เปิดโมเดลการตลาดแนวใหม่ ดันโรคร้ายแรงเป็นวาระแห่งชาติ
“เป้าหมายแรกไม่ใช่การขาย แต่ทำให้คนไทยตระหนักก่อนว่าการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ เราอยากให้คนไทยเริ่มจากก้าวเล็กๆ 1…2…3…เริ่มเลย เพราะโรคร้ายแรงอยู่ใกล้เราเหลือเกิน ถ้าทุกคนเห็นความสำคัญ วันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทั้งประเทศ”
จุดยืนของ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เป้าหมายไม่ใช่แค่การทำให้คนไทยอยู่ได้นานขึ้น แต่คือการอยู่ต่ออย่างมีคุณภาพ และไม่เป็นภาระต่อคนที่เรารัก วันนี้เราอายุยืนขึ้น แต่สุขภาพกลับสั้นลงกว่าเดิม เพราะฉะนั้น โรคร้ายแรงไม่ใช่ปัญหาของใครคนหนึ่ง แต่เป็นวาระแห่งชาติของคนไทยทุกคนในวันที่ประเทศไทยก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ความเสี่ยงด้านสุขภาพ และโรคร้ายแรงกลายเป็นเสียงเตือน ที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เฉพาะในระบบสาธารณสุข แต่กำลังกระทบตั้งแต่คุณภาพชีวิตของประชาชน ไปจนถึงศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศ
การเงินธนาคาร ได้สัมภาษณ์ บุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต แม่ทัพใหญ่ที่เป็นผู้ผลักดันให้ “โรคร้ายแรง” ถูกยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมเปิดโมเดลการตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่ CI 123 คุ้มครองครบ จบทุกโรคร้ายเพื่อรองรับยุคที่ค่ารักษาพยาบาลพุ่งสูง และคนไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
ประเทศไทยกำลังเผชิญอะไร?
บุปผาวดีกล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยกำลังเผชิญกับ 3 โรคร้ายแรง ได้แก่ โรคมะเร็ง/เนื้องอก โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง โดยมีข้อมูลว่า โรคมะเร็งกำลังเป็นภัยเงียบที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ไทยปีละ 140,000 คน เสียชีวิตปีละ 83,000 คน หรือ 227 ราย/วัน คิดเป็น 60% ของผู้ที่ป่วยทั้งหมด ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดว่า ผู้ป่วยโรคร้ายแรงทั่วโลกเพิ่มขึ้น 77% ภายใน 25 ปี
จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือชีวิตของคนไทยที่กำลังสั้นลงจากสุขภาพที่ถดถอยเร็วกว่าที่คิด โดยในปี 2025 คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ย 78 ปี แต่ “อายุสุขภาพ” (Health Span) อยู่เพียง 65–70 ปี แปลว่า เรายังต้องอยู่ต่ออีกเกือบ 10 ปีในสภาพที่สุขภาพถดถอยเต็มที่ นั่นคือช่วงเวลาที่โรคร้ายแรงเข้ามา หรือจากข้อมูลทั่วโลกก็เป็นเช่นเดียวกัน เพราะอายุขัยชายเฉลี่ย 71 ปี อายุขัยหญิงเฉลี่ย 76 ปี
ขณะที่อัตราการเกิดใหม่ในไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เหลือเพียง 1.3 คนต่อผู้หญิง 1 คน ต่ำกว่าอัตราทดแทนประชากรที่ 2.1 คนต่อผู้หญิง 1 คน ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบในปี 2040 โดยประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปจะเกิน 30% ของประชากรทั้งหมด ผลที่ตามมาคือ คิวโรงพยาบาลรัฐยาวขึ้นหลายเท่า, ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นไม่หยุด, แรงงานวัยทำงานลดลง , รายได้ภาษีของรัฐหดตัว และค่าใช้จ่ายผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
