โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลื่นความมันส์แห่งหน้าร้อน ชวนคุยกับ “คุณเอ๋ย-ปุลิน มิลินทจินดา” ผู้ร่วมก่อตั้ง S2O เทศกาลดนตรีสุดเฟรชที่ดังไกลทั่วโลก

Ad Addict

อัพเดต 03 เม.ย. 2568 เวลา 04.35 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2568 เวลา 04.35 น. • beam.

เข้าเดือนเมษากันแล้ววว เชื่อว่าหน้าร้อนทุกคนก็คงจะนึกถึงเทศกาลสงกรานต์กันใช่ไหมละฮะ และเชื่อว่ากิจกรรมที่ทุกคนจะเตรียมตัวไปเช็กอินก็คงเป็นเทศกาลดนตรีแน่นอน

และงานเทศกาลดนตรีที่เรียกได้ว่าถ้านึกถึงสงกรานต์ก็ต้องนึกถึงเทศกาลนี้แน่นอน นั่นคือ S2O Songkran Music Festival เทศกาลดนตรีสุดเฟรชที่อยู่คู่กับวันสงกรานต์มาอย่างยาวนาน และเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งไอคอนิกของประเทศไทยที่ไม่ว่าใครก็ต้องนึกถึง !

วันนี้แอดเลยขอชวน “คุณเอ๋ย-ปุลิน มิลินทจินดา” ผู้ร่วมก่อตั้ง S2O Songkran Music Festival มาพูดคุยถึงจุดกำเนิด และเส้นทางที่ผ่านมาของ S2O พร้อมมุมมองของในอนาคตไปด้วยกัน

จากการคุยกันแอดรู้ได้เลยว่าคุณเอ๋ย และทีมงานตั้งใจทำงานนี้มากจริง ๆ บอกเลยว่าจัดใหญ่กว่าเดิมแน่นอน ทั้งสถานที่ ทั้งงานโปรดักชัน เอาละเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาใครที่อยากรู้ว่า S2O เกิดขึ้นมาได้อย่างไร และทำยังไงถึงคงความเฟรชไว้ได้ถึง 10 ปี ตามไปอ่านบทสัมภาษณ์กันได้เลยคร้าบบ !

จุดเริ่มต้นของ S2O เทศกาลดนตรีที่รวมวัฒนธรรมไทยเข้ากับเสียงเพลง

ไอเดียของเทศกาลนี้เริ่มต้นมาจาก “คุณวู้ดดี้” พี่ชายของ “คุณเอ๋ย” ที่ทั้งคู่เห็นว่าในช่วงปีนั้นไม่มีงานสงกรานต์ใหญ่ ๆ และเป็นแลนมาร์ก หรือไอคอนิกระดับโลก เพราะเมื่อก่อนเวลาเล่นน้ำกันก็มักจะเล่นไปตามจุดต่าง ๆ เช่น ข้าวสาร สีลม RCA และการเล่นสงกรานต์ในสมัยนั้นอาจจะยังไม่เซฟเท่าไหร่เพราะยังไม่สถานที่ ที่มีคนคอยดูแลความปลอดภัยตลอดเวลา

เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่อยากจัดงานที่ปลอดภัยต่อทุกคน และจัดโปรดักชัน เชิญศิลปิน ให้ดูเป็นงานเฟสติวัลเป็นเรื่องเป็นราวเลยเป็นจุดเริ่มต้นของการทำ S2O

“ไอเดียของชื่อมาจากการรวมคำสองคำด้วย S ที่มาจาก Songkran และ H₂O ที่มาจากน้ำจึงออกมาเป็น S2O Songkran Music Festival”

คุณเอ๋ย : การจัดงานครั้งแรกเป็นความรู้สึกที่ได้ “เรียนรู้” มากกว่า ว่าพื้นที่ทำอะไรได้บ้าง ลองผิดลองถูกในหลาย ๆ เรื่อง และลงทุนค่อนข้างเยอะ เพราะเป็นพื้นที่ใหม่ เหมือนเป็นการเริ่มใหม่จากไม่มีอะไรเลย เลยเป็นเหมือนการเรียนรู้ที่จะทำอะไรใหม่ เก็บประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ เพื่อทำให้งานในปีต่อไปดีกว่าเดิม จากที่เมื่อก่อน S2O จะไปจัดตามลานต่าง ๆ เช่น ShowDC LivePark เป็นต้น

ถ้าพูดถึงเป้าหมายของ S2O คุณเอ๋ยบอกว่า ตอนนี้การตั้งเป้าหมายของงานนั้นเปลี่ยนไปแล้ว เพราะก่อนที่จะเกิดโควิดมีการวางแผนล่วงหน้าตลอด 5-10 ปี แต่หลังจากเกิดโควิดมาก็เปลี่ยนแผนเป็นการมองภาพปีต่อปี โฟกัสกับปัจจุบันมากขึ้น เน้นทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอ

10 ปีของ S2O ความสำเร็จที่ได้มาจากการไม่หยุดพัฒนาตัวเอง

รู้กันหรือเปล่าว่า S2O อยู่คู่กับคนไทยมาถึง 10 ปีแล้ว และปีนี้ก็เป็นการครบรอบ 10 ปีพอดี ! แล้วอยากรู้กันหรือเปล่าว่าอะไรที่ทำให้ S2O เป็นเทศกาลที่ยังดูเฟรชตลอดเวลาแม้จะผ่านไปนานขนาดนี้

สิ่งที่ทำให้ S2O คงความเฟรชไว้ได้ตลอด ก็คือการ “พัฒนาตัวเอง” เรื่อย ๆ เช่น การลงทุนที่มากขึ้นทุกปี การเลือกไลน์อัปศิลปิน ดีเจ สถานที่จัดที่เล่นใหญ่ขึ้นตามไปด้วย

คุณเอ๋ย : เกณฑ์การเลือกไลน์อัปดีเจจะฟังเสียงจากคนกลุ่มใหญ่ โดยทาง S2O ก็จะเลือกดีเจที่ค่อนข้างแมส ไม่เฉพาะกลุ่มจนเกินไป เพื่อเอาใจให้ทุกคนสามารถจอยไปด้วยกันได้ เช่น Marshmellow, Alan Walker, DJ Snake ที่จะมาแจมใน S2O 2025 นี้

“ตั้งแต่จัด S2O มาไม่เคยมีจุดไหนที่คิดว่าดีแล้วเท่านี้พอ แต่คิดเสมอว่าจะทำยังไงให้ดีมากขึ้นไปในทุกปี เพื่อให้มันเข้าใกล้คำว่า Perfect ขึ้นในทุกปี”

และถ้าให้พูดถึงจุดเด่นที่ทำให้ S2O แตกต่างจากเทศกาลอื่น ๆ ทั่วโลกคือ เป็นเทศกาลที่เฉลิมฉลองปีใหม่ไทยและมีการเล่นน้ำตามประเพณี ซึ่งเทศกาลดนตรีอื่น ๆ ไม่ได้มีเหตุผลเดียวกันนี้ ว่าทำไมต้องฉีดน้ำ เลยทำให้ S2O โดดเด่นออกมา

แน่นอนว่าการจัดงานในไทยและต่างประเทศย่อมมีความยากแตกต่างกัน คุณเอ๋ยบอกว่าการจัดงานในประเทศไทยแตกต่างจากต่างประเทศตรงที่ ในประเทศไทยสามารถเป็นตัวเองได้เต็มที่สามารถส่งความสนุกได้แบบสุดเหวี่ยง ให้คนมาปล่อยตัวปล่อยใจสนุกไปกับงาน ลืมชีวิตที่แสนวุ่นวาย ลืมความเครียด และมันส์ให้สุด เปียกให้สุดไปเลย

แต่ตอนไปต่างประเทศจะเน้นไปที่เหล่าวัยรุ่นที่จะกลายเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักในประเทศไทยในอนาคต และส่งต่อความสนุกแบบคนไทยให้คนต่างประเทศเห็น เพื่อดึงดูดให้คนต่างชาติเข้าใจเอกลักษณ์ของประเทศไทยมากขึ้น

‘หัวใจ’ ที่ตรงกัน สู่การส่งต่อความมันส์วิถีไทยสู่สายตาคนทั่วโลก

หลายคนน่าจะอยากรู้ว่าคุณเอ๋ยส่งออกเทศกาลไปต่างประเทศได้ยังไง แต่คำตอบที่เราได้เป็นอะไรที่ว้าวสุด ๆ เพราะแต่ละประเทศมาเชิญ S2O ไปจัดเองเลย ! เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน จีน โดย S2O จะเลือกจากพาร์ทเนอร์ที่เข้ากับตัวเองได้เป็นหลัก และต้องมีใจที่ตรงกันคือใจที่อยากจะมอบประสบการณ์ที่ดีกับคนที่มางานในทุกปี

คุณเอ๋ย : ทาง S2O ไม่ได้ตั้งใจที่จะขยายออกไปแบบรวดเร็วขนาดนั้น แต่เป็นเพราะมีการหยิบยื่นโอกาสเข้ามาจากหลายประเทศเลยเป็นเหตุผลให้ S2O ได้เติบโตในต่างประเทศ

