PwC ชี้ พนักงานไทย สำลักพิษเศรษฐกิจหนี้พุ่ง 48% หวัง “GenAI” เป็นกุญแจกู้วิกฤตรายได้และทักษะ
เปิดดัชนีความหวังและความกังวลปี 2568 พบ พนักงานไทย เผชิญแรงกดดันทางการเงินหนักสุดเป็นประวัติการณ์ รายได้พุ่งแต่ "ชักหน้าไม่ถึงหลัง" เผยสถิติการใช้ AI ในที่ทำงานพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก สะท้อนความพยายามปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์เงินเดือน แนะองค์กรเร่งทลายกำแพงการเข้าถึงเทคโนโลยี ลดช่องว่างทักษะระหว่างผู้บริหารและระดับปฏิบัติการก่อนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
8 มกราคม 2569- รายงานฉบับล่าสุด "Thailand Hopes & Fears Survey 2025" โดย PwC ประเทศไทย เผยภาพสะท้อนที่ย้อนแย้งของตลาดแรงงานไทยในปี 2568 แม้ตัวเลขการปรับขึ้นเงินเดือน (51%) และการเลื่อนตำแหน่ง (20%) ในปีที่ผ่านมาจะดูเหมือนเป็นทิศทางที่ดีในเชิงสถิติ แต่ในความเป็นจริง แรงงานไทยกลับตกอยู่ภายใต้สภาวะ "Financial Stress" หรือความตึงเครียดทางการเงินที่รุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ผลสำรวจระบุว่า 48% ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่ากำลังเผชิญความเครียดด้านการเงิน ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 43% ในปี 2567 โดยกลุ่มที่ "เงินเดือนชนเดือน" หรือมีเงินออมเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นน้อยมากนั้นมีสัดส่วนพุ่งสูงถึง 37% ขณะที่อีก 11% ยอมรับว่าเริ่มมีปัญหาในการชำระหนี้สินและค่าใช้จ่ายประจำวัน
สถานการณ์ที่ตึงเครียดนี้บีบให้แรงงานต้องมองหา "ทางรอด" ใหม่ที่มากกว่าแค่การรอคอยการปรับค่าจ้างตามรอบปี ซึ่งมีพนักงานเพียง 27% เท่านั้นที่กล้าคาดหวังจะขอขึ้นเงินเดือนในอีก 12 เดือนข้างหน้า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวนสูง
AI: จากความกลัวสู่ "ความหวัง" และการเพิ่มมูลค่าค่าตัว
ในขณะที่มรสุมเศรษฐกิจยังคงถาโถม เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลับกลายเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์สำหรับคนทำงานไทยอย่างน่าสนใจ โดยแรงงานไทยมีอัตราการปรับตัวเข้าหา AI ในที่ทำงานสูงถึง 72% ซึ่งทิ้งห่างค่าเฉลี่ยโลกที่ 54% อย่างขาดลอย สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าคนทำงานไทยไม่ได้มอง AI เป็นภัยคุกคามที่จะมาแย่งงานในระยะสั้น แต่กลับมองเป็นเครื่องมือสำคัญในการ "ทวีคูณประสิทธิภาพ" (Productivity Multiplier) เพื่อสร้างแต้มต่อในอาชีพ
ประเด็นที่แหลมคมที่สุดจากการสำรวจคือ การใช้งาน Generative AI (GenAI) ในเชิงลึกเริ่มขยายตัวขึ้นเป็น 24% โดยกลุ่มที่ใช้ AI เป็นประจำให้ข้อมูลเชิงประจักษ์ว่า พวกเขาไม่เพียงแต่ทำงานได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้น แต่ 90% ของคนกลุ่มนี้ยืนยันว่าประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ 58% ยังรู้สึกมั่นคงในหน้าที่การงานมากขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือเกือบครึ่งหนึ่ง (49%) ระบุว่า มีรายได้เพิ่มขึ้น มากกว่ากลุ่มที่ใช้งาน AI เพียงครั้งคราวหรือไม่ใช้เลย
"GenAI ช่วยให้แรงงานไทยสามารถประหยัดเวลาในการทำงานประจำ แต่คุณค่าที่แท้จริงอยู่ที่การนำเวลานั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เมื่อองค์กรกำหนดแนวทางที่ชัดเจน… เราก็จะเห็นประสิทธิภาพโดยรวมของแรงงานที่ดีขึ้น โอกาสในการเติบโตในสายอาชีพที่เพิ่มขึ้น และแรงกดดันทางการเงินที่ลดลง" — นาง เซีย พาตอน, หุ้นส่วนสายงานปรึกษา PwC ประเทศไทย