บุปผาวดียังชี้อีกว่า ความเสี่ยงเหล่านี้กำลังทำให้ประเทศสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี หรือราว 9–10% ของจีดีพี ดังนั้น โรคร้ายแรงจึงไม่ใช่เรื่องเฉพาะบุคคลอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องเศรษฐกิจมหภาค
รวมถึงภาวะเงินเฟ้อด้านการแพทย์ (Medical Inflation) กำลังสร้างแรงกดดันรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจและครัวเรือน โดยมีแนวโน้มว่า ภายใน 10 ปี ค่ารักษาพยาบาลอาจเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า และภายใน 20 ปี ค่ารักษามะเร็งและโรคร้ายแรงอาจสูงถึงระดับ 8 หลักต่อคน รวมถึงเทคโนโลยีการแพทย์ที่ล้ำหน้าขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์และรักษาจำเพาะจุด จะยิ่งทำให้ค่าใช้จ่ายพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย เพราะไม่มีอะไรฟรี ทุกการรักษามีต้นทุน และต้นทุนกำลังพุ่งเร็วกว่าเงินเดือนคนไทยหลายเท่า
โมเดลวาระแห่งชาติ
3 สุขภาพที่ต้องไปพร้อมกัน
จากภาพใหญ่ระดับประเทศ บุปผาวดี ได้นำเสนอโมเดลวาระแห่งชาติ สุขภาพดีที่เริ่มจากพื้นฐาน 3 ด้านที่ต้องสมดุล คือ สุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพการเงิน ดังนี้
- ด้านที่ 1 Physical Health - สุขภาพกาย การหมั่นตรวจสุขภาพประจำปี เลือกทานอาหารที่ดีต่อร่างกาย เลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- ด้านที่ 2 Mental Health - สุขภาพใจ ในยุคที่ความเครียดสูงขึ้นอย่างเงียบๆ
การดูแลสภาพจิตใจให้มั่นคงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ร่างกาย - ด้านที่ 3 Financial Health - สุขภาพการเงิน ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุด เพราะถ้าเงินไม่พร้อม สุขภาพกายและสุขภาพใจก็มีโอกาสถดถอยตามไปด้วยทันที เพราะหากไปหาหมอแล้วไม่มีเงินรักษา สุขภาพใจก็แย่ทันที นี่คือเหตุผลว่าทำไมเรื่องการวางแผนทางการเงินจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ
- ด้านที่ 2 Mental Health - สุขภาพใจ ในยุคที่ความเครียดสูงขึ้นอย่างเงียบๆ
สร้างภูมิคุ้มกันสุขภาพ
บทบาทใหม่ที่มากกว่าการขาย
บุปผาวดี กล่าวว่า ที่ผ่านมา กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ไม่ได้ทำแค่ “ขายประกัน” แต่ลงมือสร้างภูมิคุ้มกันด้านสุขภาพให้กับสังคมไทยอย่างต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ
- การจัดกิจกรรมคาราวานตรวจสุขภาพฟรีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันดำเนินการต่อเนื่องมาแล้ว 17 ปี รวมผู้ได้รับการตรวจสุขภาพมากกว่า 610,000 รายทั่วประเทศ โดยบริษัทถือเป็นเจ้าแรกในไทยที่จัดคาราวาน Health Check ลงพื้นที่ทุกจังหวัด ร่วมกับแพทย์และพยาบาลในเครือข่ายโรงพยาบาลตรวจสุขภาพให้ประชาชนทั่วไปฟรี ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้า และในช่วงเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคมปีนี้ ยังมีคิวลงพื้นที่อีก 18 แห่งทั่วไทย
- บริการ Telehealth ผ่านแอป Emma by AXA โดยเป็นบริการ “กรุงไทย–แอกซ่า เทเลเฮลท์” ให้ลูกค้าเข้าพบแพทย์ออนไลน์ภายในประมาณ 3 นาที ปรึกษาอาการได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมมีเภสัชกรโทรให้คำแนะนำการใช้ยา และมีบริการจัดส่งยาถึงบ้านทั่วประเทศ
- บริการ Care Coordination (แคร์คุณกว่าใคร) ของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มีหน้าที่ช่วยเหลือและประสานงานด้านการรักษาพยาบาลแก่ลูกค้า โดยเฉพาะโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง ประกอบด้วยการ แนะนำแพทย์และโรงพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ การให้คำปรึกษาขอความเห็นที่สองการตรวจสอบสิทธิประโยชน์และความคุ้มครอง การวางแผนค่าใช้จ่าย และการช่วยเหลือในการเคลมประกัน เป็นต้น
- บริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต (Mental Health Consultation) ที่จะให้คำแนะนำและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น การวัดระดับความเครียดออนไลน์, การปรึกษานักจิตวิทยาทางโทรศัพท์ และการให้คำปรึกษาที่เข้าใจและเป็นส่วนตัวนอกจากนี้ ยังมีบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น KTAXA Mind Health ที่ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ผ่านทางโทรศัพท์
“สำหรับบริการต่างๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ให้บริการกับประชาชนทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะลูกค้า สะท้อนให้เห็นบทบาทของธุรกิจประกันชีวิตในสังคมยุคใหม่ที่ไม่ใช่เรื่องของการขายประกันเท่านั้น แต่ยังเป็นมากกว่าประกันชีวิตด้วย”
คุ้มครองครบ จบทุกโรคร้าย
จุดแข็งครองใจลูกค้าทั่วประเทศ
บุปผาวดี กล่าวว่า ในช่วงที่ความเสี่ยงโรคร้ายแรงเพิ่มสูงขึ้น บริษัทจึงออกแบบแบบประกันที่ตอบโจทย์ยุคใหม่อย่าง “CI 123 คุ้มครองครบ จบทุกโรคร้าย” เพื่อช่วยรองรับความไม่แน่นอนด้านสุขภาพของคนไทย ซึ่งให้ความคุ้มครองโรคร้ายแรงมากถึง 123 โรค ครอบคลุมตั้งแต่ระยะก่อนเริ่มต้น ไปจนถึงระยะรุนแรง ครอบคลุมโรคเฉพาะทาง และโรคบางโรคที่มักถูกมองข้าม คุ้มครองการรักษาที่ใช้หัตถการขั้นสูง รวมถึงเทคโนโลยีการรักษาใหม่ ๆ และรองรับภาวะฉุกเฉินและโรคอุบัติใหม่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
“บริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยยึดหลัก Customer First อย่างแท้จริง เพราะลูกค้ามีหลากหลายกลุ่ม ทั้งมนุษย์เงินเดือน อาชีพอิสระ วัยทำงาน และครอบครัว
รุ่นใหม่ จึงต้องมีแบบประกันที่ตอบโจทย์ให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์และความต้องการ นี่คือแบบประกันที่เรากล้าพูดว่าครอบคลุมที่สุดในตลาดวันนี้”
บุปผาวดี กล่าวว่า บริษัทได้เสริมทัพผลิตภัณฑ์ CI 123 คุ้มครองครบจบทุกโรคร้าย ผ่านแคมเปญภาพยนตร์โฆษณาใหม่ ที่มี ชมพู่ อารยา และ น้องแอบิเกล มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อเป็นตัวแทนของครอบครัวรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ และเชื่อว่าเราสามารถมีสุขภาพที่ดี เพื่อชีวิตที่ยืนยาวได้ จากไลฟ์สไตล์ของคุณชมพู่อารยา ซึ่งเป็นผู้นำด้านการดูแลสุขภาพ และมีเป้าหมายที่ชัดเจนบนเส้นทาง Health and Longevity ส่วนน้องแอบิเกลที่ได้ตอกย้ำถึงความหมายของ Live Long ที่ไม่ใช่เพียงแค่การมีอายุที่ยืนยาว แต่คือการมีชีวิตอยู่เพื่อคนที่เรารัก
โดยในภาพยนตร์โฆษณาจะเป็นการส่งต่อแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพไปสู่กลุ่มคนต่างๆ ผ่านภาพของผู้คนที่เริ่มต้นหันมาดูแลตัวเอง เพียงแค่นับ 1…2…3…แล้วเริ่มเลย ไม่ว่าจะเริ่มวิ่ง เริ่มทานอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อตอกย้ำแนวคิดที่ว่าไม่สายที่จะเริ่มดูแลตัวเอง แต่ชีวิตก็ยังคงมีความไม่แน่นอน เราจึงต้องป้องกัน และมีความคุ้มครองทางสุขภาพจากโรคร้ายตั้งแต่ต้นผ่านผลิตภัณฑ์ CI 123 คุ้มครองครบ จบทุกโรคร้าย จากกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิตที่พร้อมให้ความคุ้มครองดูแล และอยู่เคียงข้างลูกค้าคนสำคัญเสมอ
