โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จับตาตลาดคริปโทฯ เดือนนี้ DecemBULL หรือ DecemBEAR?

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ธ.ค. 2568 เวลา 11.04 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 10.37 น.

ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในเดือนธันวาคมนี้ ทุกคนต่างจับตาว่าจะออก Bull หรือ Bear ท่ามกลางแรงหนุนจากการการเข้าสู่ภาวะดอกเบี้ยขาลง แนวโน้ม Recession แทบจะไม่เกิดขึ้น ทว่า M2 กลับเกิด Divergence โดยไหลเข้าสู่ทองคำ เงิน และหุ้นกลุ่มเอไอมากกว่า ด้าน 4-year cycle ก็ถือว่าเปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว การลงทุนเข้าถึงเฉพาะโปรเจกต์ที่พื้นฐานแกร่งและมีผู้ใช้งานจริงเท่านั้น

15 ธันวาคม 2568- ตลาดเดือนธันวาคมถือว่าเป็นจังหวะที่ทุกคนต่างจับตาว่าจะออก Bull Market หรือ Bear Market ขณะที่ตลาดได้รับแรงหนุนที่ชัดเจนจากภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่คาดว่า Fed จะเข้าสู่ดอกเบี้ยขาลง แนวโน้ม Recession แทบจะไม่เกิดขึ้น ทว่า M2 กลับเกิด Divergence โดยไหลเข้าสู่ทองคำ เงิน และหุ้นกลุ่มเอไอมากกว่า ที่ยิ่งไปกว่านั้น จะเห็นว่า 4-year cycle ได้เปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว การลงทุนเข้าถึงเฉพาะโปรเจกต์ที่พื้นฐานแกร่งและมีผู้ใช้งานจริงเท่านั้น ทั้งนี้ ยังเห็นสัญญาณความระมัดระวังจากนักลงทุน และคาดว่าเดือนธันวาคมตลาดจะปิดเขียว ซึ่งคาดว่าเพื่อสะสมกำลังรอปัจจัยบวกครั้งใหญ่ในปี 2026

Monthly Market Outlook ประจำเดือนธันวาคม 2568 โดย Binance TH Academy

1. ภาพรวมเศรษฐกิจโลก (Macroeconomics): ปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

  • ญี่ปุ่น (BOJ) กับนโยบายดอกเบี้ย: การปรับขึ้นดอกเบี้ยของญี่ปุ่นส่งผลกระทบโดยตรงต่อ Carry Trade (การกู้เงินเยนดอกเบี้ยต่ำไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอื่น) เมื่อต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น นักลงทุนจำเป็นต้องขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อนำเงินกลับไปคืนหนี้ ส่งผลให้ Fund Flow ไหลกลับญี่ปุ่น (Repatriation) กดดันตลาดหุ้น Tech และ Crypto อย่างไรก็ตาม ผลกระทบระลอกนี้อาจไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก เพราะตลาดได้รับรู้ข่าวสาร (Priced-in) และเตรียมรับมือไว้บ้างแล้ว
  • สหรัฐฯ (Fed) และอิทธิพลของ Trump: ทิศทางดอกเบี้ยขาลงชัดเจน ตลาดคาดการณ์ปีหน้าอาจลดดอกเบี้ย 3-4 ครั้ง ขณะที่ Kevin Hassett (ตัวเต็งประธาน Fed คนใหม่) ซึ่งเป็นคนที่ Trump เลือก มีแนวโน้มดำเนินนโยบายแบบ Dovish/Aggressive คือเน้นอัดฉีดและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยไม่กังวลเรื่องเงินเฟ้อเท่ากับ Powell ชุดปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยง
  • สภาพคล่อง (M2): ปกติเมื่อ M2 (ปริมาณเงินในระบบ) เพิ่มขึ้น Bitcoin มักจะวิ่งตาม แต่รอบนี้เกิด Divergence (ความขัดแย้งของข้อมูล) เงินใหม่ที่ถูกอัดฉีดเข้ามาไม่ได้ไหลเข้าตลาด Crypto แต่กลับไหลไปที่ ทองคำ, Silver และหุ้นกลุ่ม AI แทน (Mindshare Shifting)
  • Recession (เศรษฐกิจถดถอย): ข้อมูลจาก Polymarket ชี้ว่าโอกาสเกิด Recession ในปีหน้าต่ำมาก หรือแทบจะไม่มีแนวโน้มเกิดขึ้นเลย

2. เจาะประเด็น AI Bubble: ฟองสบู่จะแตกไหม?

