โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

HIIT (High-Intensity Interval Training): การออกกำลังกายที่ช่วยเผาผลาญไขมันอย่างมีประสิทธิภาพ

TOJO NEWS

อัพเดต 01 เม.ย. 2568 เวลา 00.45 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2568 เวลา 17.44 น. • Sattawat Veranon

การออกกำลังกายแบบ HIIT หรือ การออกกำลังกายแบบช่วงเวลาสูง (High-Intensity Interval Training) เป็นการฝึกที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะสามารถช่วยเผาผลาญไขมันและเสริมสร้างความแข็งแรงได้ในเวลาที่สั้น แต่ได้ผลดีมาก โดยการออกกำลังกายรูปแบบนี้เน้นการทำกิจกรรมที่มีความเข้มข้นสูงในช่วงเวลาสั้น ๆ ตามด้วยการพักหรือทำกิจกรรมที่มีความเข้มข้นต่ำในช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูและพร้อมสำหรับการออกกำลังกายในช่วงถัดไป

1. หลักการของ HIIT

HIIT เป็นการฝึกที่ผสมผสานระหว่างการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูง (เช่น การวิ่งเร็ว การกระโดด การเตะ ฯลฯ) และการพักหรือทำกิจกรรมที่มีความเข้มข้นต่ำในช่วงเวลาที่กำหนด เช่น ทำการฝึกในรูปแบบ 30 วินาทีของการออกกำลังกายที่เข้มข้นตามด้วย 30 วินาทีที่พักหรือทำการออกกำลังกายที่เบากว่า ก่อนจะทำซ้ำ

โดยปกติแล้วการฝึก HIIT มักใช้เวลาน้อยกว่าการออกกำลังกายทั่วไป เช่น การวิ่งหรือการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ใช้เวลานาน ซึ่งทำให้เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาจำกัดแต่ต้องการผลลัพธ์ที่ดี

2. ประโยชน์ของ HIIT

  • เผาผลาญไขมันได้เร็ว: HIIT ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากการฝึกมีการใช้พลังงานสูงในระยะเวลาอันสั้น และช่วยเพิ่มการเผาผลาญในระหว่างวันหลังการออกกำลังกาย (หลังการฝึก HIIT ร่างกายจะใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อฟื้นฟูตัวเอง)
  • เพิ่มความแข็งแรงและสมรรถภาพ: การทำ HIIT ช่วยพัฒนาและเสริมสร้างทั้งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและความอดทนทางร่างกาย โดยการฝึกแบบนี้ช่วยให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานได้ดีขึ้น
  • ช่วยประหยัดเวลา: HIIT เป็นการฝึกที่มีความเข้มข้นสูงแต่ใช้เวลาน้อย ซึ่งทำให้เหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัดและอยากได้ผลลัพธ์ที่ดี
  • ช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันในระหว่างวัน: เนื่องจากมีการออกกำลังกายที่หนักและช่วงพักที่สั้น ทำให้ร่างกายใช้พลังงานในการฟื้นฟูหลังจากการฝึก จึงช่วยให้ร่างกายยังคงเผาผลาญไขมันในช่วงเวลาหลังการออกกำลังกาย

3. วิธีการฝึก HIIT

HIIT มีหลายรูปแบบการออกกำลังกายให้เลือกตามความถนัดของแต่ละคน เช่น:

  • การวิ่ง: วิ่งเร็วเป็นเวลา 30 วินาที ตามด้วยการเดิน 30 วินาที
  • การกระโดด: กระโดดตบ (Jumping Jacks) หรือการกระโดดแบบต่าง ๆ เป็นเวลา 30 วินาที ตามด้วยการเดินหรือหยุดพัก
  • การยกน้ำหนัก: ใช้การยกน้ำหนักในรูปแบบที่รวดเร็วเป็นเวลา 30 วินาที และพักหรือเดิน 30 วินาที
  • การฝึกท่าพื้นฐาน: เช่น การสควอต (Squat) หรือการลันจ์ (Lunge) โดยทำท่าเหล่านี้ในความเร็วสูงสุดในช่วงเวลาที่กำหนด

4. การจัดตารางฝึก HIIT

การฝึก HIIT สามารถทำได้หลายครั้งต่อสัปดาห์ แต่ไม่ควรฝึกทุกวันเนื่องจากร่างกายต้องการเวลาในการฟื้นฟู การฝึก 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยแต่ละการฝึกควรใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที

ตัวอย่างการฝึก HIIT ที่เริ่มต้น:

  • Warm-up: 5 นาที (เดินเร็วหรือทำการยืดกล้ามเนื้อ)
  • HIIT (20 นาที): 30 วินาทีของการฝึกที่เข้มข้น (เช่น กระโดดตบ, วิ่งเร็ว, สควอต) ตามด้วย 30 วินาทีของการพักหรือทำกิจกรรมที่เบากว่า
  • Cool-down: 5 นาที (การยืดกล้ามเนื้อ)

5. ข้อควรระวังในการฝึก HIIT

  • การฝึกที่มีความเข้มข้นสูง: ควรเริ่มต้นจากระดับที่ไม่หนักเกินไป หากคุณไม่เคยฝึก HIIT มาก่อน อาจต้องฝึกในระดับที่ไม่รุนแรงและค่อย ๆ เพิ่มความเข้มข้น
  • การพักผ่อน: ควรให้ร่างกายมีเวลาในการฟื้นฟูหลังการฝึก HIIT การพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดการบาดเจ็บ
  • การปรับท่า: ควรให้ความสำคัญกับท่าทางที่ถูกต้องในการฝึก เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นจากการทำท่าผิด

สรุป

HIIT หรือการออกกำลังกายแบบช่วงเวลาสูงเป็นวิธีการฝึกที่มีประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมันและเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย โดยใช้เวลาน้อยแต่ได้ผลดี หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่ดีและมีเวลาจำกัด HIIT อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับคุณ เพียงแค่ฝึกตามหลักการและฟังร่างกายของตัวเอง!

อย่าลืมกดติดตาม Tojo News เพื่อพบกับข่าวสาร และบทความใหม่ ๆ จากเรา

Line Today TOJO NEWS , ToJoNews

#โตโจนิวส์ #TOJONEWS #สำนักข่าวโตโจนิวส์ #สุขภาพ #ออกกำลังกาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...