รบ.ทรัมป์ถูกประณามยับ! หลังเปิดสอบคดีอาญา‘เจอโรม พาวเวลล์’ เจอเสียงสวดทั้งจาก 3 อดีตประธานเฟด-ผู้ว่าธนาคารชาติทั่วโลก-ส.ว.ทั้งรีพับลิกันและเดโมแครต
บรรดาผู้ว่าการแบงก์ชาติของโลกตะวันตก ออกคำแถลงร่วมในวันอังคาร (13 ม.ค.) แสดงความสนับสนุน เจอโรม พาวเวลล์ ประธานของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ถูกคณะบริหารทรัมป์เล่นงานด้วยการเปิดสอบสวนคดีความผิดทางอาญา 1 วันหลังจากอดีตประธานเฟด 3 คน ตลอดจนถึงสมาชิกสำคัญในพรรครีพับลิกัน รุมจวกคณะบริหารทรัมป์ในเรื่องนี้ ขณะที่เจ้าตัวก็ประณามว่า ความเคลื่อนไหวคราวนี้เป็น “ข้ออ้าง” เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลสามารถชี้นำทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยไม่แยแสความเป็นอิสระของแบงก์ชาติ
การสอบสวนคราวนี้แพร่สะพัดออกมาเมื่อคืนวันอาทิตย์ (11) หลังจาก พาวเวลล์ แจ้งว่า เฟดได้รับหมายเรียกจากกระทรวงยุติธรรม ซึ่งระบุว่าทางกระทรวงได้อนุมัติและเริ่มต้นดำเนินการสอบสวนคดีอาญาตัวเขา โดยผู้รับผิดชอบการสอบสวนคือ เจอนีน พีร์โร อัยการในวอชิงตันที่เป็นพันธมิตรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งนี้ จากการเปิดเผยของแหล่งข่าววงใน 2 คน
แหล่งข่าวหนึ่งในนั้นเสริมว่า แพม บอนดี รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐฯ ซึ่งตามกฎหมายสหรัฐฯ จะทำหน้าที่เป็นอัยการสูงสุดด้วย พร้อมกับ ท็อดด์ บลานช์ รัฐมนตรีช่วย ไม่ได้รู้เรื่องการสอบสวนนี้
ตอนค่ำวันจันทร์ (12) พีร์โรแถลงเหตุผลในการดำเนินการคราวนี้ว่า เนื่องจากเฟดเพิกเฉยต่อการร้องขอการหารือเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่บานปลาย ในการฟื้นฟูบูรณะอาคารเก่าสองหลังภายในพื้นที่สำนักงานใหญ่ของเฟด
การขู่ดำเนินคดีที่พุ่งประเด็นที่คำแถลงของพาวเวลล์ต่อรัฐสภาเกี่ยวกับโครงการฟื้นฟูอาคารเฟดเมื่อเดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรคลังสหรัฐฯ ระยะยาวพุ่งขึ้น เนื่องจากนักลงทุนมองว่า การที่เฟดขาดอิสระในการตัดสินใจอาจส่งผลต่อนโยบายทางการเงินและอัตราเงินเฟ้อ ขณะที่พวกนักวิเคราะห์มองว่าหากยังเป็นแบบนี้ต่อไป ปฏิกิริยาของตลาดอาจกลายเป็นอุปสรรคขัดขวางความพยายามของทรัมป์ที่ต้องการเข้าไปบงการการทำงานของเฟด ซึ่งถือเป็นธนาคารกลางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก และเป็นเสาหลักของระบบการเงินระหว่างประเทศ
นอกจากนั้น การพุ่งขึ้นของต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวเช่นนี้ ยังอาจบ่อนทำลายความพยายามของทรัมป์เอง ในการบรรเทาความกังวลอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ออกเสียงชาวอเมริกัน เกี่ยวกับ “ความสามารถในการใช้จ่าย” ของพวกเขา ซึ่งย่ำแย่ลง ไม่ได้ดีขึ้นดังที่ทรัมป์สัญญาไว้ในช่วงรณรงค์หาเสียง
ทั้งนี้ ตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่เชื่อถือกันอย่างเหนียวแน่นในปัจจุบัน ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง อย่างน้อยที่สุดก็ในเรื่องการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ถือเป็นหลักการสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ปกป้องผู้วางนโยบายทางการเงินจากผลกระทบทางการเมืองระยะสั้น และช่วยให้ผู้วางนโยบายเหล่านั้นสามารถทุ่มเทความพยายามระยะยาวในการรักษาเสถียรภาพราคา
ในวันจันทร์ อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ 3 คน ได้แก่ เจเน็ต เยลเลน, เบน เบอร์นันกี และ อลัน กรีนสแปน ร่วมกับอดีตผู้นำนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอีกหลายคนจากทั้งพรรครีพับลิกันของทรัมป์และพรรคเดโมแครตฝ่ายค้าน ออกคำแถลงร่วมเตือนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้เป็นวิธีเดียวกับที่พวกประเทศเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ ซึ่งสถาบันต่างๆ อยู่ในสภาพอ่อนแอ ใช้กันอยู่ ในการกำหนดนโยบายทางการเงิน ที่ในที่สุดแล้วส่งผลลบอย่างรุนแรงต่ออัตราเงินเฟ้อและกลไกระบบเศรษฐกิจวงกว้าง
คำแถลงร่วมนี้สำทับว่า การกระทำของกระทรวงยุติธรรมเป็นความพยายามอย่างไม่เคยมีตัวอย่างมาก่อนในการใช้การดำเนินคดีทางอาญาเพื่อบ่อนทำลายความเป็นอิสระของเฟด