Binance TH Academy วิเคราะห์ว่า "ยังไม่ใช่ฟองสบู่" โดยยก 4 เหตุผลสนับสนุน ดังนี้

  • กราฟไม่ชันระดับ Parabolic: เมื่อเทียบกับยุค Dot-com Bubble ความชันของการขึ้นราคายังถือว่าเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปกว่า
    • Small Cap ยังไม่วิ่ง: ลักษณะของฟองสบู่คือ "หุ้นตัวเล็กตัวน้อย" ต้องวิ่งกันระนาว แต่รอบนี้การเติบโตกระจุกตัวอยู่แค่หุ้นใหญ่ (Big Tech)
    • ขึ้นด้วยพื้นฐาน (Real Earnings): ราคาหุ้นที่ขึ้นมา มีรายได้และกำไรจาก User ใช้งานจริงรองรับ (Adoption สูง เช่น คนทั่วไปเริ่มใช้ ChatGPT ในชีวิตประจำวัน) ไม่ใช่การเก็งกำไรล้วนๆ
    • Sentiment ยังเต็มไปด้วยความกลัว: Google Trends คำว่า "AI Bubble" พุ่งสูง แสดงว่าคนยังระมัดระวัง (Caution) ต่างจากยอดพีคของฟองสบู่ที่คนมักค้นหาคำว่า "Buy…" (Greed)

3. วัฏจักร 4 ปี (4-Year Cycle) และ Altcoin Season

Binance TH Academy มองว่า 4-Year Cycle จบไปแล้ว หรือเปลี่ยนรูปแบบไป เนื่องจากการเข้ามาของ Spot ETF และสถาบันการเงินรายใหญ่ รวมถึงการยอมรับในระดับประเทศ ทำให้โครงสร้างตลาดเปลี่ยน

มองในมุมข้อมูลสถิติ หลัง Halving วันที่ 550 ตลาดมักจะร่วง แต่รอบนี้รูปแบบจะเป็น K-Shape Recovery คือ Bitcoin ไปต่อ (ขาขึ้นของ K) แต่ Altcoins ส่วนใหญ่จะซึมลง (ขาลงของ K)

Altcoin Season นั้นถือว่า "ยากที่จะมาแบบยกแผง" เหมือนปี 2017 หรือ 2021 ที่หลับตาจิ้มตัวไหนก็กำไร สาเหตุเพราะ Supply ของ Altcoin ใหม่ๆ ทะลักเข้ามาในตลาดเยอะมาก เงินจึงไม่สามารถดันทุกตัวขึ้นพร้อมกันได้ รอบนี้คาดว่าจะเป็นเกมของ Selective Play คือ
เงินจะเลือกเข้าเฉพาะตัวที่มี พื้นฐานแกร่ง, มี User ใช้งานจริง และมีรายได้ (Real Yield) เท่านั้น

4. เจาะลึก On-Chain Data

สัญญาณยังเป็น Mix Signal (ขัดแย้งกันเอง) จึงให้น้ำหนักน้อยในการตัดสินใจ

  • Bearish (ลบ): Smart Money (Long-term Holders) เริ่มทยอย "รินขาย" ในช่วงราคาขาขึ้น (Distribution into strength) และต้นทุนเฉลี่ยของตลาดเริ่มเสียทรง
    • Bullish (บวก): สัญญาณเตือนฟองสบู่ (Top Indicators) ยังไม่ทำงานเลยสักตัว บ่งบอกว่าตลาดยังไม่ถึงจุดพีค และยังมีพื้นที่ให้ไปต่อ

5. กลยุทธ์การคัดเลือกเหรียญ (Selection Strategy)

Binance TH Academy ให้คำแนะนำสำหรับการคัดเลือกเหรียญว่า ให้เน้นพิจารณาเลือกจาก 3 เกณฑ์ คือ

  • ผู้บริหาร (Management): ต้องเก่ง มีวิสัยทัศน์ และ "ใจถึง" ยอมเสียสละเพื่อ Ecosystem
    • Ecosystem: ต้องใหญ่ แข็งแรง และมีการพัฒนาต่อเนื่อง
    • Real Users: ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า "อีก 5 ปีข้างหน้า User จะยังโตขึ้นไหม?"

6. ความเสี่ยงที่ต้องระวัง (Key Risks)

  • Stagflation: ภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองแต่เงินเฟ้อสูง ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่แก้ได้ยาก อาจเป็นผลกระทบลูกโซ่จากนโยบายกำแพงภาษี (Tariff) ของ Trump ที่ทำให้ต้นทุนสินค้าพุ่งสูงขึ้น
  • Geopolitics: จับตาความขัดแย้งจีน-ไต้หวัน หรือสถานการณ์ตึงเครียดในเอเชีย

บทความโดย: Binance TH Academy

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ คริปโทเคอร์เรนซี ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...