสมัยก่อนผมว่าการ promote เพลงอย่างน้อยซิงเกิลหนึ่งต้องมีเวลา 3 เดือน แต่ผมว่าตอนนี้มันไม่มีขีดจำกัดอะไรเลย ผมรู้สึกว่าอะไรก็ตามที่ใหม่ แล้วไม่เคยเห็นมาก่อนน่าจะดีสำหรับคนที่อยู่ในยุคนี้ ถ้าเป็นแบบว่าใช้แพลตฟอร์มเดิมๆหรือริทึมเดิมๆ มันอาจจะไม่เหมาะกับสมัยนี้ บางทียุคสมัยมันเปลี่ยนไปเราก็พยายามที่จะปรับตามยายามหาอะไรใหม่ๆ มาช่วยในการนำเสนอมากขึ้นก็เลยลองสูตรนี้ดู ซึ่งมันก็ตอบไม่ได้ว่าสูตรไหนดีกว่าสูตรไหน”

พอรู้ว่าเราจะปล่อยอัลบั้ม 10 เพลง ฟีดแบ็กของแฟนๆ เป็นยังไงบ้าง?

“ยังไม่ต้องไปถึงแฟนๆ ก็ได้เอาแค่คนในวงการ เขาถามว่า “มึงพูดจริงไหมเนี่ย” ผมไม่มีความคิดที่จะทำอัลบั้มนานมาก ผมรู้สึกว่าประสบการณ์ สุขภาพร่างกายของตัวเองในหลายอย่างที่ผมผ่านมามันทำให้ผมอยากทำ แล้วก็คึกมากอัลบั้มนี้ผมรอวันนี้มานานมาก อยากให้ทุกคนฟังติดตามลองชมดูและสนับสนุนกันเยอะๆ จะได้มาทั้ง 10 มิวสิควิดีโอ แล้วก็จะได้มีเพลงใหม่ต่อด้วย”

แพชชั่นยังเต็มเปี่ยม?

“ใช่ครับ อย่างที่บอกสุดท้ายมันกลับมาที่ความสุขของเราคืออะไร ของผมตอนที่ผมเรียนไฮสคูลมันต้องมีการเตรียมที่จะเข้ามหาลัย มันก็จะมีวีคเอ็นไปหามหาลัยนู่นนี่ เพื่อนำข้อมูลต่างๆมานำเสนอต่อครอบครัวของเรา แล้วสุดท้ายก็แอปพลายด์ทำไปตามกระบวนการของเขา ผมได้โจทย์มาว่าเลือกเรียนอะไรก็ได้ ซึ่งอันนั้นผมงง เพราะว่าส่งผมมาเรียนไกลถึงต่างประเทศก็ต้องให้ผมกลับมาทำธุรกิจที่บ้าน แต่อยู่ดีๆ มาบอกว่าให้เรียนอะไรก็ได้ เลยดีใจมาก ก็เลยไปเอาใบสมัครของโรงเรียนดนตรีท็อปสามของโลก บอกพ่อและครอบครัวว่าผมจะเอาอันนี้ผมเลือกได้แล้ว พอผมเอาไปให้กับที่บ้านทุกคนเงียบหมดเลย สรุปก็คือไม่ได้เรียน เขาบอกว่าเรียนไรก็ได้แต่ว่าไม่ใช่ดนตรี อยากจะเรียนบัญชี ไฟแนนซ์ ธุรกิจ กฎหมายหรืออะไรก็ได้ที่มันสามารถใช้กับงานจริงๆ ความคิดของพ่อผมเป็นแบบนั้น ณ ตอนนั้น คืออะไรที่ไม่ใช่ดนตรี

ถ้าเรียนดนตรีแล้วจะกลับมาทำอะไรที่นี่ ถ้าเกิดว่ามันไปไม่ได้ป๊อกจะทำงานลำบาก แต่มันเป็นคำตอบที่ผมไม่ถามกลับเลย เพราะเข้าใจดี แต่คุณพ่อก็ไม่เคยปิดกั้นสุดท้ายผมก็ทำงานเพลงเป็นฮอปบี้ของผมมาตลอดและอะไรที่ผมสามารถเลือกเป็นวิชาที่สามารถเลือกเรียนได้ ผมก็จะเรียนดนตรีหมดเลย ที่บ้านก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ข้อบังคับที่ผมเรียน คือผมเรียนเศรษฐศาสตร์ แต่ขอบคุณที่ผมไม่ได้เข้าโรงเรียนดนตรีจริงๆ เพราะถ้าผมเข้าโรงเรียนดนตรีจริงๆ ผมอาจจะไม่ได้เป็นผมวันนี้ก็ได้ ผมอาจจะทฤษฎีจ๋า ต้องอย่างนี้อย่างนั้น มันก็คิดได้หลายแบบ คิดไปคิดมาก็ขอบคุณ วันนี้แฮปปี้มากขอบคุณทุกอย่างที่นำพาผมมาถึงวันนี้”

ทุกอย่างเสร็จหมดเหลือแค่ปล่อยผลงานออกมาตอนนี้เรารู้สึกยังไง?

