โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ไม่รอดแน่! สตช. แถลงเปิดคลิปหลักฐานคดี “บิ๊กโจ๊ก” ติดสินบนกรรมการ ป.ป.ช. ปมทองคำ หนัก 246 บาท

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 06 ม.ค. เวลา 06.35 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. เวลา 06.21 น.

สตช. แถลงเปิดคลิปหลักฐานคดี “บิ๊กโจ๊ก” ติดสินบนกรรมการ ป.ป.ช. ปมทองคำ หนัก 246 บาท ชี้ พยานแน่นทั้งเส้นทางทอง-คลิปวิดีโอ-พยานบุคคล ย้ำ ต้องตัดสินในศาล ไม่ใช่โซเชียล พร้อมส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามกฎหมาย

วันที่ 6 ม.ค. 69 ที่อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจตรี ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พลตำรวจตรี ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และคณะพนักงานสอบสวน
ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าคดี “บิ๊กโจ๊ก” ติดสินบนกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยทองคำแท่ง น้ำหนักรวม 246 บาท พร้อมเปิดคลิปวิดีโอหลักฐานต่อสาธารณชน

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ผู้กล่าวหาได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหารวม 6 ราย ในความผิดฐานร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่

จากการสืบสวนพบว่า เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2567 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ ได้สั่งการให้นายสามารถฯ ส่งมอบทองคำแท่งจำนวน 2 กล่อง น้ำหนักรวม 246 บาท ให้แก่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ผู้กล่าวหา เพื่อนำไปมอบให้นายเอกวิทย์ฯ กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งรับผิดชอบสำนวนคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ กับพวกตกเป็นผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการไต่สวน โดยมีการกำชับให้บันทึกคลิปวิดีโอขณะส่งมอบทองคำไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาในวันที่ 1 กันยายน 2567 พ.ต.อ.ภาคภูมิ ได้นำทองคำดังกล่าวไปมอบให้นายเอกวิทย์ฯ ผ่านนายสุรสิทธิ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัว บริเวณลานจอดรถสมาคมชาวปักษ์ใต้ แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร หลังจากนั้นในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน 2567 มีการเรียกผู้ต้องหาไปชี้แจงข้อเท็จจริงที่สำนักงาน ป.ป.ช. และเร่งรัดกระบวนการสอบสวน ก่อนคณะอนุกรรมการจะมีมติไม่ชี้มูลความผิด

พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานและส่งสำนวนคดีให้สำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2568 โดยผู้ถูกกล่าวหาประกอบด้วย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายเอกวิทย์ กรรมการ ป.ป.ช. นายสมบัติ นายสามารถ นายสรพงษ์ และนายสุรสิทธิ์

สำหรับข้อกล่าวหา นายเอกวิทย์ ถูกกล่าวหาความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินโดยมิชอบ และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ขณะที่นายสุรสิทธิ์ ถูกกล่าวหาในฐานะสนับสนุนการกระทำความผิดของเจ้าพนักงาน ส่วน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับพวกรวม 4 คน ถูกกล่าวหาความผิดฐานร่วมกันให้ทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการหรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ทางด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า การเปิดคลิปวิดีโอหลักฐานครั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนเห็นถึงกระบวนการทำงานของพนักงานสอบสวน ซึ่งได้ตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน ทั้งพยานบุคคล พยานสถานที่ และพยานอิเล็กทรอนิกส์ พบว่ามีความสอดคล้องต้องกันและเชื่อถือได้ พร้อมระบุว่า ทองคำแท่งจำนวนกว่า 200 บาทมีอยู่จริง ตรวจสอบแหล่งที่มา ร้านจำหน่าย บิลใบเสร็จ และพยานผู้ขายครบถ้วน อีกทั้งทองคำมีลักษณะเฉพาะ ทำให้สามารถยืนยันได้ว่าเป็นทองคำที่กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้จัดหา

