โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งานวิจัย ‘ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์’ ของจีน พบวิธีก้าวข้ามข้อจำกัดความหนาแน่นพลาสมา

Xinhua

อัพเดต 03 ม.ค. เวลา 17.33 น. • เผยแพร่ 03 ม.ค. เวลา 10.33 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(ภาพจากทีมวิจัย : แผนภาพแสดงโครงสร้างการทดลองความหนาแน่นสูงของโครงการเตาปฏิกรณ์โทคาแมกแบบตัวนำยิ่งยวดขั้นสูงเพื่อการทดลอง)

เหอเฝย, 3 ม.ค. (ซินหัว) — นักวิจัยค้นพบวิธีก้าวข้ามขีดจำกัดความหนาแน่นของพลาสมาในการทดลองกับเตาปฏิกรณ์โทคาแมกแบบตัวนำยิ่งยวดขั้นสูงเพื่อการทดลอง (EAST) หรือ “ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์” ของจีน ซึ่งวางรากฐานทางฟิสิกส์สำคัญสำหรับการเดินเครื่องในโหมดความหนาแน่นสูงของเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชันแบบกักเก็บพลาสมาด้วยสนามแม่เหล็ก

งานวิจัยนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันฟิสิกส์พลาสมาของสถาบันวิทยาศาสตร์กายภาพเหอเฝย สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง และมหาวิทยาลัยแอกซ์-มาร์แซย์ของฝรั่งเศส รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ โดยผลการศึกษาเผยแพร่ในวารสารไซแอนซ์ แอดวานซ์ (Science Advances) เมื่อวันศุกร์ (2 ม.ค.)

เตาปฏิกรณ์โทคาแมก (tokamak) เป็นอุปกรณ์ทรงวงแหวนที่ใช้สนามแม่เหล็กกักเก็บพลาสมาเพื่อควบคุมปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน มีลักษณะคล้าย “ลู่วิ่งแม่เหล็ก” แบบเกลียวซึ่งกักพลาสมาอุณหภูมิสูงมากไว้ภายในเพื่อเอื้อต่อการเกิดปฏิกิริยาฟิวชัน โดยความหนาแน่นของพลาสมาเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาฟิวชัน

ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีว่าความหนาแน่นของพลาสมามีขีดจำกัดสูงสุด หากเกินขีดจำกัดนี้ พลาสมาจะไม่เสถียร หลุดออกจากการกักเก็บด้วยสนามแม่เหล็ก และปลดปล่อยพลังงานมหาศาลไปยังผนังด้านในของเตาปฏิกรณ์ ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัยในการทำงาน

แม้งานวิจัยด้านฟิวชันในระดับนานาชาติจะบ่งชี้มานานแล้วว่า กระบวนการทางฟิสิกส์ที่ทำให้เกิดขีดจำกัดความหนาแน่นนั้นเกิดขึ้นบริเวณรอยต่อระหว่างพลาสมากับผนังอุปกรณ์ แต่กลไกที่แท้จริงยังไม่เคยมีคำอธิบายที่ชัดเจน

ในการศึกษาครั้งนี้ ทีมนักวิจัยจีนได้พัฒนาแบบจำลองเชิงทฤษฎีว่าด้วยปฏิสัมพันธ์แบบการจัดระเบียบตัวเองระหว่างพลาสมากับผนังเตาปฏิกรณ์ และพบว่าความไม่เสถียรของการแผ่รังสีซึ่งเกิดจากสิ่งเจือปนบริเวณขอบพลาสมา มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดขีดจำกัดความหนาแน่นของพลาสมา อันเป็นการไขกลไกพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์นี้อย่างชัดเจน

นักวิจัยสานต่อความเข้าใจทางทฤษฎีนี้และสามารถควบคุมพลาสมาในการทดลองให้มีความหนาแน่นสูงเกินขีดจำกัดเดิม และนำพลาสมาเข้าสู่สภาวะใหม่ที่เรียกว่า “โซนปลอดข้อจำกัดความหนาแน่น” (density-free zone) ได้สำเร็จ

ผลลัพธ์นี้ถือเป็นการยืนยันเชิงทดลองครั้งแรกของการมีอยู่ของโซนดังกล่าวในโทคาแมค งานวิจัยเชิงนวัตกรรมนี้ไม่เพียงช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการทำความเข้าใจขีดจำกัดความหนาแน่นของพลาสมาเท่านั้น แต่ยังวางรากฐานทางฟิสิกส์ที่สำคัญสำหรับการเดินเครื่องโทคาแมคในโหมดความหนาแน่นสูงในอนาคตอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...