โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เซียนสาวในยุควันสิ้นโลก (เปิดอ่านฟรีวันละ 1 ตอนจนจบ*)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 02.39 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2568 เวลา 03.41 น. • MeMeLaLa
เมื่อเซียนสาวไม่สามารถผ่านด่านเคราะห์ไปได้จึงทำให้ร่างกายแตกสลาย แต่แทนที่นางจะได้ไปเกิดใหม่ดวงจิตของนางกลับเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่ต้องเอาตัวรอดในยุคที่ผู้คนเรียกว่าวันสิ้นโลกแทน

ข้อมูลเบื้องต้น

เหมยอิงเป็นผู้ฝึกตนระดับเซียนที่ไม่สามารถผ่านด่านเคราะห์เพื่อเลื่อนขึ้นไปเป็นเทพเซียนได้ จึงถูกสายฟ้าลงทัณฑ์ผ่าจนร่างกายแตกสลาย แทนที่ดวงจิตจะกลับเข้าสู่วัฏจักรเพื่อเวียนวายตายเกิดอีกครั้ง แต่ดวงจิตของนางกลับเข้าไปอยู่ในร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่บนสถานที่และยุคสมัยที่นางไม่รู้จัก

ผู้คนที่นี่เรียกมันว่าเป็นยุควันสิ้นโลก เพราะผู้คนที่ตายไปแล้วกลับฟื้นขึ้นมาเป็นศพเดินได้ หรือที่ถูกเรียกว่าซอมบี้ และซอมบี้เหล่านี้ยังเที่ยวไล่เข่นฆ่าผู้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือที่เรียกกันว่าผู้รอดชีวิตอีกด้วย แต่เหล่าผู้รอดชีวิตก็ไม่ได้ทำเพียงรอความตาย เพราะมีคนส่วนหนึ่งกลายเป็นผู้มีพลังพิเศษ จึงช่วยกันต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดและช่วยกันสร้างที่พักอาศัยที่ปลอดภัยเพื่อให้ทุกคนมีชีวิตรอดกันต่อไป

ถึงแม้เหมยอิงจะสับสนและตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากแค่ไหน นางก็ต้องพยายามหาทางเอาตัวชีวิตรอดต่อไป โชคดีที่มิติเก็บของกับพลังปราณขั้นเซียนของนางยังคงติดตามดวงจิตมาด้วย ในยุคที่ผู้คนมีพลังพิเศษเช่นนี้ซึ่งแทบไม่ต่างกับผู้มีพลังปราณ การที่นางใช้พลังปราณที่มีอยู่เพื่อต่อสู้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร มาคอยเอาใจช่วยให้เซียนสาวหลงยุคให้เอาตัวรอดในยุควันสิ้นโลกกันเถอะ

********************

เซียนสาวในยุควันสิ้นโลก นิยายเรื่องนี้จะมีการ ติดเหรียญล่วงหน้าตั้งแต่ตอนที่ 16 และเปิดตอนให้ *อ่านฟรีวันละ 1 ตอน ตอนละ 7 วัน จากนั้นจะทำการติดเหรียญถาวรอีกครั้ง ผู้อ่านสามารถตาม *อ่านได้ฟรีจนจบ ไม่รวมตอนพิเศษ

ไรต์ : เรื่องนี้เราอยากเขียนแบบนางเอกเก่ง เก่งแบบไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจว่าควรจะทำอะไร หรือว่าตัวเองจะทำได้ไหม คือนางอยากทำก็ทำไม่อยากทำก็โยนให้คนอื่นทำแบบนั้นเลยค่ะ ไม่มีมาสร้างนู้นสร้างนี้ให้เหนื่อยด้วย พุ่งปะทะอย่างเดียว ถ้าใครไม่ชอบแนวนี้ข้ามผ่านได้เลยนะคะ…กราบ มีมีลาลา

ท่านเซียนกับโลกใหม่

"หืม?" เหมยอิงที่ตอนนี้กำลังยืนอยู่ริมถนนสายหนึ่ง ส่งเสียงออกมาด้วยความสงสัย และมองทุกอย่างด้วยสายตาสับสน แต่ท่าทางที่แสดงออกกลับสงบยิ่งนัก ถึงแม้ทุกสิ่งที่เห็นอยู่ในสายตาของนางตอนนี้จะเป็นสิ่งที่นางไม่คุ้นเคยเลยก็ตาม นางจึงได้แต่นึกย้อนไปถึงสาเหตุที่ทำให้ตนเองมาอยู่ที่นี่

นางจำได้ว่ากำลังรับทัณฑ์สวรรค์เพื่อจะเลื่อนขั้นจากเซียนขึ้นเป็นเทพเซียน แต่ดูเหมือนว่านางจะไม่สามารถผ่านมันไปได้ จึงถูกสายฟ้าผ่าจนร่างกายแตกสลาย แต่ดีที่ดวงจิตของนางได้รับการปกป้องจากอาวุธวิเศษเอาไว้ จึงทำให้ไม่ได้แตกสลายตามไปด้วย นางเพียงแค่ต้องไปเกิดและเริ่มบำเพ็ญเพียรใหม่อีกครั้งเท่านั้น

แต่สิ่งที่นางเห็นในตอนนี้ไม่มีอะไรคล้ายกับสถานที่ที่จะให้นางไปเกิดใหม่ได้เลย สภาพบ้านเรือนที่ดูแปลกตา อาคารสูงและสิ่งของที่ดูแปลกประหลาดเต็มไปหมด บรรยากาศและอากาศที่ไม่คุ้นเคย และที่สำคัญนางสัมผัสถึงพลังปราณของที่แห่งนี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

