โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

50 ปี ซาโตชิ ในวันที่ บิตคอยน์ ที่กลายเป็นสินทรัพย์สำรองของสหรัฐฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 เม.ย. 2568 เวลา 12.13 น. • เผยแพร่ 06 เม.ย. 2568 เวลา 05.12 น.

ตัวตนของ ซาโตชิ นากาโมโตะ ยังคงเป็นปริศนาที่ใหญ่ที่สุดในโลกคริปโทเคอร์เรนซี่ เชื่อกันว่าผู้สร้าง บิตคอยน์ รายนี้มีอายุครบ 50 ปีในวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา และวันนี้บิตคอยน์ที่เขาสร้างได้กลายเป็นทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับนโยบายของสหรัฐฯ ไปแล้ว

จากวันที่ Whitepaper ของบิตคอยน์ ได้ถูกเผยแพร่สู่โลกอินเทอร์เน็ต โดยผู้สร้างลึกลับที่ใช้นามแฝงว่า ซาโตชิ นากาโมโตะ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2008 ตั้งแต่บล็อกแรกของเครือข่ายบิตคอยน์ถูกขุดขึ้น จนถึงธุรกรรมครั้งแรกที่ใช้ซื้อพิซซ่า 2 ถาดแลกกับ 10,000 บิตคอยน์

วันนี้บิตคอยน์เกิดขึ้นมาบนโลกได้อายุครบ 16 ปีแล้ว และราคาบิตคอยน์ก็พุ่งทะยานไปมหาศาลเมื่อเทียบกับอดีต ปัจจุบันมีราคาอยู่ระดับ 82,550 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2,813,000 บาท

ตัวตนของ ซาโตชิ นากาโมโตะ ยังคงเป็นหนึ่งในปริศนาที่ใหญ่ที่สุดในโลกคริปโทเคอร์เรนซี่ เกิดการคาดเดามากมาย ตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเข้ารหัสอย่าง อดัม แบ็ก และ นิค ซาโบ ไปจนถึงทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานข่าวกรองของรัฐบาล

แม้ว่าตัวตนของซาโตชิจะยังคงเป็นความลับ แต่เชื่อกันว่าผู้สร้างบิตคอยน์รายนี้มีอายุครบ 50 ปีในวันที่ 5 เมษายน อ้างอิงจากข้อมูลที่เก็บถาวรจากโปรไฟล์ในเว็บไซต์ P2P Foundation ของเขา ซาโตชิเคยระบุว่าตนเองเป็นชายชาวญี่ปุ่นวัย 37 ปี และให้วันเกิดเป็นวันที่ 5 เมษายน ปี 1975

การไม่เปิดเผยตัวของซาโตชิมีบทบาทสำคัญในการรักษาความแข็งแกร่งของการกระจายศูนย์ในเครือข่ายบิตคอยน์ ซึ่งไม่มีหน่วยงานกลางหรือผู้นำอย่างเป็นทางการใด ๆ เข้ามาควบคุมได้

ที่น่าสนใจคือกระเป๋าบิตคอยน์ของซาโตชิ มีบิตคอยน์เก็บไว้มากถึง 1 ล้านบิตคอยน์ และทั้งหมดไม่เคยมีการเคลื่อนไหวมาเป็นเวลากว่า 16 ปี แม้ว่าราคาบิตคอยน์จะเพิ่มขึ้นจากศูนย์ ไปสู่จุดสูงสุดตลอดกาลที่มากกว่า 109,000 ดอลลาร์ในเดือนมกราคมก็ตาม

วันเกิดครบ 50 ปีของซาโตชิเกิดขึ้นเกือบหนึ่งเดือนหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เพื่อจัดตั้งกองทุนสำรองบิตคอยน์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Bitcoin Reserve) และคลังสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Stockpile) ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญครั้งแรกในการรวมบิตคอยน์เข้าสู่ระบบการเงินของสหรัฐฯ ถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจไม่น้อย เมื่อผู้สร้างลึกลับเข้าสู่วัยกลางคน และบิตคอยน์ที่เป็นมรดกของเขาก็ได้รับการยอมรับจากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ

แอนดี้ เหลียน นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนในระดับรัฐบาลระหว่างประเทศ กล่าวกับ Cointelegraph ว่า“เมื่ออายุ 50 ปี มรดกของนากาโมโตะไม่ใช่แค่โค้ดอีกต่อไป แต่มันคือรากฐานของอธิปไตยทางเศรษฐกิจ สถานะของบิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์สำรองสะท้อนถึงความไว้วางใจในความหายากและความยืดหยุ่นของมัน”

“สิ่งที่น่าสนใจคือจังหวะเวลา ซาโตชิที่อายุ 50 ปีให้ความรู้สึกเป็นสัญลักษณ์ เสมือนครึ่งศตวรรษของชีวิตที่สะท้อนถึงการเดินทางของบิตคอยน์จาก white paper ไปสู่สินทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดระดับล้านล้านดอลลาร์ วิสัยทัศน์ของซาโตชิเกี่ยวกับเงินแบบไร้ตัวกลางและแบบ P2P ได้เติบโตเกินรากฐานของกลุ่ม cypherpunk และเข้าสู่ห้องโถงอำนาจของโลกแล้ว”

อย่างไรก็ตาม คำถามเกี่ยวกับตัวตนของซาโตชิยังคงไม่มีคำตอบ รวมถึงว่าเขาถือกุญแจส่วนตัวของกระเป๋าเงินที่มี 1 ล้านบิตคอยน์นั้นอยู่หรือไม่ แต่ตอนนี้ “บิตคอยน์ได้กลายเป็นทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับนโยบายของสหรัฐฯ ไปแล้ว” เหลียนกล่าว

Arkham Intelligence ได้เผยผลการศึกษา ที่ระบุว่ามีบิตคอยน์จำนวน 1.096 ล้านบิตคอยน์ ซึ่งในขณะนั้นมีมูลค่ามากกว่า 108 พันล้านดอลลาร์ ที่สามารถเชื่อมโยงกับซาโตชิได้ มูลค่าระดับนั้นจะทำให้ซาโตชิ กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยกว่าบิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟต์ ในการจัดอันดับความมั่งคั่งทั่วโลก ตามข้อมูลที่แชร์โดย คอนเนอร์ โกรแกน ผู้อำนวยการของ Coinbase

หากข้อมูลนี้เป็นความจริง ซาโตชิ นากาโมโตะจะกลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับที่ 16 ของโลก แม้ว่าวันนี้ความสนใจต่อตัวตนและทรัพย์สินของซาโตชิจะเพิ่มขึ้น แต่การตัดสินใจที่จะไม่เปิดเผยตัวตนและไม่เคลื่อนไหวใด ๆ นั้น ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยรักษาหลักการแบบกระจายศูนย์ของบิตคอยน์ไว้ได้ รวมถึงเป็นสิ่งที่ค้ำจุนโลกคริปโทเคอร์เรนซี่มาจนถึงทุกวันนี้

อ้างอิง : cointelegraph.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ คริปโทเคอร์เรนซี ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...