นอกจากนี้ คลิปวิดีโอยังยืนยันการส่งมอบทองคำที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ โดยผู้รับเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัวกรรมการ ป.ป.ช. และรถยนต์ที่ใช้เป็นรถประจำตำแหน่งขององค์กรอิสระ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ทั้งหมด ส่วนการต่อสู้คดีเป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา แต่การตัดสินต้องอยู่ในกระบวนการยุติธรรมของศาล ไม่ใช่การตัดสินผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมยืนยันว่าตำรวจดำเนินการตามพยานหลักฐานและกฎหมายอย่างเป็นธรรม

ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า การที่พยานกล้าออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงสะท้อนถึงความกล้าหาญ และอาจเชื่อมโยงไปสู่คดีอื่นในอนาคต ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะตรวจสอบทุกประเด็นอย่างรอบด้าน ส่วนผลทางคดีว่าใครจะถูกหรือผิด เป็นอำนาจของศาลในการพิจารณาตัดสินตามกระบวนการยุติธรรม

“บิ๊กเต่า” ลั่น จับเหมือนจับผี ต้องมีหลักฐานชัด ปม ติดสินบน ป.ป.ช. พบ ฟางเส้นสุดท้าย พ่อ ‘ภาคภูมิ’ ทนไม่ได้ ยกมือไหว้ลูก ขอให้หอบหลักฐาน ให้ ตร.

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเปิดคลิปหลักฐานคดี “บิ๊กโจ๊ก” ติดสินบนกรรมการ ป.ป.ช. ปมทองคำ หนัก 246 บาท ว่า เราจะไปน็อคบิ๊กโจ๊กเพื่อประโยชน์อะไร เราอยากจะเรียกร้องความเป็นธรรม ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพี่น้องประชาชนมากกว่า การที่จะไปทะเลาะเป็นตรรกะความผิด เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราได้มา คือพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงและเราทำไปเราเชื่อว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอแต่ที่เราได้มาเพิ่มเติมถือเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีและอีกหลายคดีเราสอบพยานที่เกี่ยวข้องมีหลายเรื่องหลายเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องและเราได้พยานหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเราถือว่าเราได้พยานหลักฐานเพิ่มเติมที่จะไปดำเนินคดี

โดยมองว่าการจับนายตำรวจท่านนี้ เหมือนจับผี แต่ยืนยันว่า การจับผี มันมีความสลับซับซ้อนเนื่องจากคดีนี้ ผู้ถูกกล่าวหา พยายามใช้พฤติกรรมที่ไร้ร่องรอย ดังนั้น การจับผี จะต้องมีหลักฐานชัดเจน นอกจากนี้ ที่ผ่านมา ได้ไปทำแผนประกอบคำให้การ โดยมีการจำลองเหตุการณ์ที่ จุดเกิดเหตุ ในวันเกิดเหตุ ได้ใช้รถรุ่นและยี่ห้อเดียวกัน พบว่า ภายในรถ มี 4 คน รวมถึงนายเอกวิทย์ กรรมการ ปปช. ด้วย โดย พ.ต.อ.ภาคภูมิ สามารถบอกถึงระยะห่างสายตา จากรถของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ไปยังรถอีกคัน ว่าสามารถเห็นบุคคลต่างๆ ภายในรถได้หรือไม่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ได้ให้ข้อมูล ครบถ้วน และยังมีคลิปหลายๆ อย่าง ยืนยันว่า พยานให้การสอดคล้องกับข้อเท็จจริง

“เจ้าหน้าที่ทุกคนมีจิตวิญญาณในการทำงาน ไม่ได้จะมาแฉ วันผนึ่งทำงานอยู่กับนาย เห็นนายทำอะไรบางอย่าง ก็พูดไม่ได้ หรือในบางครั้ง ก็ต้องอดทนแต่ ด้วยความกตัญญูของแต่ละบุคคล ที่ผ่านมา มีการดูแลเลี้ยงดูกันมา ก็ต้องทำตาม แต่วันนึงเขารู้ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม การที่ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้นำของเขา พยายามที่จะโยนความผิดให้ลูกน้องตามคลิป มันสะเทือนจิตใจของเขา สะเทือนไปถึงครอบครัว สะเทือนไปถึงวงศ์ตระกูล ที่เป็นตำรวจ วันหนึ่งเขาอาจจะยิงตัวตาย เขาจึงอยากทำความดีให้กับพี่น้องประชาชนได้เห็นและอยากจะกู้ภาพลักษณ์ของตำรวจ ”พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าว

