โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องแนวโน้มธุรกิจโรงเรียนนานาชาติในไทย เศรษฐีไทย-นักเรียนจีนหนุนโต

The Bangkok Insight

อัพเดต 27 ก.พ. 2568 เวลา 05.35 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. 2568 เวลา 05.35 น. • The Bangkok Insight

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยแนวโน้มธุรกิจโรงเรียนนานาชาติในไทย คาดโต 9.7% เปิดเพิ่ม 8 แห่ง ขยายตัวออกนอก กทม.มากขึ้น พบนักเรียนชาวจีนเพิ่มตามผู้ปกครองที่มาทำงานในไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สำรวขธุรกิจโรงเรียนนานาชาติในไทย ปี 2568 โต 9.7% ชะลอตัวจากปีก่อนหน้าเล็กน้อยจากจำนวนโรงเรียนนานาชาติที่เปิดใหม่ 8 โรงเรียน น้อยกว่าที่เปิดในปี 2567 อยู่ 5 โรงเรียน

โรงเรียนนานาชาติในไทย

นอกจากนี้ยังพบว่า จำนวนนักเรียนไทยมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องตามสถิติการเกิด โดยการลดลงนมาจากจำนวนนักเรียนรัฐบาล และเอกชนหลักสูตรไทยที่ในปีนี้คาดว่าจะลดลง 1.1% และ 1.2% ตามลำดับ

ในส่วนของรายได้ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยคาดว่ารายได้ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติจะโต 9.7% ชะลอลงจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัว 13.1% เนื่องจากจำนวนนักเรียนนานาชาติในปีนี้มีทิศทางขยายตัวที่ชะลอลง เพราะมีเพียง 8 โรงเรียนใหม่ที่เปิดตัวในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ความนิยมหลักสูตรนานาชาติที่ทันสมัยยังคงหนุนการเติบโตของธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ โดยผู้ปกครองที่มีศักยภาพการลงทุนด้านการศึกษา ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนจากการที่จำนวนคนไทยที่มีทรัพย์สินมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ คาดว่าจะเพิ่ม 24% ในปี 2566-2571

นักเรียนต่างชาติ โดยเฉพาะจีน หนุนการเติบโต

นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของนักเรียนต่างชาติเป็นอีกหนี่งปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะนักเรียนจีนที่คาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยชาวจีนในตำแหน่งสูงที่มาทำงานในไทยยังเพิ่มเฉลี่ย 20.8% ต่อปี ตั้งแต่ปี 2564-2567 ซึ่งนักเรียนชาวจีนที่ติดตามผู้ปกครองมาอยู่ ่ในไทย ก็มักจะเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติ อีกทั้งการที่รัฐบาลจีนมีนโยบายส่งเสริมการใช้ภาษาจีนกลาง ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเรียนหลักสูตรนานาชาติในจีนสูงขึ้น

ทั้งนี้ จากผลสำรวจ ปักกิ่ง เป็นเมืองที่มีค่าเรียนโรงเรียนนานาชาติสูงสุดในเอเชีย ส่งผลให้โรงเรียนนานาชาติในไทยนั้นเป็นที่สนใจสำหรับผู้ปกครองจีน

โรงเรียนนานาชาตินอกกรุงเทพฯ ขยายตัวสูงขึ้น

ระหว่างปี 2564-2568 จำนวนโรงเรียนนานาชาตืในภูมิภาคนอกกรุงเทพฯ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 9.1% ในขณะที่กรุงเทพฯ มีอัตราเฉลี่ยหดตัว 1.7 % ต่อปี นอกจากนี้ อัตราการเติบโตของนักเรียนนานาชาติในภูมิภาคอื่น ยังสูงกว่ากรุงเทพฯ ราว 3.7%

การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นและพื้นที่จำกัดทำให้โรงเรียนนานาชาติหันไปสำรวจตลาดใหม่ ๆ ในหัวเมืองหลัก เช่น เชียงใหม่, ระยอง, และภูเก็ต โดยเฉพาะในภาคกลางและตะวันออกที่มีครัวเรือนรายได้สูงรองจากกรุงเทพฯ แต่เนื่องจากจำนวนครัวเรือนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในภูมิภาคเหล่านี้ น้อยกว่ากรุงเทพฯ ผู้ประกอบการจึงอาจต้องปรับลดค่าเล่าเรียนให้ตรงกับรายได้ของผู้ปกครองในแต่ละพื้นที่

ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาแนวโน้มเดียวกับโรงเรียนนานาชาติ

สำหรับธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา พบว่า พื้นที่นอกกรุงเทพฯ มีอัตราการเติบโตของรายได้สูงกว่าในปี 2568 รายได้ของธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาคาดขยายตัว 9.2% แตะ 3,300 ล้านบาท

ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา ก็มีแนวโน้มขยายตัวนอกกรุงเทพฯ มากขี้นเนื่องจากการแข่งขันที่สูง โดยระหว่างปี 2564-2568 รายได้ของธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาในกรุงเทพฯ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 4.2% ต่อปี ในขณะที่ภูมิภาคอื่นนั้นสูงถึง 23.8% โดยสัดส่วนรายได้ของธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาที่มาจากกรุงเทพฯ มีทิศทางลดลงจากปี 2564 ที่อยู่ราว 83.2% ของรายได้ทั้งประเทศ สู่ระดับ 71.3% ในปีนี ้

ทั้งนี้ ภาคกลางและตะวันออกก็เป็นตลาดศักยภาพถัดจากกรุงเทพฯ เช่นเดียวกับโรงเรียนนานาชาติ โดยในปี 2567 ภูมิภาคดังกล่าวมีจำนวนโรงเรียนกวดวิชาที่จัดตั้งใหม่มากที่สุดกว่า 37% ของทั้งประเทศ สอดคล้องกับการที่มีจำนวนครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยมากกว่า 1 แสนบาท/เดือนรองจากกรุงเทพฯ

ความเสี่ยงของธุรกิจโรงเรียนนานาชาติและกวดวิชา

  • การเพิ่มขึ้นของค่าเล่าเรียนโรงเรียนนานาชาติอาจทำให้ผู้ปกครองพิจารณาส่งบุตรหลานไปศึกษาในต่างประเทศแทน เนื่องจากช่องว่างระหว่างค่าเล่าเรียนเริ่มลดลง ในปี 2567 ค่าเรียนเฉลี่ยต่อปีของโรงเรียนประจำในนิวซีแลนด์สูงกว่าโรงเรียนนานาชาติในไทย 385,724 บาท แต่ค่าใช้จ่ายดังกล่าวรวมค่าอาหารและที่พักระหว่างปีการศึกษาแล้ว
  • โรงเรยนนานาชาติเผชิญความท้าทายจากโรงเรียนเอกชนหลักสูตรไทยที่มีการเสนอหลักสูตรหลายภาษา เช่น ไทย อังกฤษ และจีน ซึ่งผู้ปกครองบางกลุ่มอาจพิจารณาเปลี่ยนไปหลักสูตรนี้ เพื่อความคุ้มค่า
  • การพัฒนาทางเทคโนโลยีทำให้การเรียนโฮมสคูลง่ายขี้น และเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเรียนโฮมสคูล ต่ำกว่าการเรียนในโรงเรียนนานาชาติ จึงอาจส่งผลกระทบต่อจำนวนนักเรียนในโรงเรียนนานาชาติได้ โดยค่าใช้จ่ายในการสอบ GED (เทียบวุฒิมัธยมปลายของสหรัฐฯ) รวมกับค่ากวดวิชาแบบเรียนตัวต่อตัว 100 ชั่วโมง จะอยู่ที่ประมาณ 160,800 บาท
  • การเข้าถึงสื่อการเรียนรู้และแนวข้อสอบโดยไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้นักเรียนอาจไม่จำเป็นต้องเข้ารับการเรียนเสริมที่โรงเรียนกวดวิชา

บทวิเคราะห์โดย: ธนพร เพชรจิรพงศ์ นักวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...