“ผมตื่นเต้น ผมรู้สึกว่าทุกครั้งที่ไม่ว่าผมจะปล่อยผลงานอะไร ผมก็จะรู้สึกตื่นเต้นตลอด อยากจะรู้ว่าคนคิดยังไง ชอบไหม ไม่ชอบเพราะอะไร มีอะไรที่เราต้องเอาไปปรับบ้าง มีอะไรที่เราต้องระวังแต่ก่อนพูดตรงๆ เพลงฮิปฮอปมันคือเพื่อชีวิตจริงๆ จะพูดอะไรก็ได้พูดหมด ซึ่งสมัยก่อนมันอยู่ที่ประสบการณ์ที่ออกมาใส่ในเพลง ฟังแล้วรู้สึกว่ามันโหมันกล้าพูดเนาะ นั่นคือเสน่ห์ของเขา

ประสบการณ์ของผมมันก็จะมีคนที่ไม่ได้ฟังเพลงแนวนี้แล้วก็ด่าต่างๆ นานา ด่าใส่ผม ใส่คนรอบข้างว่าทำไมผมทำอะไรที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับแบบนี้ เขารับไม่ได้ ก็ทำให้ผมเปิดโลกมากขึ้น เราก็จะต้องถอนผ่อนบ้างไม่ใช่ว่าเป็นตัวเองสูง แล้วก็ระวังตัวเองภาษาของตัวเองมากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ทำแบบเดิมเลย เพราะคนที่ฟังผมเขาก็ยังฟังผมมาจนถึงทุกวันนี้ แล้วคนกลุ่มนั้นเขาก็เป็นผู้ฟังหลักจริงๆของผม แต่แค่พอเพลงมันแมสก์ก็จะมีคนกลุ่มอื่น เปิดทางเข้ามาฟังเราเช่นเดียวกัน เราก็ต้องหาวิธีบาลานซ์มันหน่อย แล้วก็ต้องระวังตามแพลตฟอร์มต่างๆ บางคนเขาก็ไม่ทำ สมมติอายุ 18 ขึ้นไปถึงจะฟังได้ แต่บางทีเด็กหรือลูกที่บ้านไปใช้แอกเคาต์พ่อแม่มาฟัง อันนี้มันก็อยู่ในดุลยพินิจและการจัดแจงของแต่ละบ้าน มันอยู่นอกเหนือการควบคุมของผม เพราะผมมีหน้าที่นำเสนอไปในแผ่นฟอร์ม โอเคคุณต้องอายุ 18 ถึงจะฟังได้ แต่ถ้าเพลงที่ไม่ถึง 18 ก็สามารถฟังได้ทุกเพศทุกวัยซึ่งอาจจะต้องช่วยเหลือกันนิดนึง ให้ผมทำแนวใสๆทุกเพลงมันก็ไม่ใช่เหมือนกัน”

ฝันต่อไปของป๊อกในฐานะศิลปินคืออะไร?

“ผมไม่เคยบอกใครเลย ฝันสุดท้ายของผมคือผมอยากเอาผลงานของผมไปนอกประเทศ ตั้งแต่ที่ผมทำในห้องนอน เมื่อก่อนคนที่ดูผมร้องเพลงคนเดียวคือพี่เลี้ยงของผม ตั้งแต่เอาไม้เทนนิสมาเป็นกีตาร์เล่นอยู่บนเตียงนั่นคือเวทีของเรา ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ แต่ถ้าวันนี้มันมาถึงขนาดนี้แล้ว ผมก็อยากไปให้สุด อยากเอาเพลงของเราไปนอกประเทศ”

POKMINDSET กว่าจะเป็นศิลปินวันนี้ไม่ง่าย เคยเป็นนักข่าวอาชญากรรม ประสบการณ์เกือบตายเปลี่ยนชีวิต

เห็นเอ็มวีเพลงได้ไปโชว์ที่นิวยอร์กด้วย? “ใช่ครับ ก่อนหน้านี้ผมมีโปรเจกต์ที่ผมไปปล่อยเพลงแรกเป็นเพลงภาษาอังกฤษทำกับ Souljaboy ชื่อเพลง JINGJING เป็นเพลงเก่าไทยที่เราเอามาทำเป็นแซมเปิลที่ฮิปฮอปชอบทำกันในสมัยก่อนเอาเพลงเก่ามาทำเป็นบีทใหม่ผมก็เอา เพลง ยมบาลเจ้าขา บุปผา มันเป็นเพลงที่มีเนื้อหาว่ายมบาลเจ้าขาทำไมคนชั่วช้าถึงไม่ตายแต่ทำไมคนดีๆถึงต้องตายเป็นเพลงสมัยเก่า ผมก็ไปซื้อลิขสิทธิ์มาแล้วไปให้โปรดิวเซอร์ที่LAเป็นฝรั่งทำเพลงนี้ขึ้นมา ก็ทำออกมาปุ๊บผมก็เลยรู้สึกโดน เขาก็นำเสนอมาว่าอยากเอา Souljaboy ไหมผมก็ตกใจเพราะฟัง Souljaboy มาตั้งแต่เด็ก เขาบอกว่าเขาลิงค์อัพได้ส่งไปให้ทางโน้น ทางโน้นก็เอา ก็เลยได้ทำด้วยกันเลยเป็นเพลงแรกที่ผมได้ให้ต่างชาติได้เห็นบวกกับเป็นเพลงที่ผมไม่ได้ร้องภาษาไทย เลยเป็นภาษาอังกฤษหมด