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า จึงได้ให้ข้อเท็จจริงกับตำรวจในการที่จะเอาพยานหลักฐานต่างๆเข้าสู่คดีเพราะฉะนั้น เห็นใจเขาด้วย เขาไม่ได้มาแฉ แต่เขาเอาความจริงมาพูด เขาไม่ได้มีเจตนาที่จะทำความผิดร่วม มันมีอีกหลายเหตุหลายผล ว่าทำไมพนักงานสอบสวน ถึงยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา มันมีคลิปประกอบ มันมีคำให้การที่เป็นประโยชน์และมีช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นเรามีเหตุผลในการทำ

ซึ่งตอนนี้คดีอยู่ที่ ป.ป.ช. แล้วอยู่ระหว่างพิจารณาและรวบรวม เราไม่ได้ปกปิดหรือช่วยเหลือ และ เรากำลังดำเนินการตามระเบียบข้อกฎหมาย
ถ้าพบความผิดก็แจ้งข้อกล่าวหาได้ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก ยืนยันเรายังเป็นพี่น้อง แต่สิ่งที่เราทำก็ต้องรับสภาพว่าใครผิดใครถูก

เมื่อถามว่าสำหรับฟางเส้นสุดท้าย ที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ออกมาเป็นพยานนั้น เกิดจาก พ่อของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 25 ท่านรักองค์กร ท่านก็มีการพูดคุยและโทรมาด้านบิ๊กโจ๊ก แต่บิ๊กโจ๊ก ตัดสาย พ่อจึงมีการ พูดคุยกับลูก ถึงขั้นจะฆ่าตัวตาย เนื่องจากมีข่าวทำให้ครอบครัวเสื่อมเสีย ดังนั้น นี่คือปัจจัยกนึ่งที่ทำให้ ภาคภูมิ นำหลักฐานที่มีทั้งหมด ออกมามอบให้กับพนักงานสอบสวน พร้อมทิ้งท้ายว่า “ เปิดประตูให้กับน้อง ๆ ที่ถูกจองจำมานานหลาย 10 ปี ออกมา ”

นอกจากนี้ เรื่องทารุณกรรมลูกน้อง พบข้อมูลว่า ลูกน้องแต่ละคนที่ถูกทำร้ายร่างกาย ที่ผ่านมาได้ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและก็มีใบรับรองแพทย์เป็นจำนวนมาก ซึ่งตำรวจ สามารถใช้ประโยชน์จากเอกสารดังกล่าวได้ ที่ผ่านมา นายตำรวจท่านนี้ มีอารมณ์รุนแรง มักจะทำร้ายลูกน้อง ในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง อาทิ ถือเสื้อไปขูดกับรถ ก็จะถูกทำร้ายจนกว่าจะพอใจ แต่ถ้าเป็นนายสิบ จะโดนทำร้ายหนักขึ้น ถึงขั้น ล้มลงไปกองกับพื้นก็ถูกกระทืบและเตะจนกว่าจะพอใจ ขณะนี้อยู่ ในระหว่างการแก้กล่องให้ตำรวจชั้นประทวนเข้ามาให้ข้อมูล

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังมี ตำรวจใกล้ชิด รวมทั้ง มินนี่ มีการพูดคุยกันแล้ว แต่หลังจากนี้ กลุ่มคนเหล่านี้จะเข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจเพิ่มเติมหรือไม่จะต้องพิจารณาอีกครั้ง เนื่องจาก ทุกคนทราบดีว่า ถ้าหากออกมาเปิดโปงข้อมูล แต่ละท่านจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง

ทั้งนี้ เชื่อว่า ถ้าหากคดีมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนตัวเชื่อว่า บิ๊กโจ๊ก จะหนี มองว่า บุคคลนี้ คบไม่ได้ ก่อนหน้านี้ที่เจอกัน ก็มีการพูดจากันดี แต่มาวันนี้ได้ส่งทนายความไปแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา 157

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...