ต้องบอกว่างานแต่ละปีเขาคิดมาดีจริง เพราะ S2O จะปักวันจัดงานในช่วงที่อากาศร้อนที่สุดในแต่ละประเทศ ! และต้องเสี่ยงมรสุมน้อยที่สุด คุณเอ๋ยให้เหตุผลว่าโดยส่วนใหญ่ในช่วงเวลานั้นมักจะไม่มีเทศกาลดนตรีจัดอยู่แล้ว S2O เลยถือโอกาสจัดงานสาดน้ำให้เข้ากับช่วงอากาศร้อนได้อย่างดี

ถ้าถามคุณเอ๋ยว่าอยากจัดประเทศไหนเป็นพิเศษไหม คุณเอ๋ยบอกกับเราว่าประเทศที่ชอบเป็นพิเศษคือ เกาหลี และ ญี่ปุ่น เพราะเห็นว่าคนทั้งสองประเทศนี้เป็นคนที่เอนเนอร์จี้เยอะมาก ทุกคนจอยไปด้วยกัน เลยอยากที่จะยกระดับการจัดงานในสองประเทศนี้ให้ใหญ่ขึ้นด้วย

อีกสิ่งที่ยากที่สุดในการไปจัดงานต่างประเทศคือเรื่องของโปรดักชั่น แสง สี เสียง แต่สิ่งที่ยากที่สุด ที่หลายคนอาจคิดไม่ถึงเลยก็คือระบบน้ำ เช่น ระบบการฉีดน้ำ กักเก็บน้ำ คอนโทรลน้ำ เพราะว่าในต่างประเทศไม่เคยมีแบบนี้มาก่อน และไม่มีผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ เลยต้องสร้างทีมทำใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดเหมือนกัน

แอบบอกว่าคุณเอ๋ยแอบกระซิบมาว่าอาจมีอีกสองเมืองที่จะมีเทศกาล S2O ที่ยังรอเซอร์ไพร์สทุกคนอยู่นะคร้าบบ

S2O 2025 การเล่นใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ ด้วยความยิ่งใหญ่ระดับราชมัง !

พูดคุยมากันถึงช่วงสุดท้ายกันแล้วนะฮะ อย่างที่บอกว่าปีนี้ S2O 2025 เล่นใหญ่สุด ๆ เพราะไปจัดที่ราชมังคลากีฬาสถาน โดยราชมังไม่มีการจัดงาน EDM Music Festival มานานมากแล้ว เพราะข้อจำกัดหลายอย่าง แต่ปีนี้ S2O สามารถจัดที่ราชมังได้ หลังจากไฟต์เต็มที่มาถึง 3 ปี กว่าที่จะได้จัดที่ราชมัง

เรื่องของสถานที่ที่ใหญ่ขึ้นเลยทำให้อย่างอื่นใหญ่ขึ้นตามไม่ว่าจะเป็น ไลน์อัปดีเจ เช่น Marshmellow, Alan Walker และ DJ Snake เป็นครั้งแรกในโลกที่มีดีไซน์และโปรดักชันระดับนี้ อยากให้คนมาสัมผัสด้วยตัวเอง

คุณเอ๋ย : อยากจะฝากถึงทุกคนว่า S2O ปีนี้ อยากให้ทุกคนเตรียมตัวและเสื้อผ้ามาดี ๆ เพราะเปียกแน่นอน

อีก Pain Point ที่คนมาราชมังรู้กันดีคือรถติด ทาง S2O เลยแก้ปัญหาด้วยการร่วมมือกับ Grab เพื่อที่จะมาอำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทาง ให้มารับหน้างานไม่มีการชาร์จเพิ่มจากราคาปกติ และมีรถบัสคอยรับส่งตามจุดต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกอีกด้วย

ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวการเดินทางของคุณเอ๋ย และ S2O เป็นยังไงกันบ้างครับ เชื่อว่าทุกคนจะได้มุมมอง และแนวคิดดี ๆ กลับไปกันเต็ม ๆ นะฮะ และแอดเชื่อว่าหลังจากทุกคนอ่านจบคงจะมอง S2O เป็นงาน Music Festival ที่พิเศษขึ้นแน่นอนฮะ

ในโอกาสครบรอบ 10 ปีนี้แอดก็ขออวยพรให้ S2O อยู่กับเราไปอีกนานแสนนานเลยนะฮะ และแอดแอบกระซิบว่าปีนี้จุคนได้มากถึง 35,000 คนต่อวันเลย และนี่ยังเป็นจำนวนที่ทาง S2O เผื่อไว้แล้วด้วย เพราะกลัวว่าถ้าแน่นเกินไปจะไม่สนุกนั่นเองฮะ ใครมีบัตรแล้วก็ยินดีด้วยเพราะจะได้พบกับความสนุกแบบเต็ม ๆ แน่นอน ส่วนใครยังไม่มีต้องหากันด่วน ๆ คร้าบบ !

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...