นายกฯ เวียดนาม เผยเวียดนามมีสายสัมพันธ์พิเศษกับสหรัฐ เร่งเดินหน้าเจรจาการค้า เลี่ยงภาษีนำเข้า 46%
"นายกฯ เวียดนาม" เผยเวียดนามมีสายสัมพันธ์พิเศษกับสหรัฐ ไม่เหมือนประเทศใดๆ เร่งเดินหน้าเจรจาการค้า เลี่ยงภาษีนำเข้า 46%
วันที่ 18 เมษายน 2568 เวลา 14.19 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตามโพสต์บนเว็บไซต์รัฐบาลเวียดนามเมื่อวันที่ 18 เม.ย.68 นายกรัฐมนตรีเวียดนามกล่าวในการพบปะกับ Jeffrey Perlman ซีอีโอของ Warburg Pincus และประธานสภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน โดยมี Marc Knapper เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเวียดนาม เข้าร่วมด้วย ระบุว่า
Pham Minh Chinh นายกรัฐมนตรีเวียดนาม กล่าวว่า เวียดนามมีสายสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนใครกับสหรัฐ ขณะที่รัฐบาลเวียดนามกำลังเร่งเดินหน้าเจรจาการค้ากับฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีขาเข้าสินค้าเวียดนามในอัตราสูง
ขณะที่ในช่วงต้นสัปดาห์เดียวกัน นายกรัฐมนตรีเวียดนามเพิ่งต้อนรับประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ที่กรุงฮานอยอย่างอบอุ่น
โดยเวียดนาม เป็นหนึ่งในประเทศแรกที่ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่ามีท่าทีพร้อมเจรจาเรื่องภาษี หลังจากที่ทรัมป์ได้โทรศัพท์หารือกับ To Lam เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ซึ่งไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ทรัมป์ประกาศพักการขึ้นภาษี 90 วัน (โดยลดชั่วคราวเหลือ 10%) สหรัฐและเวียดนามก็ประกาศเริ่มต้นการเจรจา ก่อนหน้านี้เวียดนามมีความเสี่ยงที่จะถูกเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 46% สำหรับสินค้าที่ส่งไปยังตลาดส่งออกสำคัญที่สุดของประเทศ คือ สหรัฐ
ในการเยือนของสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เวียดนามมีปฏิกิริยาอย่างระมัดระวังต่อการที่ประธานาธิบดีจีนเรียกร้องให้ประเทศคอมมิวนิสต์ร่วมกันต่อต้านการกลั่นแกล้งฝ่ายเดียว ซึ่งตีความได้ว่าเป็นการพาดพิงถึงสหรัฐ
ซึ่งการตอบสนองอย่างนุ่มนวลของเวียดนามสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเวียดนามในการ รักษาสมดุลทางการทูตระหว่างมหาอำนาจสองฝ่าย
นายกรัฐมนตรีเวียดนาม กล่าวตามรายงานรัฐบาลว่า "เวียดนามได้แก้ไขข้อกังวลของสหรัฐไปมากแล้ว โดยการลดภาษีอย่างเชิงรุก และเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ พร้อมทั้งยังคงพร้อมเปิดการหารือและเจรจาเพิ่มเติม" พร้อมย้ำว่าเวียดนามต้องการสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าที่สมดุลและยั่งยืนกับสหรัฐ
นายกฯ เวียดนาม กล่าวด้วยความภาคภูมิใจก่อนที่เวียดนามจะฉลอง "วันปลดปล่อย" (Liberation Day) ครบรอบ 50 ปีการสิ้นสุดสงครามเวียดนามกับสหรัฐ ในวันที่ 30 เมษายน ว่า "ความสัมพันธ์ของเวียดนามกับสหรัฐมีความพิเศษและมีสายสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนกับความสัมพันธ์ของเวียดนามกับประเทศอื่น ๆ …เวียดนามเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนจากศัตรูเก่าให้กลายเป็นมิตร ละทิ้งความขัดแย้งในอดีต ก้าวข้ามความแตกต่าง เน้นจุดร่วม และมุ่งสู่อนาคต"
อ้างอิง : bloomberg.com