โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

10 ปี เชียงใหม่ โตก้าวกระโดด รัฐ-เอกชนทุ่ม 2 แสนล้านพลิกโฉม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 พ.ย. 2568 เวลา 09.00 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2568 เวลา 01.51 น.

ใกล้สิ้นปี 2568 ภาพการเติบโตขยับขยายการลงทุนชัดเจนขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา ความคึกคักของการปรับหน้าดิน เพื่อลงเสาเอกโครงการทั้งภาครัฐและเอกชนเริ่มประกาศตัว และปักป้ายเป้าหมายโครงการให้เกิดขึ้นและสำเร็จตั้งแต่ปี 2569-2577 หากประมวลรวมยอดที่กระจายตัวไปทุกพื้นที่ตามรอบวงแหวนแห่งความเจริญของเชียงใหม่ที่กำลังขยายไปถึงรอบที่ 4 ในไม่ช้า

และการลงทุนขนาดใหญ่มีกว่า 200,000 ล้านบาท ถือเป็นเม็ดเงินงบประมาณการลงทุนที่เทเติมลงในพื้นที่เชียงใหม่อย่างมีนัยสำคัญ ในการพลิกโฉมเชียงใหม่ให้เติบโตในอนาคตแบบก้าวกระโดดภายในทศวรรษหน้า

10 ปีโตก้าวกระโดด

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้ประมวลภาพการลงทุนขนาดใหญ่ใน 5 หมวดใหญ่ด้วยกันคือ 1.การลงทุนด้านสนามบิน 2.การลงทุนโครงสร้างถนน จุดตัด และถนนวงแหวนรอบใหม่ 3.โครงการด้านขนส่งสาธารณะ-โลจิสติกส์ 4.การลงทุนด้านสาธารณสุขโรงพยาบาล-Wellness 5.การลงทุนภาคเอกชนในพื้นที่ โดยเฉพาะทุนขนาดใหญ่อย่าง AWC รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนเพื่อรองรับการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และศูนย์กลางค้าปลีกค้าส่ง

ภาพอนาคตเชียงใหม่กำลังค่อย ๆ ขยับตัวจากความหนาแน่นของประชากรในพื้นที่รอบนอกที่ขยับออกไปตามถนนวงแหวนรอบ 3 และจะขยายไปรอบที่ 4 ประชิดขอบเขตของจังหวัดลำพูน ซึ่งในอนาคตจะกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจเนื้อเดียวกัน ที่รวมการลงทุนในเขตนิคมอุตสาหกรรมลำพูน และระบบขนส่งมวลชนร่วมกัน จะกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจภาคเหนือที่จะดึงดูดการจ้างงานและสร้างงานในพื้นที่แบบก้าวกระโดดเช่นกัน

สิ่งที่น่าสนใจหลังจากนี้ คือภาพผังเมืองใหม่ของเชียงใหม่ การพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคม ในระดับมหานครเชียงใหม่-ลำพูนที่จะเกิดการบูรณาการกันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีงบประมาณรวมกันต่อปีไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท

พลิกเชียงใหม่ 15 โครงการ

สำหรับการลงทุนที่จะพลิกโฉมเชียงใหม่ในอนาคต ประกอบด้วยโครงการก่อสร้างที่ลงทุนโดยหน่วยงานภาครัฐ และโครงการลงทุนโดยภาคเอกชนถึง 15 โครงการ แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1.โครงการพัฒนาสนามบินเชียงใหม่ ซึ่งมี 2 โครงการหลักคือ (1) โครงการขยายและปรับปรุงสนามบินเชียงใหม่ โดย บ.ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOT) เพื่อรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นจาก 8 ล้านคน เป็น 20 ล้านคนต่อปี หรือเพิ่มขึ้น 12 ล้านคนต่อปี มีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ การปรับปรุงและขยายทั้งลานจอดอากาศยานและทางขับ รวมถึงระบบการจราจรและการเดินทางของผู้โดยสาร งบประมาณ 24,000 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างปี 2570-2577

และ (2) โครงการก่อสร้าง “สนามบินเชียงใหม่ 2” ที่อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน พื้นที่กว่า 8,050 ไร่ รองรับผู้โดยสารได้ 21 ล้านคนต่อปี มีรันเวย์รองรับได้ 41 เที่ยวบินต่อชั่วโมง มีที่จอดอากาศยานทั้งหมด 38 หลุมจอด โดยจะมีระบบขนส่งมวลชนทางรางเมืองเชียงใหม่สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย เพื่อเชื่อมต่อสนามบินกับตัวเมืองเชียงใหม่ งบประมาณ 70,000 ล้านบาท ตั้งเป้าให้เกิดภายใน 7 ปี หรือภายในปี 2575 ซึ่งทั้ง 2 โครงการเป็นโครงการใหญ่ที่อยู่ระหว่างการศึกษา รวมแล้วมีมูลค่ากว่า 94,000 ล้านบาท