"อ๊ะ!!" เหมยอิงส่งเสียงร้องเบาๆ ออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อจู่ๆ ก็มีความทรงจำบางอย่างไหลผ่านเข้ามาในหัว ภาพความทรงจำที่เป็นชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่เริ่มตั้งแต่จำความได้ดำเนินเรื่อยมาจนเติบโต

แต่มีภาพหนึ่งที่สำคัญและเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อหกเดือนก่อนก็คือ ในคืนหนึ่งได้เกิดเหตุการณ์ฝนดาวตกประหลาดขึ้นบนท้องฟ้าทั่วโลก ทำให้มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่ศพคนที่ตายเหล่านั้นกลับฟื้นขึ้นมาไล่เข่นฆ่าคนอื่นๆ จนเกิดความวุ่นวายไปทั่ว

นอกจากคนที่กลายเป็นศพคืนชีพเหล่านั้นแล้ว ยังมีผู้คนจำนวนหนึ่งที่กลายเป็นคนที่ถูกเรียกว่าผู้มีพลังพิเศษขึ้นมา ซึ่งคล้ายกับยุคของนางที่ผู้คนมีพลังปราณธาตุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ดิน น้ำ ลม ไฟ น้ำแข็ง และสายฟ้า แต่ที่นี่มีพลังแปลกๆ และแตกต่างกว่าในยุคของนางมากนัก

ซึ่งหลังจากได้รับความทรงจำนี้ เหมยอิงก็เข้าใจแล้วว่าตอนนี้นางได้เข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวในความทรงจำนี้เข้าแล้ว หญิงสาวที่มีชื่อว่าเหมยอิงเหมือนกับนาง รวมไปถึงรูปร่างหน้าตา และแม้แต่ชีวิตก็ยังคล้ายคลึงกัน

ตัวนางเป็นเด็กกำพร้าไร้ครอบครัว เติบโตมากับอาจารย์ที่เก็บนางมาเลี้ยงตอนอายุ 5 หนาว เพราะเห็นถึงพรสวรรค์ในการฝึกตนของนาง

ส่วนเหมยอิงคนนี้ก็เป็นเด็กกำพร้าเช่นกัน เติบโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพียงแต่ร่างนี้เพิ่งจะมีอายุ 18 ปีเท่านั้น ส่วนตัวนางนั้นจำอายุของตนเองไม่ได้แล้ว และมันไม่ต่ำกว่าพันปีอย่างแน่นอน

ในภาพความทรงจำของหญิงสาวเหมยอิง ตามกฎของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า เมื่อเติบโตจนมีอายุครบ 18 ปีต้องย้ายออกไปอยู่ข้างนอก ซึ่งเหมยอิงก็เพิ่งจะย้ายออกมาเมื่อหกเดือนก่อนนี้เอง แล้วก็เจอเข้ากับเหตุการณ์ที่ผู้คนเรียกกันว่าวันสิ้นโลกเข้าพอดี

เหมยอิงคนนี้พยายามเอาตัวรอดมาอย่างยากลำบาก เพราะไม่ได้เป็นผู้ที่มีพลังพิเศษเป็นแค่เพียงคนธรรมดาเท่านั้น แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาที่สวยงาม จึงทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากหลายครั้ง แต่โชคดีที่สามารถเอาตัวรอดมาได้

จนกระทั่งเหมยอิงเป็นไข้จากการตากฝนที่ตกลงมาเมื่อคืนก่อน และเหมือนในน้ำฝนจะมีสารพิษจึงทำให้ร่างนี้ล้มป่วยและจากไปในที่สุด ส่วนนางที่ร่างกายแตกสลายก็ได้เข้ามาอยู่แทนที่

"เฮ้อ คิดเสียว่าข้ามาผ่านด่านเคราะห์ก็แล้วกัน" เหมยอิงเอ่ยออกมาด้วยความปลดปลง หลังจากทำความเข้าใจจากความทรงจำที่ได้รับมาทั้งหมดแล้ว จากนั้นจึงเริ่มสำรวจร่างกายนี้อย่างจริงจังอีกครั้ง

เซียนเหมยอิงหรือตอนนี้ก็คือเหมยอิง ประกบมือสองข้างเข้าหากันแล้วลองเรียกพลังปราณออกมา ซึ่งโชคดีที่นางสามารถสัมผัสถึงพลังปราณที่อยู่ในดวงจิตได้ รวมไปถึงอาวุธวิเศษ และมิติเก็บของของตนเองอีกด้วย

เมื่อตรวจสอบแล้วว่าร่างนี้สามารถใช้พลังปราณ อาวุธวิเศษรวมไปถึงมิติเก็บของได้ ก็กลับมาตรวจสอบร่างกายนี้อีกครั้ง ซึ่งพิษไข้ที่เป็นดูเหมือนจะหายดีแล้ว มีเพียงความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงเพราะขาดอาหารเท่านั้น ส่วนข้าวของติดตัวของร่างนี้ก็มีเพียงกระเป๋าเป้ที่มีเสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยน หมวกแก๊ป ขวดน้ำดื่ม และขนมขบเคี้ยวอีกสองห่อเท่านั้น