ทางด้านพาวเวลล์ที่ปกติแล้วพยายามหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นขัดแย้งกับคณะบริหารอย่างเปิดเผยมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้ได้ออกคำแถลงประณามว่า การขู่ฟ้องร้องคดีอาญาต่อตัวเขา เป็นผลจากการที่เฟดกำหนดนโยบายดอกเบี้ยโดยอิงกับการประเมินอย่างรอบคอบที่สุดเพื่อรับใช้ประชาชน แทนที่จะทำตามความต้องการของประธานาธิบดี
จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก เตือนว่า การใช้อิทธิพลทางการเมืองควบคุมนโยบายทางการเงินในอดีตมักนำไปสู่ผลลัพธ์ไม่พึงประสงค์อย่างเช่นเงินเฟ้อ
ที่ผ่านมา ทรัมป์ตำหนิพาวเวลล์มาตลอดว่า โง่เง่า จากการตัดสินใจในหลายกรณีของเฟด โดยเฉพาะการไม่ยอมลดอัตราดอกเบี้ยลงครั้งใหญ่ ก่อนหน้านี้ เมื่อปีที่แล้ว เขาได้เคยพยายามปลด ลิซา คุก ผู้ว่าการเฟดคนหนึ่งมาแล้ว จากข้อกล่าวหาฉ้อโกงสินเชื่อที่อยู่อาศัย
ด้าน แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ให้สัมภาษณ์ฟ็อกซ์ นิวส์ในวันจันทร์ โจมตีว่า พาวเวลล์พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า ไม่เหมาะกับตำแหน่งประธานเฟด และกระทรวงยุติธรรมจะเป็นผู้ให้คำตอบว่า เขาเป็นอาชญากรหรือไม่
อย่างไรก็ตาม การสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมถูกวิจารณ์อย่างหนักจากทั้งสองพรรคการเมือง
ส.ว.ธอม ทิลลิส ของพรรครีพับลิกัน ซึ่งนั่งอยู่ในคณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภา ประกาศว่า จะคัดค้านการรับรองผู้ได้รับเสนอชื่อดำรงตำแหน่งต่างๆ ในเฟด ซึ่งรวมถึงประธานเฟดคนต่อไป จนกว่าเรื่องนี้จะได้รับการแก้ไข และสำทับว่า คำถามตอนนี้คือ กระทรวงยุติธรรมมีความน่าเชื่อถือและมีอิสระในการทำงานหรือไม่
ลิซา เมอร์โคสกี วุฒิสมาชิกรีพับลิกันเช่นเดียวกัน ก็แถลงสนับสนุนทิลลิส และกล่าวหาว่า การสอบสวนพาวเวลล์เป็นความพยายามข่มขู่ของคณะบริหาร
ส.ว.ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเดโมแครตในสภาสูง วิจารณ์ว่า การสอบสวนเป็นการโจมตีความเป็นอิสระของเฟด
นอกจากนั้น สื่อออนไลน์ แอ็กซิออส ในสหรัฐฯ ยังรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวสองคนว่า เมื่อวันอาทิตย์ สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง เตือนทรัมป์ว่า การสอบสวนจะทำให้สถานการณ์วุ่นวายและเกิดผลร้ายต่อตลาดการเงิน
อย่างไรก็ดี วันเดียวกันนั้น ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับเอ็นบีซี นิวส์ว่า เขาไม่รู้เรื่องการสอบสวนดังกล่าว แต่ย้ำว่า พาวเวลล์ไม่ได้เก่งกาจทั้งในเรื่องเฟดและเรื่องการสร้างตึก
ขณะที่โฆษกกระทรวงยุติธรรมปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ แต่บอกว่า บอนดีสั่งให้อัยการเน้นการสอบสวนการนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง
ในวันอังคาร บรรดาผู้ว่าการธนาคารกลางจากประเทศตะวันตกจำนวนมาก ได้ออกคำแถลงร่วม แสดง “ความสมานฉันท์อย่างเต็มที่กับระบบธนาคารกลางสหรัฐฯและกับ เจอโรม พาวเวลล์ ประธานของระบบธนาคารนี้”
คำแถลงนี้ย้ำว่า ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง เป็นเสาหลักของระดับราคา, เสถียรภาพทางการเงินและทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของพลเมืองที่เรารับใช้อยู่” ขณะที่ผู้ร่วมลงนาม มีทั้ง ประธานของธนาคารกลางยุโรป, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, บราซิล, แคนาดา, เดนมาร์ก, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, เกาหลีใต้ รวมทั้งประธานของธนาคารเพื่อการชำระบัญชีระหว่างประเทศ (บีไอเอส)
ทั้งนี้ ผู้ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าขาดหายไปไม่ได้ร่วมลงนามด้วย คือ ผู้ว่าการแบงก์ชาติญี่ปุ่น
พาวเวลล์ ขึ้นเป็นประธานเฟด จากการเสนอชื่อของทรัมป์ในสมัยแรกแห่งการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา และวาระการทำงานของพาวเวลล์จะสิ้นสุดลงในเดือนพ.ค. กระนั้น เขาจะยังคงเป็นสมาชิกคณะกรรมการเฟดไปจนถึงปี 2028
(ที่มา: เอเอฟพี/รอยเตอร์)
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO