ทีดีอาร์ไอ จัดเสวนา “เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม” ชูกรณีศึกษา Grab สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 1.79 แสนล้าน
ทีดีอาร์ไอ จัดงานเสวนาในหัวข้อ “นิยามใหม่ของสังคม: พลิกโฉมประเทศไทยด้วยเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม” นำเสนอผลงานวิจัย แลกเปลี่ยนมุมมอง บทบาทของเศรษฐกิจแพลตฟอร์มในประเทศไทย โอกาสและความท้าทายที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล พร้อมยกกรณีศึกษา Grab สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.79 แสนล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น 1%ของ GDP ประเทศไทย
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) จัดเสวนาเรื่อง “นิยามใหม่ของสังคม: พลิกโฉมประเทศไทยด้วยเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม” ผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ร่วมนำเสนอผลวิจัยและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของเศรษฐกิจแพลตฟอร์มในประเทศไทย โอกาส ความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล บทบาทของธุรกิจแพลตฟอร์มต่ออนาคตของการทำงาน โดยเฉพาะแรงงาน Gig Worker และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหภาค
Grab สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.79 แสนล้านบาทต่อปี
จากกรณีศึกษาแอปพลิเคชัน Grab พบว่าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.79 แสนล้านบาทต่อปี หรือ 1% ของ GDP ประเทศไทย พร้อมนำเสนอแนวทางการกำกับดูแลแพลตฟอร์มโดยภาครัฐ มุ่งเน้นการรักษาสมดุลระหว่างการคุ้มครองผู้บริโภคและการส่งเสริมนวัตกรรม
ดร.นณริฎ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า Grab สร้างผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจ 1.79 แสนล้านบาทในปี 2566 สร้างงาน 280,000 ตำแหน่ง และรายได้ครัวเรือน 2.4 หมื่นล้านบาท แพลตฟอร์มดิจิทัลมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และกระตุ้นอุตสาหกรรมอื่นๆ
รศ.ดร.ดนุวัศ กล่าวเสริมว่า นิด้าได้ศึกษาบทบาทของแพลตฟอร์มดิจิทัลโดยเน้นไปที่ระบบเศรษฐกิจแบบกิ๊ก (Gig Economy) โดยพิจารณา 4 องค์ประกอบหลัก (หรือ 4P) อันได้แก่ แพลตฟอร์ม (Platform) ผู้ใช้บริการ (People) พันธมิตร (Partner) และหน่วยงานภาครัฐ (Public Sector)
และได้พัฒนาออกมาเป็นต้นแบบของนโยบาย โดยมีให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อภาครัฐ ให้มุ่งส่งเสริมการแข่งขัน หรือการตลาดแบบเสรีควบคู่กับการสนับสนุนให้กลุ่มแรงงานอิสระสามารถเข้าถึงหลักประกันพื้นฐานทางสังคมของภาครัฐอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมเพื่อสร้างสมดุล และความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะกลางถึงยาวอย่างยั่งยืน
ขณะที่ นายศุภโชค จันทรประทิน จากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ให้ความเห็นในมุมของเรกกูเลเตอร์ที่ดูแลธุรกิจแพลตฟอร์มว่า “การกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ดีต้องรักษาสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการ และการส่งเสริมนวัตกรรมควบคู่กันไป หน่วยงานภาครัฐจึงต้องกำหนดกฎเกณฑ์ที่โปร่งใส เป็นธรรม และเอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่หรือสตาร์ทอัพไทยที่ต้องการขยายตลาดไปสู่ระดับสากล ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญของเราไม่ใช่แค่การควบคุม แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศที่ทุกฝ่ายสามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”