โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดท่องเที่ยวเกษตรคาร์บอนต่ำ ชมซากุระเมืองไทย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตรคาร์บอนต่ำ แลดอกนางพญาเสือโคร่ง” ภายใต้แนวคิด วิจัย สร้างมูลค่า พัฒนาเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเปิดตัว โครงการผลิตและกระจายต้นกล้า 10 ล้านต้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีแห่งการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (ในหลวงรัชกาลที่ 10) ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

ทั้งนี้ เส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร “การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ แลดอกนางพญาเสือโคร่ง” ซึ่งมีจุดไฮไลท์สำคัญ 7 จุด ได้แก่ ศาลารถพระที่นั่ง โรงผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งระบบแอโรโปนิกส์ ศาลาชมวิว อุโมงค์ต้นนางพญาเสือโคร่ง แปลงปลูกพืชผสมผสาน โรงแปรรูปกาแฟ และต้นไม้ทรงปลูกของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวว่า กรมวิชาการเกษตร ได้ขับเคลื่อนโครงการสำคัญเพื่อยกระดับภาคเกษตรของประเทศให้สอดคล้องกับนโยบายของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นการใช้งานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร สร้างรายได้ให้เกษตรกร ควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

สำหรับ โครงการกระจายพันธุ์ต้นกล้ากาแฟ 1 ล้านต้น เป็นการต่อยอดสู่โครงการผลิตและกระจายต้นกล้ากาแฟ 10 ล้านต้น เพื่อเทิดพระเกียรติในโอกาสครบรอบ 10 ปี แห่งการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยกรมวิชาการเกษตรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์การมหาชน สถาบันการศึกษา และเกษตรกร ในการพัฒนากาแฟคุณภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ทั้งนี้ ได้มีการผลิตและขยายแปลงแม่พันธุ์กาแฟในพื้นที่ที่มีศักยภาพ จัดตั้งศูนย์เครือข่ายขยายพันธุ์ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อรองรับความต้องการของตลาดและเกษตรกร โดยเป็นกาแฟอะราบิกา 5 พันธุ์ ได้แก่ กวก.เชียงใหม่ 80 กวก.เชียงใหม่ 1 กวก.เชียงราย 1 กวก.เชียงราย 2 และกวก.เกอิชา รวมถึงกาแฟโรบัสตา 2 พันธุ์ คือ กวก.ชุมพร 2 และพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งปัจจุบันได้กระจายต้นกล้ากาแฟแล้วจำนวน 1 ล้านต้น

มีเป้าหมายสู่เกษตรกรมากกว่า 1,000 ราย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ โดยเกษตรกร และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่ได้รับต้นกล้ากาแฟจากโครงการฯ แล้ว นำไปขยายผลและกระจายพันธุ์ เพื่อให้ได้กาแฟที่มีคุณภาพตั้งแต่การใช้สายพันธุ์ที่ดีมีคุณภาพได้มาตรฐาน การผลิตที่มีคุณภาพ และใช้เครื่องจักรกลเกษตรในการลดแรงงานและเวลาในการแปรรูป จนได้ผลิตภัณฑ์กาแฟที่มีอัตลักษณ์กาแฟไทย สร้างความมั่นใจต่อผู้บริโภค และตรงกับความต้องการตลาด

ปัจจุบันเทรนด์การปลูกกาแฟของโลกไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ "ปริมาณ" อีกต่อไป แต่เป็นการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และการตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความยั่งยืนอย่างแท้จริง เป็นการปลูกกาแฟระบบ Forest system การจัดการที่ดินแบบผสมผสาน โดยการปลูกกาแฟและมะคาเดเมียร่วมกับป่า เพื่อให้เกิดประโยชน์หลากหลาย สร้างความยั่งยืน เลียนแบบระบบนิเวศป่าธรรมชาติ ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มจากการขายคาร์บอนเครดิตที่ปลูกกาแฟคาร์บอนต่ำ

นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรยังได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตกาแฟคุณภาพ การผลิตต้นกล้าพันธุ์ดีที่ได้มาตรฐาน การประชาสัมพันธ์ยกระดับกาแฟไทยสู่มาตรฐานสากลผ่านการประกวดสุดยอดกาแฟไทย ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 รวมถึงการส่งเสริมการตลาดและการจำหน่ายเมล็ดกาแฟไทย เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ในส่วนของ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตรคาร์บอนต่ำ กรมวิชาการเกษตรได้พัฒนาพื้นที่ศูนย์วิจัยให้เป็นศูนย์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตรที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตชุมชน เป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะพืชกาแฟ ชา และมะคาเดเมีย มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้พลังงานสะอาด และบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

พร้อมกันนี้ กรมวิชาการเกษตรได้ขับเคลื่อน โครงการขยายพันธุ์นางพญาเสือโคร่ง จำนวน 100,000 กล้า เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรบนพื้นที่สูง และเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยบูรณาการความร่วมมือกับจังหวัดเชียงใหม่ หน่วยงานในพื้นที่ และชุมชนบนพื้นที่สูง ในการผลิตและกระจายพันธุ์นางพญาเสือโคร่งสู่พื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการเกษตร

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดสู่เป้าหมายการขยายพันธุ์นางพญาเสือโคร่ง 1 ล้านต้น ภายในระยะเวลา 2 ปี เพื่อสร้างแนวไม้ดอกไม้ประดับบนพื้นที่สูง ลดการเผาในที่โล่ง เพิ่มพื้นที่สีเขียว และฟื้นฟูระบบนิเวศ โดยนางพญาเสือโคร่งยังสามารถใช้เป็นไม้บังร่มเงาในระบบการปลูกกาแฟ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดผลกระทบจากสภาพอากาศ และสร้างอัตลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เชื่อมโยงธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตชุมชน สร้างรายได้เสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรยังได้ดำเนินการ แปลงทดสอบการปลูกซากุระจากประเทศญี่ปุ่น ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมสนับสนุน เพื่อศึกษาการปรับตัวของไม้ดอกเมืองหนาวจากต่างประเทศต่อสภาพภูมิอากาศและสภาพพื้นที่บนพื้นที่สูงของประเทศไทย

สำหรับการทดสอบดังกล่าว ได้ปลูกต้นซากุระจากจังหวัดฟูกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น จำนวนรวม 111 ต้น ประกอบด้วย สายพันธุ์ยามาซากุระ (Yama Zakura) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ป่า และ สายพันธุ์โซเมอิโยชิโนะ (Somei Yoshino) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ลูกผสม บนพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ เพื่อศึกษาด้านการเจริญเติบโต การออกดอก ความเหมาะสมของสภาพแวดล้อม ตลอดจนศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรในอนาคตการดำเนินงานดังกล่าวจะเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการต่อยอดการพัฒนาไม้ดอกเมืองหนาวชนิดใหม่ เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการปรับตัวของพืชต่างประเทศบนพื้นที่สูงของไทย และเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ควบคู่กับการวิจัยและพัฒนาเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...