'โครกคราก' เหมยอิงได้ยินเสียงท้องที่ร้องด้วยความหิวโหยของร่างนี้ ก็นึกถึงสิ่งของที่อยู่ในมิติเก็บของของตน เท่าที่นางจำได้น่าจะมีแต่พวกโอสถปราณ สมุนไพรปราณ และผลไม้ปราณเท่านั้น เพราะนางบรรลุเป็นเซียนแล้วไม่จำเป็นต้องกินอาหารจึงไม่มีของกินอย่างอื่นอยู่เลย

ในเมื่อไม่มีของกินอย่างอื่นเหมยอิงจึงหยิบเอาผลไม้ปราณออกมากินเพื่อระงับความหิว แต่หลังจากที่กินผลไม้ปราณเข้าไปไม่นานร่างกายก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น เพราะร่างกายนี้เริ่มขับของเสียออกมาเป็นคราบสีดำ และตามมาด้วยกลิ่นเหม็นจนเหมยอิงถึงกับต้องหันหน้าหนี จึงทำให้มองเห็นบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล

ซึ่งในความทรงจำตอนที่ร่างนี้พิษไข้กำเริบก็พยายามจะหาที่หลบพักจึงเจอบ้านหลังนี้เข้าพอดี แต่ยังไม่ทันได้เข้าไปสำรวจก็จากไปเสียก่อน เหมยอิงจึงตัดสินใจจะเข้าไปจัดการตนเองในบ้านหลังนี้ก่อนค่อยคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป

'แอ๊ด' เสียงเปิดประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ประตูบ้านหลังนี้ไม่ได้ลงกลอนเอาไว้ ส่วนสภาพภายในบ้านก็ดูสะอาดไม่มีคราบเลือดหรือซากศพ แต่เพื่อความไม่ประมาท เหมยอิงจึงแผ่พลังปราณเพื่อตรวจสอบว่ามีสิ่งใดอยู่ในบ้านนี้หรือไม่ ก็พบว่ามีอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนที่อยู่บนชั้นสองของบ้าน แต่การเคลื่อนที่ของมันดูเชื่องช้า ซึ่งจากในความทรงจำของร่างก็เข้าใจได้ว่านั่นคือศพที่ฟื้นคืนชีพหรือที่ถูกเรียกว่าซอมบี้นั่นเอง

เหมยอิงไม่รอช้าเดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านเพื่อจัดการเจ้าศพคืนชีพนั้นในทันที ซึ่งเจ้าศพนั้นถูกขังอยู่ในห้องหนึ่งของบ้าน เหมยอิงเรียกอาวุธวิเศษของตนเองออกมา ซึ่งเป็นกระบี่อ่อนที่มีใบมีดบางราวกระดาษแต่กลับคมกริบอย่างยิ่ง

กระบี่อ่อนเล่มนี้มีชื่อว่าเสวี่ยอิง เป็นกระบี่ระดับวิญญาณผสานปราณธาตุเหมันต์ที่อาจารย์ของนางมอบให้เมื่อตอนที่นางสามารถเปิดพลังปราณได้

ดูเหมือนเจ้าศพคืนชีพที่อยู่ในห้องจะสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตที่เป็นอาหาร จึงเริ่มคลุ้มคลั่งและพยายามจะพังประตูออกมา เหมยอิงยกเท้าถีบประตูห้องจนเปิดออก ก็เห็นร่างของเด็กชายอายุไม่น่าเกินสิบหนาวกำลังแยกเขี้ยวใส่นาง และพยายามยื่นมือมาคว้าตัวนาง แต่มันไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ เพราะร่างกายท่อนล่างเหลือเพียงแค่หนังหุ้มกระดูกเท่านั้น เหมยอิงจึงรู้ได้ทันทีว่าก่อนที่จะกลายเป็นซอมบี้มันคงจะพิการเดินไม่ได้มาก่อน

"ตอนมีชีวิตเจ้าก็ทุกข์ทรมานมากพอแล้ว ตายไปก็ยังต้องทุกข์ทรมานอยู่อีก จงไปเกิดใหม่และมีชีวิตที่ดีเถอะนะ" เหมยอิงจากตอนแรกที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิมที่จะได้กำจัดซอมบี้ตัวแรก กลับต้องรู้สึกอนาถใจแทนจึงรีบจัดการซอมบี้ตัวนี้ในคมดาบเดียว และไม่ลืมควักหินที่อยู่ในหัวของซอมบี้ตัวนี้ออกมาด้วย เพราะในความทรงจำเจ้าหินนี่หรือที่คนอื่นเรียกว่าคริสตัลมีค่ามากสำหรับพวกมีพลังพิเศษ และมันจะมีอยู่ในหัวของซอมบี้ทุกตัว

หลังจากจัดการกับซอมบี้เด็กแล้ว เหมยอิงก็เดินสำรวจบ้านหลังนี้จนไปเจอห้องนอนใหญ่ที่มีห้องน้ำในตัว และในตู้เสื้อผ้าก็มีชุดของผู้หญิงอยู่ด้วยนางจึงเลือกออกมา ซึ่งเป็นพวกกางเกงขายาว เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต และนางยังมองเห็นของใช้ส่วนตัวอีกหลายอย่างจึงเก็บเข้ามิติไปทั้งหมด จากนั้นก็เข้าห้องน้ำเพื่อจัดการตนเองเพราะตอนนี้นางไม่ได้กลิ่นอะไรเลยนอกจากกลิ่นเหม็นของตนเอง

ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมงเหมยอิงก็เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับชุดใหม่ เพราะชุดเก่ามันสกปรกและเหม็นจนไม่สามารถใส่ได้อีกแล้ว ซึ่งโชคดีที่รูปร่างของเจ้าของบ้านนี้ไม่ต่างจากร่างนี้มากนัก เสื้อผ้ารวมไปถึงชั้นในนางจึงสามารถใส่ได้

ส่วนเรื่องที่จะรังเกียจของที่คนอื่นใช้แล้วนั้น ไม่มีอยู่ในความคิดของนาง เพราะจากความทรงจำที่ได้เห็นมา อะไรที่สามารถใช้ได้ก็ควรเก็บมาให้หมด เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้เจออีก ขอแค่สะอาดนางก็สามารถใช้ได้ทั้งนั้น

เมื่อจัดการตนเองเรียบร้อยก็ถึงเวลาต้องมาคิดว่านางจะเอาอย่างไรกับชีวิตต่อไป จะฝึกพลังปราณเพื่อบรรลุเป็นเซียนอีกครั้ง บนที่แห่งนี้ก็ไม่มีพลังปราณอยู่เลยแม้แต่น้อย และอีกอย่างร่างนี้เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ต้องกิน ต้องพักผ่อนไม่ได้อิ่มทิพย์อย่างร่างเซียนที่ไม่ต้องกินต้องนอนก็สามารถอยู่ได้

พอคิดมาถึงตรงนี้สิ่งที่นางต้องทำก็ไม่พ้นต้องหาอาหารและที่พักที่ปลอดภัย ซึ่งในความทรงจำเจ้าของร่างก็มีการคิดเอาไว้แล้วว่าจะเดินทางไปเข้าร่วมกับค่ายทหารที่จัดตั้งขึ้นเป็นค่ายผู้รอดชีวิตที่อยู่อีกเมืองหนึ่ง เพียงแต่มาป่วยตายไปเสียก่อน

เหมยอิงเมื่อทบทวนมาถึงตรงนี้ก็คิดว่าตนเองจะทำตามสิ่งที่ร่างนี้คิดเอาไว้ ก็คือเดินทางไปยังค่ายผู้รอดชีวิตที่อยู่อีกเมือง โดยระหว่างการเดินทางนางก็จะหาเสบียงไปด้วย โชคดีที่ถึงแม้จะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทำให้เหล่าสัตว์ทั้งหลายบางส่วนเกิดการกลายพันธุ์แต่ว่ายังสามารถนำมากินได้ เพียงแต่พวกสัตว์กลายพันธุ์จะมีขนาดรูปร่างที่เปลี่ยนไป และมีความดุร้ายมากขึ้น การจะล่าพวกมันจึงต้องใช้คนและพวกที่มีพลังพิเศษเป็นจำนวนมาก

แต่ในเรื่องนี้เหมยอิงไม่กังวล นางคิดว่าด้วยพลังปราณระดับเซียนของนางน่าจะสามารถล่าพวกมันได้ไม่ยาก ในเมื่อพวกสัตว์อสูรที่ดุร้ายมากในยุคของนาง นางยังสามารถจัดการพวกมันได้อย่างง่ายดาย พวกสัตว์กลายพันธุ์คงไม่น่าจะยากเกินไปกว่าแน่นอน

ในเมื่อวางแผนการเรียบร้อยแล้ว เหมยอิงก็เริ่มเดินสำรวจบ้านหลังนี้เพื่อหาข้าวของจำเป็นก่อนที่พระอาทิตย์จะตก เพราะว่าในความทรงจำพวกศพเดินได้จะดุร้ายขึ้น เสียงดังเพียงนิด การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็ทำให้พวกมันรับรู้ได้

เพราะไม่ไกลจากบ้านหลังนี้นางมองเห็นพวกมันกระจายกันอยู่อีกหลายตัว นางจึงไม่อยากจะเสี่ยงให้พวกมันรับรู้ถึงการมีอยู่ของตนเอง ถึงแม้ว่านางก็อยากจะลองดูว่าพวกมันจะดุร้ายมากขึ้นแค่ไหน แต่หลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยงไปก่อน รอให้นางเข้าใจที่แห่งนี้มากกว่านี้ก่อนค่อยว่ากัน

และจากการสำรวจพบว่าบ้านหลังนี้มีห้องใต้ดินที่ใช้เก็บอาหารอยู่ มีแป้ง ข้าว ธัญพืช ของแห้ง และหัวมันต่างๆ รวมไปถึงเหล้าผลไม้หรือที่คนที่นี่เรียกว่าไวน์อยู่ด้วย เหมยอิงเก็บทุกอย่างที่เจอเข้ามิติไปทั้งหมด รวมไปถึงของใช้ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ โซฟา เตียง ผ้าห่ม ที่นอน เสื้อกันหนาว ของใช้อะไรที่สามารถใช้งานได้ รวมไปถึงของที่ต้องใช้เจ้าสิ่งที่เรียกว่าไฟฟ้านางเก็บก็เข้ามิติไปทั้งหมด ซึ่งถ้านางสามารถยกบ้านหลังนี้ไปด้วยได้นางคงเก็บเข้าไปแล้ว ถึงแม้จะมีศพเด็กน้อยนั้นอยู่ด้วยก็ตาม