Trust Capital: ทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นแต้มต่อในการทรานส์ฟอร์ม
จุดแข็งที่โดดเด่นขององค์กรในประเทศไทยที่ผลสำรวจค้นพบคือ "ระดับความไว้วางใจ" (Trust) ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาองค์กร โดยพนักงานไทยมีความเชื่อมั่นในตัวผู้จัดการ (67%) และผู้บริหารระดับสูง (68%) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่อยู่เพียง 58% และ 51% ตามลำดับ ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างที่มีพื้นฐานมาจากวัฒนธรรมการเคารพผู้อาวุโสและความเมตตา กลายเป็น "สินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้" ที่ช่วยให้การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในองค์กรทำได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม นาง เซีย ได้ให้มุมมองเชิงวิเคราะห์ว่า “รากฐานนี้สร้างข้อได้เปรียบที่โดดเด่นให้แก่องค์กรไทย… การนำ GenAI มาใช้อย่างมีความรับผิดชอบ จะช่วยลดกำแพงที่เป็นลำดับชั้นในองค์กร ส่งเสริมความร่วมมือ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เมื่อองค์กรมีผู้นำที่น่าเชื่อถือร่วมกับการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสม ความเข้มแข็งและความเชื่อมั่นก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น”
ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทักษะ: รอยร้าวที่ต้องเร่งประสาน
แม้ประเทศไทยจะสอบผ่านในเรื่องการจัดหาทรัพยากรการเรียนรู้ โดย 74% ของแรงงานรู้สึกว่าเข้าถึงแหล่งข้อมูลการพัฒนาตนเองได้เพียงพอ (เทียบกับโลกที่ 59%) แต่รายงานของ PwC กลับตรวจพบ "ช่องว่าง" (Gap) ที่น่ากังวลในการกระจายโอกาส โดยพบว่าระดับการสนับสนุนการพัฒนาทักษะยังมีความเหลื่อมล้ำสูงระหว่างลำดับชั้นในองค์กร
ข้อมูลระบุว่า ในขณะที่ผู้บริหารระดับสูงได้รับการสนับสนุนด้านการเรียนรู้อย่างเต็มที่ถึง 87% แต่พนักงานในระดับปฏิบัติการ (Non-manager) กลับได้รับการสนับสนุนเพียง 67% เท่านั้น ความท้าทายนี้ชี้ให้เห็นว่า หากองค์กรไม่สามารถทำลายกำแพงด้านภาษา เวลา และวัฒนธรรมการไม่กล้าแสวงหาความกระจ่างในระดับปฏิบัติการได้ ความเสี่ยงเรื่องความเหลื่อมล้ำทางรายได้และทักษะดิจิทัลจะยิ่งขยายวงกว้างขึ้นในอนาคต
"การปิดช่องว่างในการเข้าถึงการเรียนรู้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทรัพยากรเพียงอย่างเดียว… องค์กรควรพยายามลดอุปสรรคในการขออนุญาตและปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับบริบทไทย เพื่อให้พนักงานทุกคนได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียม" — นาง เซีย พาตอน ย้ำถึงยุทธศาสตร์การสร้างแรงงานแห่งอนาคต
บทสรุปของรายงานปี 2568 จึงเป็นสัญญาณเตือนและโอกาสในคราวเดียวกัน ภาคธุรกิจไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ "มนุษย์และ AI" ต้องทำงานสอดประสานกันเพื่อฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ โดยมีผู้นำองค์กรเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของพนักงานทุกระดับ เพื่อเปลี่ยนความกังวลทางการเงินให้กลายเป็นพลังในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่จับต้องได้จริง