โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ในพระราชสำนัก

ราชกิจจาฯ ประกาศกฎหมายแรงงานใหม่! เพิ่มสิทธิลาคลอด 120 วัน–ลาช่วยภรรยา 15 วัน

PPTV HD 36

อัพเดต 08 พ.ย. 2568 เวลา 07.54 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2568 เวลา 07.51 น.
ราชกิจจาฯ ประกาศใช้ “พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2568” ยกระดับสิทธิแรงงานทั้งหญิงและชาย เพิ่มวันลาคลอดสูงสุด 120 วัน พร้อมสิทธิลาช่วยภรรยาคลอด 15 วัน ขยายความคุ้มครองถึงลูกจ้างเหมาบริการในหน่วยงานรัฐ

เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2568 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 26 ประกอบกับมาตรา 27 และมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อเป็นการยกระดับการคุ้มครองลูกจ้างซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ มีความมั่นคงในการทำงานและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2568"

มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 4/1 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541
"มาตรา 4/1 ในกรณีที่ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ องค์การมหาชน หน่วยงานของรัฐตามที่มีกฎหมายกำหนด ได้ทำการจ้างบุคคลธรรมดาให้มาทำงานในลักษณะจ้างเหมาบริการหรือในลักษณะเดียวกัน โดยจ่ายค่าตอบแทนการทำงานสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติเป็นรายวัน รายเดือน หรือระยะเวลาอื่น และหน่วยงานดังกล่าวเป็นผู้ควบคุม กำกับ ดูแลการทำงานของบุคคลที่มาทำงาน ให้หน่วยงานที่จ้างดำเนินการให้บุคคลดังกล่าวได้รับค่าตอบแทนการทำงาน มีวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจำปี วันลาป่วย วันลาคลอด วันและเวลาทำงาน เวลาพัก ได้ไม่น้อยกว่าตามสิทธิที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

บรรดาคดีที่เกิดจากข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานผู้ว่าจ้างกับบุคคลผู้รับจ้างงานอันเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลแรงงาน"

มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"มาตรา 41 ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่งไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน หรือตามจำนวนวันที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา"

มาตรา 5 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสี่ของมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562
"ลูกจ้างหญิงซึ่งใช้สิทธิลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่ง มีสิทธิลาต่อเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อีกไม่เกินสิบห้าวัน ในกรณีที่บุตรมีภาวะการเจ็บป่วยที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน มีความผิดปกติ หรือมีภาวะความพิการ ทั้งนี้ ให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันประกอบการลาด้วย"

มาตรา 6 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 41/1 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541
"มาตรา 41/1 ให้ลูกจ้างชายมีสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตรครรภ์หนึ่งได้ไม่เกินสิบห้าวัน โดยใช้สิทธิก่อนหรือในวันที่ลาภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่คลอดบุตร"

มาตรา 7 ให้ยกเลิกความในมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"มาตรา 59 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ในวันลาเพื่อคลอดบุตรตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกินหกสิบวัน หรือตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา"

มาตรา 8 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 59/1 และมาตรา 59/2 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541
"มาตรา 59/1 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งใช้สิทธิลาตามมาตรา 41 วรรคสี่ เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลาในอัตราร้อยละห้าสิบของค่าจ้างสำหรับวันที่ลา
มาตรา 59/2 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งใช้สิทธิลาตามมาตรา 41/1 เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลาแต่ไม่เกินสิบห้าวัน"

มาตรา 9 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา 115/1 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"มาตรา 115/1 เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานตรวจแรงงานตามมาตรา 139 ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานต่ออธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ภายในเดือนมกราคมของทุกปี ทั้งนี้ วิธีการยื่นแบบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด"

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ใช้บังคับมาเป็นระยะเวลานาน มีบทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการกำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงานของรัฐ ซึ่งจ้างบุคคลธรรมดามาทำงานให้ได้รับค่าตอบแทนการทำงาน มีวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจำปี วันลาป่วย วันลาคลอด วันและเวลาทำงาน เวลาพัก ไม่น้อยกว่ากฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และอยู่ในเขตอำนาจของศาลแรงงาน นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมแรงงานหญิงที่มีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่งและได้รับค่าจ้างตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาได้ และเพิ่มเติมสิทธิให้ลูกจ้างหญิงที่ลาคลอดมีสิทธิลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร ในกรณีที่บุตรมีภาวะการเจ็บป่วย มีความผิดปกติหรือมีภาวะความพิการ โดยได้รับค่าจ้างในระหว่างที่ลา ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตร โดยได้รับค่าจ้างในระหว่างที่ลา รวมทั้งให้นายจ้างสามารถยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน โดยลดขั้นตอนการดำเนินการของพนักงานตรวจแรงงานในการส่งแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานเป็นหนังสือให้กับนายจ้าง จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