หลังจากเก็บของที่ต้องการหรือจะเรียกว่าปล้นบ้านหลังนี้จนเหลือแค่โครงบ้านเรียบร้อยแล้ว เหมยอิงก็เอาที่นอนออกมาปูที่ห้องโถงด้านล่าง เพื่อเตรียมจะนอนหลับ และไม่ลืมกรอกน้ำใส่ถังที่นางหาเจอเอาไว้ใช้ยามเดินทางอีกด้วย ส่วนน้ำดื่มนางมีของวิเศษที่เป็นขวดหยกที่มีน้ำทิพย์อยู่ภายใน ซึ่งมันสามารถเรียกน้ำออกมาให้นางใช้ดื่มกินได้ไม่มีวันหมด

เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยท้องฟ้าด้านนอกก็เริ่มมืดลง เหมยอิงจึงนอนหลับพักผ่อนในทันที แต่นางก็ไม่ได้ประมาท ได้ยกพวกตู้โต๊ะมาวางขวางประตูเอาไว้ รวมถึงดึงผ้าม่านปิดหน้าต่างทุกบานจนหมด แล้วก็นอนหลับไปในทันที

***********************

ไรต์ : เรื่องใหม่นี้นางเอกเก่งแบบเก่งเว่อร์ เก่งแบบตะโกน มีความงดงามแต่เย็นชาแบบอย่างนั้นเลย และแน่นอนว่ามีพระเอกที่ยังไม่รู้ว่าจะออกมาเป็นแค่ตัวประกอบหรือเปล่า รอลุ้นไปพร้อมกันนะคะ

ปล. ขอแจ้งเรื่องติดเหรียญค่ะ ไรต์จะทำการติดเหรียญตอนล่วงหน้าตั้งแต่ตอนที่ 16 และจะเปิดให้อ่านฟรีหลังปลดตอน 7 วัน แล้วก็จะติดเหรียญอีกครั้ง ใครที่จ่ายเงินซื้อตอนล่วงหน้าไปแล้วไม่ต้องซื้อซ้ำนะคะ สามารถกลับมาอ่านซ้ำได้ตลอดเลย…กราบ

ฝากกดติดตาม กดหัวใจ กดแชร์ กดเปย์ ตามแต่ความพอใจของทุกท่านได้เลยคร้า…กราบ

ท่านเซียนกับการเริ่มต้น

รุ่งอรุณวันใหม่มาเยือนอย่างรวดเร็ว เมื่อคืนเหมยอิงนอนหลับสนิทไม่มีสิ่งใดมารบกวน และพอแสงสว่างกระจายไปทั่วท้องฟ้า เหล่าศพเดินได้ที่เคยว่องไวในตอนกลางคืนก็กลับสู่สภาวะเชื่องช้าอีกครั้ง จนกว่าจะมีสิ่งใดมากระตุ้นพวกมันหรือจนกว่าท้องฟ้าจะมืดลงอีกครั้ง

เหมยอิงลุกขึ้นจัดการล้างหน้า แปรงฟันอย่างที่ร่างนี้เคยทำ และไม่ลืมหาอะไรง่ายๆ กินอย่างเช่นผลไม้ปราณที่อยู่ในมิติ เพราะถึงแม้เธอจะมีของที่ใช้ทำอาหารได้ แต่เธอและร่างนี้ทำไม่เป็น ในตอนที่ฝึกฝนการเป็นเซียนก็มีบ่าวรับใช้ของอาจารย์คอยดูแล

ส่วนร่างนี้ถึงแม้จะเป็นเด็กกำพร้า แต่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็มีคนคอยทำอาหารให้กิน พอออกมายังไม่ทันได้ใช้ชีวิตก็เกิดเหตุการณ์วันสิ้นโลกนี้ขึ้นเสียก่อน จึงไม่เคยได้ทำอาหารกินเองเลย ส่วนของกินที่ผ่านมาก็เป็นของที่สามารถหาได้ในตอนนั้นไม่ว่าจะเป็นขนมปังเก่าขึ้นราร่างนี้ก็กินมาแล้ว

หลังจากจัดการตนเองและหาอะไรใส่ท้องลงไปแล้วก็ถึงเวลาต้องออกเดินทาง ร่างนี้เคยหัดเรียนขับรถมาเหมยอิงจึงคิดว่าจะหารถยนต์สักคัน เพื่อประหยัดเวลาในการเดินทาง ถึงแม้ว่าเสียงเครื่องยนต์อาจจะทำให้พวกศพเดินได้คลุ้มคลั่งและเข้ามาโจมตี แต่เธอคิดว่าน่าจะจัดการพวกมันได้ไม่ยาก

เมื่อคิดเช่นนี้เหมยอิงจึงเริ่มมองหารถยนต์ที่น่าจะยังใช้งานได้ แต่รถยนต์ที่พบส่วนใหญ่ไม่มีน้ำมันเหลืออยู่เลย และระหว่างทางที่หารถถ้าเจอพวกศพเดินได้เธอก็จะจัดการพวกมัน และเก็บหินในหัวของพวกมันไปด้วยตลอดทาง

ถ้าเจอร้านค้าหรือบ้านคนที่ดูสภาพดีเธอก็จะเข้าไปหาของที่สามารถใช้งานได้มาเก็บไว้ อย่างไรมิติเก็บของของเธอมันก็ไม่มีทางเต็มได้ง่ายๆ หรอก เพราะเธอขอให้อาจารย์ทำพื้นที่กว้างขนาด 50 หมู่เลยทีเดียวถ้าเทียบกับในยุคนี้ก็น่าจะประมาณ 20 กว่าไร่ ก็ใครใช้ให้อาจารย์ของเธอเป็นปรมาจารย์ด้านการสร้างมิติล่ะ

