ชายวัย 50 ปี ดื่มกาแฟดำทุกวัน พบเป็นไตวายระยะสุดท้าย เตือนอย่าซื้อแบบนี้
ชายวัย 50 ปี ดื่มกาแฟดำทุกวัน กลับกลายเป็นไตวายระยะสุดท้าย แพทย์ชี้จุดเสี่ยงสำคัญ เตือนอย่าซื้อกาแฟแบบนี้ เพราะเอาสุขภาพไปเสี่ยง
หลายคนหันมาดูแลสุขภาพด้วยการดื่มกาแฟดำ เพื่อช่วยกระตุ้นความสดชื่นและการเผาผลาญ แต่แพทย์โรคไต นพ.หงหย่งเสียง ได้ออกมาแชร์กรณีตัวอย่างของชายวัยกว่า 50 ปี ผู้ใส่ใจสุขภาพ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ แต่กลับหมดสติระหว่างวิ่งออกกำลังกายในตอนเช้า และถูกวินิจฉัยว่าเป็นไตวายเรื้อรังระยะที่ 5
เมื่อตรวจสอบประวัติเพิ่มเติมจึงพบสาเหตุสำคัญว่า ผู้ป่วยบริโภคเมล็ดกาแฟที่ชื้นและเสื่อมคุณภาพเป็นเวลานาน ส่งผลให้ร่างกายสะสม “สารพิษโอคราท็อกซิน” (Ochratoxin) จนทำลายการทำงานของไตอย่างรุนแรง
นพ.หงหย่งเสียง ระบุผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า ชายรายนี้เป็นคนรักสุขภาพอย่างจริงจัง ออกกำลังกายเป็นประจำและดื่มกาแฟดำทุกวัน แต่เนื่องจากมองว่ากาแฟจากร้านสะดวกซื้อคุณภาพไม่ดี ส่วนร้านกาแฟก็มีราคาสูง เขาจึงเลือกซื้อเมล็ดกาแฟถุงใหญ่ช่วงลดราคามาเก็บไว้ใช้เอง แม้สังเกตเห็นว่าเมล็ดกาแฟเริ่มเปลี่ยนสีก็ยังเสียดายไม่ยอมทิ้ง
ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ผู้ป่วยเริ่มสังเกตว่าปัสสาวะมีฟองมากและไม่ยุบหายง่าย รวมถึงมีอาการบวมบริเวณข้อเท้า แต่เข้าใจว่าเป็นผลจากการออกกำลังกายหนัก จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดอาการวูบล้มระหว่างวิ่งและถูกนำส่งโรงพยาบาล ตรวจพบว่าค่าการกรองของไต (eGFR) ลดลงต่ำกว่า 10 เข้าข่ายไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย
เนื่องจากผู้ป่วยไม่มีโรคประจำตัวที่มักเป็นสาเหตุของไตวาย เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือเก๊าท์ แพทย์จึงสอบถามเพิ่มเติมถึงการสัมผัสสารพิษหรือโลหะหนัก จนพบว่าต้นเหตุสำคัญคือเมล็ดกาแฟที่เปลี่ยนสีและเก็บไว้นานในบ้าน
นพ.หงหย่งเสียง อธิบายว่า ผู้ป่วยเข้าใจผิดคิดว่า “ต้มกาแฟด้วยน้ำร้อนก็ฆ่าเชื้อได้” แต่ในความเป็นจริง สารพิษโอคราท็อกซินต้องใช้ความร้อนสูงกว่า 280 องศาเซลเซียสจึงจะสลายได้ ขณะที่การชงกาแฟมีอุณหภูมิสูงสุดเพียงราว 100 องศาเซลเซียส ไม่สามารถทำลายสารพิษนี้ได้ พร้อมเตือนว่า “นี่ไม่ใช่การประหยัดเงิน แต่คือการเอาสุขภาพไตในช่วงครึ่งหลังของชีวิตไปเสี่ยง”
แพทย์ระบุเพิ่มเติมว่า โอคราท็อกซินถูกขนานนามในวงการแพทย์ว่าเป็น “ระเบิดเวลาของไต” จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Toxins พบว่าสารพิษชนิดนี้มีคุณสมบัติชอบสะสมในไตเป็นพิเศษ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปทำลายไตโดยตรง ก่อให้เกิดภาวะเครียดออกซิเดชัน และทำลายเยื่อกรองของหน่วยไต เปรียบเสมือนไตเป็นเครื่องกรองน้ำที่ถูกเทปูนอุดตะแกรงกรองไว้ภายใน
นอกจากนี้ เชื้อราที่สร้างโอคราท็อกซินยังเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศอบอุ่นและชื้น อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ราว 25 องศาเซลเซียส และความชื้นมากกว่า 18.5% โดยเฉพาะเมื่อความชื้นสัมพัทธ์เกิน 85% จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยง ข้อมูลจากวารสาร Journal of Toxicology ยังระบุว่า โอคราท็อกซินมีระยะครึ่งชีวิตในร่างกายนานถึง 35 – 50 วัน หมายความว่าสารพิษจะสะสมและตกค้างในไตเป็นเวลานาน ไม่สามารถขับออกได้รวดเร็วเหมือนอาหารเป็นพิษทั่วไป
แพทย์เตือนว่า สารพิษชนิดนี้ก่ออันตรายต่อไตผ่านหลายกลไก ได้แก่
- กระตุ้นการอักเสบและพังผืดในไต โดยกระตุ้นกระบวนการตายของเซลล์แบบมีการอักเสบสูง
- รบกวนการทำงานของเซลล์ไต ทำให้ประสิทธิภาพการกรองของเสียลดลง
- เมื่อสะสมระยะยาว จะนำไปสู่ความเสียหายเรื้อรังและโรคไตที่ลุกลามอย่างต่อเนื่อง
นพ.หงหย่งเสียง ย้ำว่า อาหารหรือวัตถุดิบที่ขึ้นรา ไม่ใช่แค่ “มีกลิ่นเหม็น” หรือ “ดูไม่น่ากิน” เท่านั้น แต่ยังอาจเป็นภัยเงียบที่ค่อย ๆ ทำลายไตโดยที่ไม่รู้ตัว จึงควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่เสื่อมคุณภาพอย่างเด็ดขาด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชายวัย 50 ปี ดื่มกาแฟดำทุกวัน พบเป็นไตวายระยะสุดท้าย เตือนอย่าซื้อแบบนี้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th