อกจากนี้ บริษัทได้มีการทำประชาสัมพันธ์ในหลายๆ สื่อเพื่อกระตุ้นการรับรู้เรื่องการให้ความสำคัญกับโรคร้าย อาทิ โฆษณาบนยอดตึกใบหยกซึ่งเป็นหนึ่งในตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย การยึดพื้นที่สื่อโฆษณา Digital Out of Home ในหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯและหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์ถึง ผลิตภัณฑ์ CI 123 และปล่อยภาพยนตร์โฆษณาผลิตภัณฑ์ CI 123 ทางสื่อต่างๆ อาทิ สื่อโทรทัศน์ สื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ สื่อโฆษณานอกสถานที่ทั่วประเทศ (Out of Home Media) สื่อวิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน เป็นต้นไป
และสามารถติดตามกิจกรรม Dance Challenge ในช่องทาง TikTok:@krungthaiaxalife และกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการมีสุขภาพดี (Health Activation) ตลอดเดือนธันวาคม 2568 และไตรมาสที่ 1 ของปี 2569
กระตุ้นให้คนไทยตระหนัก
โจทย์ท้าทายการตลาดประกัน
บุปผาวดี อธิบายว่า ในมุมมองการตลาด ประกันชีวิตและประกันสุขภาพเป็นสินค้าที่ “จับต้องไม่ได้” และเกี่ยวข้องกับเรื่องไม่แน่นอนในอนาคต ความท้าทายสำคัญจึงอยู่ที่การทำให้คนไทย “เห็น” ความสำคัญของการวางแผนก่อนที่จะสายเกินไป ซึ่งรูปแบบของการสื่อสารของกรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต จึงเริ่มจากการหยิบยกเรื่องใกล้ตัวที่คนมองไม่เห็น เช่น ความเสี่ยงจากมะเร็ง เนื้องอก โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย พร้อมด้วยข้อมูลสถิติเพื่อสะท้อนภาพจริง
และเมื่อเริ่มเกิดการตระหนักแล้ว จึงค่อยพาเข้าสู่แนวคิดการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพการเงินควบคู่กัน จากนั้นจึงเป็นบทบาทของประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง อย่าง CI 123 ที่เข้ามาช่วยรองรับค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นจาก Medical Inflation และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ซับซ้อนมากขึ้น
“เป้าหมายแรกไม่ใช่การขาย แต่ทำให้คนไทยตระหนักก่อนว่าการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ เราอยากให้คนไทยเริ่มจากก้าวเล็กๆ 1…2…3…เริ่มเลย เพราะโรคร้ายแรงอยู่ใกล้เราเหลือเกิน ถ้าทุกคนเห็นความสำคัญ วันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทั้งประเทศ”
โดย กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ได้ประกาศคำมั่นว่า จะเคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป ไม่ใช่เพียงในฐานะบริษัทประกันชีวิต แต่ในฐานะ
ฟันเฟืองหนึ่งของสังคมไทย ที่ต้องการร่วมสร้างชาติสุขภาพดีให้เกิดขึ้นจริงในอนาคต โดยความท้าทายทางการตลาดของประกันชีวิต คือการทำให้คนไทยเห็นในสิ่งที่มองไม่เห็น
“จุดยืนของ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เป้าหมายไม่ใช่แค่การทำให้คนไทย อยู่ได้นานขึ้น แต่คือการอยู่ต่ออย่างมีคุณภาพ และไม่เป็นภาระต่อคนที่เรารัก วันนี้เราอายุยืนขึ้น แต่สุขภาพกลับสั้นลงกว่าเดิม เพราะฉะนั้น โรคร้ายแรงไม่ใช่ปัญหาของใครคนหนึ่ง แต่เป็นวาระแห่งชาติของคนไทยทุกคน”
ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนธันวาคม 2568 ฉบับที่ 524 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi
รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี่ที่เดียว : https://ma.co.th/product-category/mb-shop/