เหมยอิงเดินหารถยนต์จนกระทั่งพระอาทิตย์ตรงหัวก็ยังไม่เจอรถยนต์ที่มีน้ำมันเหลืออยู่เลยสักคัน แถมรถยนต์พวกนี้ยังถูกถอดอะไหล่ออกไปด้วย เอาเป็นว่าที่เธอเดินหามาตั้งแต่เช้ายังไม่เจอรถที่สมประกอบเลยสักคัน เธอจึงตัดสินใจจะหาที่พักเพื่อหาอะไรกินก่อนจะออกเดินทางอีกครั้ง

ซึ่งข้างหน้าไม่ไกลเธอมองเห็นสิ่งที่เรียกว่าห้างสรรพสินค้า ถึงแม้เธอไม่มั่นใจว่าจะได้อะไรจากที่นั่น แต่ก็ยังคงมุ่งหน้าเดินไปอยู่ดี ถึงจะไม่มีของที่ใช้ได้แต่น่าจะมีพวกศพเดินได้ให้เธอได้เก็บหินของพวกมันบ้างไม่มากก็น้อย

"เฮ้ย! ดูนั้นผู้หญิงว่ะ เดินเข้าไปในนั้นคิดจะฆ่าตัวตายหรือยังไง พวกซอมบี้อยู่กันยั้วเยี้ยขนาดนั้น" เสียงกระซิบของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นจากอาคารที่อยู่ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าที่เหมยอิงกำลังเดินเข้าไป และคนพูดคิดว่าอย่างไรผู้หญิงที่เขาเห็นคงไม่มีทางได้ยินอย่างแน่นอน

เพียงแต่เหมยอิงเป็นผู้ฝึกพลังปราณจึงได้ยินอย่างชัดเจน ยิ่งในตอนที่มีแค่เพียงเสียงลมพัดเช่นนี้ เหมือนอีกฝ่ายมาพูดอยู่ข้างหูของเธอเลยด้วยซ้ำ แต่เหมยอิงไม่คิดสนใจ เพราะตอนนี้ความสนใจของเธออยู่ในห้างสรรพสินค้าตรงหน้านี้หมดแล้ว

เพราะทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาเธอก็แผ่พลังปราณไปจนทั่วทั้งห้างก็พบเข้ากับพวกศพเดินได้จำนวนมาก ซึ่งถ้าเป็นคนอื่นคงไม่สามารถสัมผัสถึงพวกมันได้เพราะห้างแห่งนี้มืดมิดจนแทบจะมองสิ่งใดไม่เห็นเลย

แต่เหมยอิงที่ใช้พลังปราณตรวจสอบ และยังเคยถูกอาจารย์จับให้ฝึกฝนการต่อสู้มาแทบทุกรูปแบบ แม้กระทั่งปิดตาต่อสู้กับสัตว์อสูรนับสิบๆ ตัวก็เคยทำมาแล้ว ย่อมสามารถจัดการพวกมันได้อย่างง่ายดาย ถึงแม้พวกมันจะว่องไวมากก็ตามแต่ก็เป็นแค่ซอมบี้ระดับ 1-2 เท่านั้น

ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่เจ้าของร่างรับรู้มาเช่นกันว่าคนที่มีพลังพิเศษสามารถพัฒนาระดับขึ้นได้ พวกซอมบี้ก็สามารถพัฒนาได้เช่นกัน แต่ถึงพวกมันจะพัฒนาจนอยู่ในระดับสองก็ไม่สามารถสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนให้เธอได้ หรือต่อให้พวกมันเข้ามาพร้อมกันนับสิบหรือร้อยตัวก็ตาม เธอก็จัดการพวกมันได้จนหมด และก็ไม่ลืมที่จะเก็บหินในหัวของพวกมันกลับมาด้วย

เมื่อจัดการพวกศพเดินได้ที่ชั้นหนึ่งหมด เธอยังเข้าไปในร้านค้าบางร้านเพื่อเก็บข้าวของได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า และของใช้ที่ยังอยู่ในสภาพดีจากนั้นก็เริ่มเดินขึ้นสู่ชั้นสอง

ที่ชั้นสอง ชั้นสาม จนกระทั่งถึงชั้นห้าที่เป็นชั้นสุดท้ายเธอก็ยังจัดการพวกซอมบี้ได้จนหมดอย่างง่ายดาย และเก็บข้าวของไปได้อีกนิดหน่อย เพราะส่วนใหญ่ถ้าไม่ชำรุดก็เปรอะเปื้อนเกินกว่าที่จะนำมาใช้ได้

แต่สิ่งที่เธอได้กลับมามากมายก็คือหินในหัวของพวกมัน และเธอยังได้เจอกับซอมบี้ระดับสามอีกด้วย แต่พวกมันก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเธออยู่ดี

ถ้าจะให้เปรียบพวกซอมบี้เหล่านี้กับระดับของผู้ฝึกตน ก็อาจจะเปรียบได้กับเธอที่เป็นเซียนอยู่ในระดับ 10 แต่พวกมันอยู่แค่ระดับ 1-3 แค่นั้น เพราะแบบนี้ต่อให้พวกมันเข้ามาโจมตีทีเดียวเป็นร้อยตัว เธอก็สามารถจัดการพวกมันได้อย่างง่ายดาย