2.โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางหลวงล้อมรอบเมืองเชียงใหม่ จะพลิกโฉมการพัฒนาเพิ่มอีก 5 จุด ภายใน 3 ปี ระหว่างปี 2568-2571 งบประมาณ 3,138 ล้านบาท ประกอบด้วย (1) โครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดแยกหลุยส์ แยกสันกลาง แยกซูเปอร์ไฮเวย์ แยกกองทราย และแยกสะเมิง มูลค่า 3,000 ล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2571 เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางและขนส่งสินค้า (2) โครงการก่อสร้างถนนวงแหวนเชียงใหม่รอบ 4 ตอนบน ครอบคลุมระยะทางรวมกว่า 50 กิโลเมตร และเชื่อมโยง 6 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท ขณะนี้กรมทางหลวงชนบท (ทช.) อยู่ระหว่างสำรวจและออกแบบ

(3) โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 121 ตอนดอนแก้ว-เหมืองกุง ถนนวงแหวนรอบ 3 เชียงใหม่ ระยะทางรวมประมาณ 20.857 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ 5 ตำบล 21 หมู่บ้าน รวมงบประมาณ 1,000 ล้านบาท ขณะนี้กรมทางหลวงชนบทอยู่ระหว่างสำรวจและออกแบบ และ (4) โครงการถนนเลี่ยงเมืองต้นเปาตอนที่ 1 อำเภอสันกำแพง ระยะทาง 16.324 กิโลเมตร ช่วงจาก ทช.ชม. 3029-แยก ทล.1006 อ.เมืองเชียงใหม่, สันกำแพง จ.เชียงใหม่ งบประมาณ 768 ล้านบาท กรมทางหลวงชนบทจ้างเหมา บจ.อุดมศักดิ์เชียงใหม่ รวมแล้วจะเกิดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านถนนกว่า 12,000 ล้านบาท

CNX

รฟม.ดันรถไฟฟ้าเข้า ครม.

3.โครงการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการขนส่งที่น่าสนใจและเป็นโครงการใหม่ ได้แก่ (1) โครงการกระเช้าไฟฟ้าขึ้นดอยสุเทพ จะช่วยลดระยะทางจาก 11 กม. เหลือเพียง 2.2 กม. และลดเวลาเดินทางจาก 30 นาทีต่อเที่ยว เหลือเพียง 9.8 นาที มูลค่าโครงการ 2,250 ล้านบาท นำเสนอโดย บริษัท Doppelmayr Seilbahnen GmbH จากประเทศออสเตรีย และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (อบจ.เชียงใหม่) สนใจลงทุน

(2) โครงการลงทุนจัดซื้อและบริการรถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) 3 เส้นทาง โดย 2 เส้นทางแรกเป็นของ อบจ.เชียงใหม่รับผิดชอบ แบ่งเป็นสายที่ 18 สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่แห่งที่ 2-อนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย และสายที่ 20 สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่แห่งที่ 2-ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ มูลค่า 100 ล้านบาท

(3) โครงการรถไฟฟ้ารางเบา สายสีแดง เส้นทางจากโรงพยาบาลนครพิงค์-แยกแม่เหียะสมานสามัคคี ระยะทางประมาณ 15.8 กม. มี 16 สถานี แบ่งเป็น 9 สถานีระดับดิน และ 7 สถานีใต้ดิน รวมถึงการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้ารางเบา (Tram) ที่วิ่งทั้งบนระดับดินและใต้ดิน งบประมาณ 29,523 ล้านบาท ที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติในปี 2568 นี้ และเริ่มก่อสร้างในปี 2570 คาดการณ์ว่าจะเปิดให้บริการได้เร็วที่สุดปี 2573 รวมแล้วจะมีการลงทุนกว่า 32,000 ล้านบาท

รัฐ-เอกชนทุ่ม 5 พันล้านขึ้นโรงพยาบาล

4.โครงการโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน รวมถึงโครงการด้าน Wellness การดูแลสุขภาพ ได้แก่ (1) โครงการพัฒนา “น้ำพุร้อนสันกำแพง” สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตั้งงบประมาณปี 2570 ไว้ประมาณ 1,000 ล้านบาท ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว การก่อสร้างอาคารวารีบำบัด ออนเซน สปา และสระว่ายน้ำ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ด้วยการใช้ทรัพยากรน้ำพุร้อน

