“ดอลลาร์สหรัฐ” แข็งค่าสูงสุดรอบ 3 เดือน จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ-เยนอ่อนค่าใกล้จุดต่ำสุดรอบ 8 เดือนครึ่ง
"ดอลลาร์สหรัฐ" แข็งค่าสูงสุดรอบ 3 เดือน นักลงทุนรอประเมินข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐสัปดาห์นี้ ด้านเยนอ่อนค่าใกล้จุดต่ำสุดรอบ 8 เดือนครึ่ง
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.37 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือน เมื่อวันจันทร์ (3 พ.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐตลอดสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ว่าจะมีผลต่อท่าทีคงความเข้มงวดทางการเงิน (hawkish stance) หรือไม่
ในทางกลับกัน เงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือนครึ่ง จากแรงกดดันของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้างระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่น
การซื้อขายในตลาดเอเชียเมื่อวันจันทร์เป็นไปอย่างบางเบา เนื่องจากตลาดญี่ปุ่นปิดทำการในวันหยุดนักขัตฤกษ์ ส่งผลให้สกุลเงินส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในกรอบจำกัด แต่ยังคงอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ที่แข็งแกร่ง
ค่าเงินยูโรร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ล่าสุดซื้อขายที่ 1.1527 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์สเตอร์ลิงอ่อนค่าลง 0.26% มาอยู่ที่ 1.3136 ดอลลาร์ ก่อนการประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในสัปดาห์นี้ ซึ่งตลาดคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่เดิม
แม้การปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐ (U.S. government shutdown) จะทำให้การเผยแพร่รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ในวันศุกร์อาจล่าช้า แต่นักลงทุนยังคงรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญอื่น ๆ เช่น ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและบริการ (ISM PMI) เพื่อประเมินจังหวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
นาย Rodrigo Catril นักกลยุทธ์อัตราแลกเปลี่ยนอาวุโสจากธนาคารแห่งชาติออสเตรเลีย (National Australia Bank) กล่าวว่า “การขาดข้อมูลสำคัญในช่วงนี้ ทำให้ตลาดค่อนข้างสงบนิ่ง แต่สิ่งที่จะสร้างความผันผวนได้ในระหว่างที่รัฐบาลยังปิดทำการอยู่ คือ หากผลสำรวจหรือข้อมูลภาคเอกชนออกมาแปลกไปจากคาด ไม่ว่าจะเป็นต่ำกว่าหรือสูงกว่าคาดอย่างมาก …จนถึงตอนนี้ ข้อมูลภาคเอกชนที่ออกมาก็ยังไม่ได้บ่งชี้ว่าเฟดจำเป็นต้องรีบดำเนินการใด ๆ เพิ่มเติม””
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่ประธานเฟด เจอโรม พาวเวล ส่งสัญญาณว่าอาจเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายของปีนี้ โดยเตือนว่าการปรับลดเพิ่มเติมอาจเสี่ยง หากยังไม่มีภาพเศรษฐกิจที่ชัดเจนมากพอ นอกจากนี้ประธานเฟดระดับภูมิภาคหลายรายยังแสดงความไม่เห็นด้วยกับการผ่อนคลายนโยบายเร็วเกินไป
ภายหลังการประชุมดังกล่าว นักลงทุนได้ลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม โดยปัจจุบันประเมินความเป็นไปได้ของการปรับลดอยู่ที่ราว 68%
เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก ค่าเงินดอลลาร์ขยับขึ้นเล็กน้อยแตะระดับ 99.82 จุด ใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ด้านค่าเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลงเล็กน้อย 0.1% มาอยู่ที่ 154.15 เยนต่อดอลลาร์ และยังอยู่ใกล้ระดับอ่อนค่ามากสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับ ยูโร ที่ระดับ 177.68 เยนต่อยูโร
แม้คาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะส่งสัญญาณแรงที่สุดเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าอาจ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เร็วที่สุดในเดือนธันวาคมนี้ แต่นักลงทุนยังมองว่า BOJ ยังดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวังเกินไป เมื่อเทียบกับเฟดที่กลับมามีท่าทีเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อค่าเงินเยน
รัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกมาเตือนทางวาจาหลายครั้งเพื่อชะลอการอ่อนค่าของเยน โดยนาย Catril กล่าวว่า “หากค่าเงินเยนเริ่มอ่อนแตะระดับ 155 ต่อดอลลาร์ อาจได้ยินคำเตือนจากเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นถี่ขึ้น และความเสี่ยงในการเข้าแทรกแซงค่าเงินก็จะสูงขึ้นตาม แต่ทั้งหมดนี้ยิ่งเป็นเหตุผลสนับสนุนว่า BOJ ไม่อาจรอช้าไปมากกว่านี้ได้แล้ว”
อ้างอิง : reuters.com