50 ปี ซาโตชิ ในวันที่ บิตคอยน์ ที่กลายเป็นสินทรัพย์สำรองของสหรัฐฯ
ตัวตนของ ซาโตชิ นากาโมโตะ ยังคงเป็นปริศนาที่ใหญ่ที่สุดในโลกคริปโทเคอร์เรนซี่ เชื่อกันว่าผู้สร้าง บิตคอยน์ รายนี้มีอายุครบ 50 ปีในวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา และวันนี้บิตคอยน์ที่เขาสร้างได้กลายเป็นทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับนโยบายของสหรัฐฯ ไปแล้ว
จากวันที่ Whitepaper ของบิตคอยน์ ได้ถูกเผยแพร่สู่โลกอินเทอร์เน็ต โดยผู้สร้างลึกลับที่ใช้นามแฝงว่า ซาโตชิ นากาโมโตะ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2008 ตั้งแต่บล็อกแรกของเครือข่ายบิตคอยน์ถูกขุดขึ้น จนถึงธุรกรรมครั้งแรกที่ใช้ซื้อพิซซ่า 2 ถาดแลกกับ 10,000 บิตคอยน์
วันนี้บิตคอยน์เกิดขึ้นมาบนโลกได้อายุครบ 16 ปีแล้ว และราคาบิตคอยน์ก็พุ่งทะยานไปมหาศาลเมื่อเทียบกับอดีต ปัจจุบันมีราคาอยู่ระดับ 82,550 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2,813,000 บาท
ตัวตนของ ซาโตชิ นากาโมโตะ ยังคงเป็นหนึ่งในปริศนาที่ใหญ่ที่สุดในโลกคริปโทเคอร์เรนซี่ เกิดการคาดเดามากมาย ตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเข้ารหัสอย่าง อดัม แบ็ก และ นิค ซาโบ ไปจนถึงทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานข่าวกรองของรัฐบาล
แม้ว่าตัวตนของซาโตชิจะยังคงเป็นความลับ แต่เชื่อกันว่าผู้สร้างบิตคอยน์รายนี้มีอายุครบ 50 ปีในวันที่ 5 เมษายน อ้างอิงจากข้อมูลที่เก็บถาวรจากโปรไฟล์ในเว็บไซต์ P2P Foundation ของเขา ซาโตชิเคยระบุว่าตนเองเป็นชายชาวญี่ปุ่นวัย 37 ปี และให้วันเกิดเป็นวันที่ 5 เมษายน ปี 1975
การไม่เปิดเผยตัวของซาโตชิมีบทบาทสำคัญในการรักษาความแข็งแกร่งของการกระจายศูนย์ในเครือข่ายบิตคอยน์ ซึ่งไม่มีหน่วยงานกลางหรือผู้นำอย่างเป็นทางการใด ๆ เข้ามาควบคุมได้
ที่น่าสนใจคือกระเป๋าบิตคอยน์ของซาโตชิ มีบิตคอยน์เก็บไว้มากถึง 1 ล้านบิตคอยน์ และทั้งหมดไม่เคยมีการเคลื่อนไหวมาเป็นเวลากว่า 16 ปี แม้ว่าราคาบิตคอยน์จะเพิ่มขึ้นจากศูนย์ ไปสู่จุดสูงสุดตลอดกาลที่มากกว่า 109,000 ดอลลาร์ในเดือนมกราคมก็ตาม
วันเกิดครบ 50 ปีของซาโตชิเกิดขึ้นเกือบหนึ่งเดือนหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เพื่อจัดตั้งกองทุนสำรองบิตคอยน์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Bitcoin Reserve) และคลังสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Stockpile) ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญครั้งแรกในการรวมบิตคอยน์เข้าสู่ระบบการเงินของสหรัฐฯ ถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจไม่น้อย เมื่อผู้สร้างลึกลับเข้าสู่วัยกลางคน และบิตคอยน์ที่เป็นมรดกของเขาก็ได้รับการยอมรับจากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ
แอนดี้ เหลียน นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนในระดับรัฐบาลระหว่างประเทศ กล่าวกับ Cointelegraph ว่า“เมื่ออายุ 50 ปี มรดกของนากาโมโตะไม่ใช่แค่โค้ดอีกต่อไป แต่มันคือรากฐานของอธิปไตยทางเศรษฐกิจ สถานะของบิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์สำรองสะท้อนถึงความไว้วางใจในความหายากและความยืดหยุ่นของมัน”
“สิ่งที่น่าสนใจคือจังหวะเวลา ซาโตชิที่อายุ 50 ปีให้ความรู้สึกเป็นสัญลักษณ์ เสมือนครึ่งศตวรรษของชีวิตที่สะท้อนถึงการเดินทางของบิตคอยน์จาก white paper ไปสู่สินทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดระดับล้านล้านดอลลาร์ วิสัยทัศน์ของซาโตชิเกี่ยวกับเงินแบบไร้ตัวกลางและแบบ P2P ได้เติบโตเกินรากฐานของกลุ่ม cypherpunk และเข้าสู่ห้องโถงอำนาจของโลกแล้ว”
อย่างไรก็ตาม คำถามเกี่ยวกับตัวตนของซาโตชิยังคงไม่มีคำตอบ รวมถึงว่าเขาถือกุญแจส่วนตัวของกระเป๋าเงินที่มี 1 ล้านบิตคอยน์นั้นอยู่หรือไม่ แต่ตอนนี้ “บิตคอยน์ได้กลายเป็นทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับนโยบายของสหรัฐฯ ไปแล้ว” เหลียนกล่าว
Arkham Intelligence ได้เผยผลการศึกษา ที่ระบุว่ามีบิตคอยน์จำนวน 1.096 ล้านบิตคอยน์ ซึ่งในขณะนั้นมีมูลค่ามากกว่า 108 พันล้านดอลลาร์ ที่สามารถเชื่อมโยงกับซาโตชิได้ มูลค่าระดับนั้นจะทำให้ซาโตชิ กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยกว่าบิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟต์ ในการจัดอันดับความมั่งคั่งทั่วโลก ตามข้อมูลที่แชร์โดย คอนเนอร์ โกรแกน ผู้อำนวยการของ Coinbase
หากข้อมูลนี้เป็นความจริง ซาโตชิ นากาโมโตะจะกลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับที่ 16 ของโลก แม้ว่าวันนี้ความสนใจต่อตัวตนและทรัพย์สินของซาโตชิจะเพิ่มขึ้น แต่การตัดสินใจที่จะไม่เปิดเผยตัวตนและไม่เคลื่อนไหวใด ๆ นั้น ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยรักษาหลักการแบบกระจายศูนย์ของบิตคอยน์ไว้ได้ รวมถึงเป็นสิ่งที่ค้ำจุนโลกคริปโทเคอร์เรนซี่มาจนถึงทุกวันนี้
อ้างอิง : cointelegraph.com