พอจัดการพวกมันจนหมดแล้ว เหมยอิงดูนาฬิกาที่เจ้าของร่างใส่อยู่ก็พบว่าตอนนี้เป็นตอนค่ำแล้ว จึงมองหาที่พักในคืนนี้ ส่วนอาหารก็ยังคงเป็นผลไม้ปราณอีกเช่นเคย เอาไว้พรุ่งนี้เธอจะลงไปชั้นใต้ดินที่มีร้านค้าที่เรียกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตว่าพอจะมีของกินอะไรอยู่บ้างไหม และจากที่ใช้พลังปราณตรวจสอบดูก็พบว่ามีพวกศพเดินได้อยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน

เช้าวันใหม่มาถึงอีกครั้งเหมยอิงตื่นขึ้นมาตามความเคยชิน และด้วยตอนนี้เธอพักอยู่ที่ชั้นบนสุด จึงพอมองเห็นแสงสว่างที่รอดผ่านหลังคาเข้ามาได้ จึงมองสำรวจห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ด้วยความสนใจ

เพราะถึงแม้ว่าเธอจะสามารถมองเห็นได้ในที่มืด แต่มันก็ไม่ได้ชัดเจนเท่ากับเวลาที่มีแสงสว่างแบบนี้ แต่น่าเสียดายชั้นนี้ไม่มีอะไรให้เธอเก็บเกี่ยวได้เลย เพราะของส่วนใหญ่เสียหายจากการถูกโจมตีจากพวกซอมบี้ และยังมีน้ำฝนที่ตกลงมาผ่านหลังคาที่รั่วอีกด้วย ในเมื่อไม่มีอะไรให้เก็บได้ เธอก็เดินหาห้องน้ำเพื่อจัดการตนเอง แล้วเดินลงไปยังชั้นใต้ดินทันที

เมื่อลงมาถึงชั้นใต้ดินก็พบกับพวกซอมบี้เป็นจำนวนมาก ดูเหมือนตอนที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นคงเป็นช่วงเวลาที่ห้างแห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คน แต่ถึงจะมีพวกมันมากแค่ไหนเหมยอิงก็สามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย และเสียงที่ดังก็มีเพียงเสียงคลั่งของพวกมันกับเสียงเนื้อถูกตัดเท่านั้น

เมื่อจัดการพวกซอมบี้จนหมดก็ถึงเวลาเก็บของ นับว่าเป็นโชคดีที่ของใช้บางอย่างอยู่ในบริเวณที่ไม่มีพวกซอมบี้อาละวาดจึงยังอยู่ในสภาพสะอาดเรียบร้อย เพราะพวกมันพากันไปกระจุกอยู่ตรงทางเข้าออกจนหมด

และด้วยจำนวนซอมบี้ที่มีอยู่มากมาย จึงไม่เคยมีใครคิดที่จะเข้ามาเก็บของที่นี่เลย เพราะแค่ทางเข้าก็ไม่สามารถผ่านไปได้แล้ว

จึงกลายเป็นความโชคดีของเหมยอิงไป เธอเก็บของใช้ทุกอย่างเข้ามิติไม่ว่าจะเป็นสบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม ผ้าอนามัย แต่พวกเครื่องสำอางเธอเลือกเก็บแค่ไม่กี่อย่าง เพราะของพวกนี้มันมีวันหมดอายุ และถ้าใช้แล้วร่างนี้เกิดแพ้ขึ้นมาก็ยิ่งแย่ เพราะไม่มีสิ่งที่เรียกว่าโรงพยาบาลคอยรักษาให้แล้ว

เหมยอิงเก็บของจนมาถึงแผนกอาหาร หลังจากตรวจสอบสภาพว่าเรียบร้อยดีเธอก็เก็บพวกมันเข้ามิติไป ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อาหารแห้ง ขนมขบเคี้ยว เมล็ดถั่วชนิดต่างๆ รวมไปถึงนมผง นมกล่อง อะไรที่เป็นของกินที่ไม่เน่าเสียและยังอยู่ในสภาพดีเธอกวาดเข้ามิติจนหมด และยังเก็บชั้นวางของเข้าไปด้วยเพื่อจะได้เก็บของทั้งหมดให้เป็นระเบียบ

เมื่อจัดการเก็บของจนพอใจแล้ว เธอก็เดินออกไปยังในส่วนของอาคารจอดรถเพื่อมองหารถยนต์ไปใช้งาน และแน่นอนที่นี่ก็เต็มไปด้วยพวกซอมบี้เช่นกัน และดูเหมือนที่นี่จะเคยเกิดความวุ่นวายขึ้นค่อนข้างรุนแรงทีเดียว

เธอเห็นซอมบี้บางตัวถูกอัดติดกับซากรถที่ชนกัน หรือบางตัวถูกขังไว้ในรถก็มี พวกที่วิ่งเพ่นพ่านไปมาก็ไม่น้อย แต่ทั้งหมดก็ถูกจัดการจนไม่เหลือ รวมไปถึงพวกที่ติดอยู่ในรถด้วย เพราะเหมยอิงต้องการหินในหัวของพวกมันนั่นเอง

ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าหินหรือที่เรียกว่าคริสตัลนี่จะเอาไปใช้ทำอะไรได้ แต่เธอเชื่อว่าพวกมันต้องมีค่าอย่างแน่นอน และจากความทรงจำที่ร่างนี้เคยเห็น มีบางคนใช้มันแลกเปลี่ยนกับสิ่งของ ที่พัก หรืออาหารได้ด้วย