POKMINDSET กว่าจะเป็นศิลปินวันนี้ไม่ง่าย เคยเป็นนักข่าวอาชญากรรม ประสบการณ์เกือบตายเปลี่ยนชีวิต

อันนั้นก็เป็นเหมือนการไปลองเชิงดู ซึ่งก็ได้รับฟีดแบ๊กที่ดี อย่างที่บอกว่าผมได้ไปขึ้นบีอีทีซึ่งปกติไทม์สแควร์ทุกวันนี้มันก็มีหลากหลายจอมากมาย แต่นี่มันคือจอบีอีที ก็คือแบล็คเอ็นเทอร์เทนเมนท์ คือรูทของฮิปฮอปจริงๆ แล้วถ้าเกิดคุณไม่ได้เป็นคนผิวสี คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะได้ขึ้นจอนี้ด้วยซ้ำ แต่ผมกินบุญของ Souljaboy เขาเลยพาผมขึ้นตรงนั้นไปด้วยก็เลยเป็นอีกฝันหนึ่งที่ผมได้ขึ้นจอบีอีซีที่ไทม์สแควร์ ก็เหมือนเป็นการชิมลางไป แล้วก็ได้ไปเป็นเพลสทัวร์ที่วิทยุฮิปฮอปต่างๆ ผมว้าวมาก แล้วผมก็ได้ไปอยู่ในดงของคนผิวสี ผมเป็นเอเชียคนเดียว ซึ่งผมเซอร์ไพรส์กับพวกเขามากผมไม่คิดเลยว่าผมจะได้รับการตอบรับที่ดีขนาดนั้นจากพวกเขา เพราะผมโตมาที่นู่นผมก็รู้ว่าคนเป็นประมาณไหน ผมกลับรู้สึกดีมากๆ”

ต่อจากนี้ก็จะมีการร่วมงานกับศิลปินต่างชาติเพิ่มมากขึ้นด้วยใช่ไหม ?

“อันนี้ต้องรอดูเราต้องโฟกัสอันนี้ก่อน”

ฝากอะไรถึงแฟนแฟนหน่อย

“ก็อยากจะฝากอัลบั้ม stay true อัลบั้มที่สองในชีวิตของผมมีทั้งหมด 10 เพลงอยากจะบอกว่าเป็นผลงานที่ผมตั้งใจทำมากๆแล้วก็เป็นการสื่อบอกตัวตนจริงๆ กับคาเรียที่ผมมีชีวิต ที่ผมมีในทุกวันนี้ได้ อยู่ในเพลงทั้งหมด 10 เพลงนี้ แล้วก็เป็น 10 เพลงที่มีหลากหลายไวบ์มากๆ หวังว่าทุกๆคนจะชอบไม่มากก็น้อย มันจะต้องมีสักเพลงสองเพลงที่คุณรู้สึกชอบแน่ๆ มิวสิควิดีโอตัวแรกปล่อยวันนี้ 7 มีนาคมสามารถรับชมได้ทาง YouTube ป๊อกมายด์เซ็ท โทรหาฟังได้ทุก Streaming แพลตฟอร์มเสิช pokmindset stay true ก็จะขึ้นมาเลยฝากติดตามด้วย หลังจากนี้ก็จะมีมิคสิควิดิโอตามมาเรื่อยๆ ถ้าชอบเพลงไหนคอมเมนต์มาเยอะๆ แชร์เยอะๆ เดี๋ยวมิวสิควิดีโอตามมาแน่นอน ฝากด้วยครับ

สุดท้ายเรามีลิมิเต็ดบล็อกเซ็ตมาด้วยแค่ 100 ชุดเท่านั้น ให้กับแฟนตัวจริง แฟนพันธุ์แท้ที่อยากจะมีเก็บไว้ อาทิตย์หน้าจะปล่อยรายละเอียดมีรูปและมีการโปรโมตต่างๆ มา ไม่ผิดหวังแน่นอนผมบอกเลยว่าผมไม่ได้มาทำกำไรกับสิ่งของที่ผมขาย ทุนมาเท่าไหร่ไม่ให้ขาดทุนแค่นั้นอยากให้ทุกๆ คนได้ตรงนี้ไป”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : POKMINDSET กว่าจะเป็นศิลปินวันนี้ไม่ง่าย เคยเป็นนักข่าวอาชญากรรม ประสบการณ์เกือบตายเปลี่ยนชีวิต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...