โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หอการค้าไทย เปิดเวทีพรรคการเมือง ชงนโยบายเศรษฐกิจ วางโจทย์ประเทศก่อนเลือกตั้ง

BTimes

อัพเดต 13 มกราคม 2569 เวลา 20.40 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

วันนี้ 13 ม.ค.69 หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำโดย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค ในโอกาสเข้าพบหารือแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการศึกษา เศรษฐกิจ การเมือง และทิศทางการพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งนำเสนอร่างพิมพ์เขียวการทำงานร่วมกันระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ (Reinvent Thailand - A Platform for Policy Co-Creation and Execution) ในนาม คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถานบัน (กกร.) โดยมุ่งสะท้อนข้อเสนอจากภาคเอกชน และเสริมสร้างความร่วมมือเชิงนโยบายระหว่างภาคการเมืองกับภาคธุรกิจ ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคมีนโยบายสำคัญในการเป้าหมายประเทศไทยวางรากฐานสู่การเป็นประเทศรายได้สูงสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงด้วย Science and Technology (S&T) เป็นกลไกหลักในการสร้างความเชื่อมั่น เสริมศักยภาพคนไทย และยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว ภายใต้กรอบการพัฒนาที่คำนึงถึงความสมดุลของนโยบายการเงินและการคลัง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อย่างมั่นคงและยั่งยืน หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยู่ที่การใช้ 2 เครื่องยนต์หลัก ควบคู่กัน ได้แก่ การ “Upgrade Existing Engine” ซึ่งมุ่งเพิ่มผลิตภาพของภาคเศรษฐกิจเดิมผ่านการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครอบคลุมภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และภาคบริการ ควบคู่กับการสร้าง “New Growth Engine” เพื่อเปิดแหล่งเติบโตใหม่ให้กับประเทศ ผ่านการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและพัฒนาในระดับแนวหน้า และการสร้างระบบถ่ายทอดเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน การเติบโตทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยเสาหลักสนับสนุนที่เข้มแข็ง โดยเสาหลักแรกคือการสร้าง ความมั่นคงในทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคงของประเทศ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ เสถียรภาพทางการเมือง และการพัฒนาที่ยึดเป้าหมายความยั่งยืนตามกรอบ SDGs 2030 เสาหลักที่สองคือการเสริมสร้าง หลักนิติธรรม (Rule of Law) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและนักลงทุน ผ่านการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล การปรับกระบวนการทำงานของภาครัฐให้มีความคล่องตัว การให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีด้านกฎหมายและการยกระดับดัชนีหลักนิติธรรมของประเทศ เสาหลักที่สามคือการลงทุนใน โครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับเศรษฐกิจมูลค่าสูงและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข สวัสดิการ โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ด้าน ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้มีความเข้มแข็งและทันต่อบริบทการแข่งขันในปัจจุบัน ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เน้นประชานิยมโดยเอาเงินไปสร้างงาน และการสร้างระบบเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการแข่งขันอย่างเป็นธรรม พร้อมเดินหน้าจัดการปัญหาทุนสีเทา การทุจริตคอร์รัปชัน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่บิดเบือนกลไกตลาด ซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและภาคธุรกิจ โดยความท้าทายสำคัญของประเทศในระยะต่อไป มิได้อยู่ที่การขาดแคลนนโยบายหรือแนวคิดใหม่ หากแต่อยู่ที่ศักยภาพในการผลักดันนโยบายให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ และสามารถตรวจสอบประสิทธิผลได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงหลังการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะยาวที่สามารถขับเคลื่อนต่อเนื่องได้จริง หอการค้าไทย

จึงได้นำเสนอ 6 วาระแห่งชาติเร่งด่วน ที่ภาคเอกชนเห็นว่าควรได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ได้แก่

1. การขาดยุทธศาสตร์ชาติที่สามารถดำเนินการได้จริงและต่อเนื่อง

2. การปฏิรูประบบราชการและการปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง

3. โครงสร้างการบริหารประเทศที่ยังขาดการบูรณาการ

4. การปฏิรูปภาคเกษตรอย่างเป็นระบบ

5. การจัดทำแผนรับมือภัยพิบัติในระดับชาติ

6. การเสริมสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่มีอำนาจในการขับเคลื่อนเชิงนโยบายอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ หอการค้าไทยยังย้ำถึงความจำเป็นในการขับเคลื่อนประเทศบนพื้นฐานของความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และการแข่งขันอย่างเป็นธรรม โดยเห็นว่าการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจังเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธุรกิจ นักลงทุน และประชาชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมสนับสนุนการปรับปรุงระบบราชการ การลดขั้นตอนและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ รวมถึงการกำหนดนโยบายที่มีความต่อเนื่อง ตรวจสอบได้ และยึดข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นฐาน เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของประเทศ

ก่อนหน้านี้ หอการค้าไทยได้หารือร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเสนอ 6 วาระแห่งชาติเร่งด่วน และ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านนโยบายเศรษฐกิจ มาแล้วเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...