(2) โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลแมคคอร์มิค จ.เชียงใหม่ แห่งใหม่ มูลค่า 1,000 ล้านบาท ดำเนินโครงการโดยโรงพยาบาลแมคคอร์มิค และมหาวิทยาลัยพายัพ เพื่อยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ สู่ความเป็นเลิศในระดับพรีเมี่ยม ด้วยการก่อสร้างโรงพยาบาลขนาด 59 เตียง (จดทะเบียน ขนาด 200 เตียง ตามมาตรฐาน JCI)

(3) โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม 2 มูลค่า 1,600 ล้านบาท ดำเนินโครงการโดย บจ.เชียงใหม่รามธุรกิจการแพทย์ เป็นอาคารสูง 7 ชั้น และมีชั้นใต้ดิน 1 ชั้น ขนาด 59 เตียง และเฟสที่ 2 ก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลขนาดใหญ่ 250 เตียง

(4) โรงพยาบาลนครพิงค์ มูลค่า 1,200 ล้านบาท ดำเนินโครงการโรงพยาบาลนครพิงค์ จะก่อสร้างอาคารศูนย์เชี่ยวชาญ 12 ชั้น อาคารจอดรถ 10 ชั้น และอาคารผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และบำบัดรักษา 10 ชั้นอีก 1 อาคาร

(5) โรงพยาบาลแห่งใหม่ของ อบจ.เชียงใหม่ มูลค่า 1,500 ล้านบาท ดำเนินโครงการโดย อบจ.เชียงใหม่

5.โครงการลงทุนของภาคเอกชนขนาดใหญ่ ได้แก่ โครงการล้านนาทีค Lannatique ลงทุนโดยบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC แบ่งออกเป็น 3 พื้นที่สำคัญ ได้แก่ Lannatique Kalare, Lannatique Bazaar และ Lannatique Market รวมถึงการลงทุน (Chiang Mai Tram by Lannatique) รวมมูลค่า 11,950 ล้านบาท

กราฟิก โครงการลงทุนรัญและเอกชน

คอมมิวนิตี้มอลล์ผุดรอบนอก

ส่วนกระแสการลงทุนที่เติบโตในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ คือ Community Mall ที่นับว่าเป็นพื้นที่ที่มีการขยายตัวของทุนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เช่น กาดฝรั่ง, กรีนพาร์ค, นิ่มซิตี้, 89 พลาซ่า รวมถึงห้างริมปิงที่กระจายตามคอมมิวนิตี้มอลล์ในพื้นที่อำเภอรอบนอก ยังไม่รวมการลงทุนใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ได้แก่ 1.FAMO YARD Community Mall 2.MSPORT Community Mall 3.โครงการ แม่วาง มอลล์ และ 4.The backyard Mahidol ของบริษัท อรสิริน จำกัด (มหาชน) เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมีการขยายตัวของโครงการหมู่บ้านจัดสรร โครงการที่อยู่อาศัยที่กระกระจายตัวไปตามพื้นที่ มีการขยายตัวล้อมในอำเภอรอบนอกของเชียงใหม่

ภาพของการลงทุนของภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นดัชนีสำคัญในการมองภาพอนาคตการเติบโตของเชียงใหม่ ที่ปัจจุบันมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมราว 3 แสนล้านบาทต่อปี ที่จะขับพุ่งแตะเกิน 5 แสนล้านบาท และเป็น 1 ล้านล้านบาทภายในปี 2575 ตามแผนยุทธศาสตร์ของระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ (NEC) ที่ไม่ไกลเกินจริง หากพื้นที่เกิดความมั่นใจในการลงทุนและต่อเชื่อมไปยังจังหวัดลำพูน ลำปาง และเชียงราย เกิดการขยายตัวของการจ้างงาน

รวมถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมทั้งการเดินทาง การรักษาพยาบาล การดูแลสุขภาพ เพื่อจะเป็นพื้นที่ในการรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ รวมถึงสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในอนาคต กับการเป็นมหานครที่กระจายความเจริญแห่งที่สองของประเทศไทย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 10 ปี เชียงใหม่ โตก้าวกระโดด รัฐ-เอกชนทุ่ม 2 แสนล้านพลิกโฉม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...