นอกจากกำจัดพวกซอมบี้และเก็บคริสตัลแล้ว เหมยอิงยังได้ทำการเก็บรถยนต์ที่อยู่ในสภาพดีหรือเป็นรุ่นที่เจ้าของร่างชื่นชอบเข้ามิติไป

และเธอก็ไม่ลืมที่จะดูดน้ำมันออกจากรถทุกคันอีกด้วย เพราะเธอไม่กลัวว่าจะถูกพวกซอมบี้โจมตี จึงแทบไม่ต้องเร่งรีบอะไรค่อยๆ เดินเก็บไปเรื่อยๆ ยิ่งมิติของเธอยังมีที่ว่างอีกมากทุกอย่างจึงเป็นไปอย่างง่ายดาย

เก็บไปเก็บมาก็ถึงเวลาพักผ่อนเหมยอิงเลือกรถคันหนึ่งเป็นที่พักในวันนี้ หลังจากกินผลไม้ปราณเป็นอาหารเรียบร้อยก็ถึงเวลานอนพักเอาแรง และเธอก็หลับสนิทแทบจะในทันที

"ทำไมเสียงข้างในนั้นมันเงียบจังว่ะ ผ่านไปสามวันแล้วไม่มีเสียงร้องของผู้หญิงคนนั้นเลย" เสียงของผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยกระซิบคุยกับเพื่อนที่มาอยู่เวรเฝ้าความปลอดภัยด้วยกัน พวกเขามาเฝ้าดูที่ห้างแห่งนี้ได้หลายวันแล้ว เพราะอยากจะเข้าไปเก็บของที่อยู่ในนั้น แต่ติดที่ว่าจำนวนซอมบี้ที่อยู่ด้านในมีจำนวนมากน่าจะหลายพันตัวเลย พวกเขาจึงยังหาโอกาสเข้าไปไม่ได้

แต่วันนั้นเขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้าไปด้านใน จากที่คิดว่าไม่นานน่าจะมีเสียงกรีดร้องของอีกฝ่ายดังออกมาแต่ปรากฏว่าไม่มี มีเพียงเสียงของพวกซอมบี้ที่คลุ้มคลั่งเหมือนเช่นทุกวันแค่นั้น แต่ในวันนี้ทุกอย่างกลับเงียบกริบแม้แต่เสียงของพวกซอมบี้ก็ไม่ได้ยิน

"ป่านนี้ถ้าไม่ถูกกินจนเรียบก็คงกลายเป็นพวกมันไปแล้วล่ะ แต่น่าเสียดายดูแล้วน่าจะสวยทีเดียว ไม่น่าเสร็จพวกซอมบี้เลย" เสียงของชายอีกคนกระซิบตอบกลับไป แล้วก็อดนึกถึงผู้หญิงที่เขาเห็นเดินเข้าไปในห้างคนนั้นไม่ได้ ดูจากรูปร่างแล้วน่าจะสวยมากทีเดียว ถ้าไม่ติดว่าถ้าเขาโผล่ไปจะทำให้พวกซอมบี้ในห้างเห็นละก็เขาคงไปฉุดผู้หญิงคนนั้นกลับมาแล้ว

"แต่ฉันว่ามันแปลกๆ นะวันนี้เสียงมันเงียบผิดปกติ แม้แต่เสียงพวกซอมบี้คลั่งก็ไม่มี ฉันว่าไปรายงานหัวหน้ากันดีกว่า" เสียงของชายคนแรกเอ่ยขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ระดับเสียงไม่ได้เบาเหมือนในครั้งแรกแล้ว

"เออ จริงด้วยไม่มีเสียงพวกมันคลั่งดังมาให้ได้ยินเลย" ชายคนที่สองหลังจากที่ได้ฟังเพื่อนพูด ก็ตั้งใจฟังเสียงรอบๆ อีกครั้ง ก็ไม่ได้ยินเสียงของพวกซอมบี้ที่อยู่ในห้างเหมือนกับทุกวัน ทุกอย่างเงียบสนิทมีเพียงแค่เสียงลมพัดเท่านั้น

จากนั้นทั้งสองคนก็ลุกขึ้นแล้วรีบเดินเข้าไปในอาคารเพื่อบอกเรื่องที่สังเกตเห็นให้หัวหน้าของตนเองได้ฟัง จากนั้น คนจำนวนสามสิบกว่าคน ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ชายและมีอาวุธครบมือ ไม่ว่าจะเป็นปืน ดาบ หรือแม้แต่ท่อนเหล็กก็ค่อยๆ พากันเดินไปยังทางเข้าห้างที่เคยเห็นหญิงสาวเดินเข้าไป

ส่วนเหมยอิงที่คนพวกนั้นเอ่ยถึง ตอนนี้ก็ออกมาจากห้างได้สักพักแล้ว เพราะเธอเก็บของที่สามารถเก็บมาได้จนหมด ส่วนพวกซอมบี้ก็ไม่มีตัวไหนที่ยังเคลื่อนไหวได้อีก เพราะเธอจัดการและเก็บหินของพวกมันมาจนหมดไม่มีเหลือ

********************

ฝากกดติดตาม กดหัวใจ กดแชร์ กดเปย์ ตามแต่ความพอใจของทุกท่านได้เลยคร้า…กราบ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...