สรุปสาระสำคัญ “พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2568”

ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2568 ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเดิม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน โดยมี จุดมุ่งหมายหลักคือการยกระดับสิทธิแรงงาน ทั้งในหน่วยงานรัฐและเอกชน ให้ได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น

  • 1. ขยายการคุ้มครองไปถึง “ลูกจ้างเหมาบริการภาครัฐ”

หน่วยงานของรัฐ เช่น ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน ที่จ้างบุคคลแบบ “เหมาบริการ” ต้องจัดให้ลูกจ้างกลุ่มนี้

ได้รับค่าตอบแทน

มีวันหยุดประจำสัปดาห์

มีวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันลาพักผ่อนประจำปี วันลาป่วย วันลาคลอด

เวลาทำงานและเวลาพักตามกฎหมายแรงงาน

โดยมีผลให้ลูกจ้างเหมาบริการเหล่านี้ ได้รับสิทธิเหมือนลูกจ้างทั่วไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน
และหากเกิดข้อพิพาทระหว่างลูกจ้างกับหน่วยงานรัฐ ให้ขึ้นศาลแรงงานได้เช่นเดียวกับลูกจ้างเอกชน

  • 2. เพิ่มสิทธิ “ลาคลอด” สำหรับแรงงานหญิง

แรงงานหญิงมีสิทธิ ลาคลอดได้ไม่เกิน 120 วัน ต่อการตั้งครรภ์หนึ่งครั้ง

นายจ้างต้อง จ่ายค่าจ้างระหว่างลาได้สูงสุด 60 วัน

หากบุตรที่คลอดมีภาวะเจ็บป่วย มีความพิการ หรือมีภาวะผิดปกติ
→ สามารถ ลาต่อเพื่อดูแลบุตรได้อีกไม่เกิน 15 วัน
(โดยต้องมีใบรับรองแพทย์ประกอบ)

  • 3. เพิ่มสิทธิ “ลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตร” สำหรับแรงงานชาย

แรงงานชายมีสิทธิ ลาเพื่อดูแลภรรยาที่คลอดบุตรได้ไม่เกิน 15 วัน

ใช้สิทธิก่อนหรือหลังคลอดได้ ภายใน 90 วันนับจากวันที่ภรรยาคลอด

นายจ้างต้อง จ่ายค่าจ้างระหว่างลา ตามที่กำหนด

  • 4. ปรับปรุงระบบรายงานข้อมูลแรงงานของนายจ้าง

นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
ต้อง ยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน ต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ภายในเดือนมกราคมของทุกปี

เพื่อให้ภาครัฐใช้ข้อมูลตรวจสอบและพัฒนาแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ

  • 5. เหตุผลในการออกกฎหมายฉบับนี้

กฎหมายฉบับเดิม (พ.ศ.2541) ใช้มานาน ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและการจ้างงานยุคใหม่

เพื่อให้ลูกจ้างภาครัฐแบบจ้างเหมาบริการได้รับสิทธิตามกฎหมาย

เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ โดยเพิ่มสิทธิลาคลอดและสิทธิการลาของฝ่ายชาย

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลแรงงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เห็นชอบผ่านร่าง กม. คุ้มครองแรงงาน เพิ่มวันลาคลอด 120 วัน ลาต่อ 15 วัน - คู่สมรสลาช่วยเลี้ยงลูกได้

โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 120 วัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ราชกิจจาฯ ประกาศกฎหมายแรงงานใหม่! เพิ่มสิทธิลาคลอด 120 วัน–ลาช่วยภรรยา 15 วัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก PPTV HD 36

เครื่องบินกองทัพรัสเซียตกในไครเมีย เสียชีวิต 29 ราย

30 นาทีที่แล้ว

ประธานฟีฟ่า ยืนยัน อิหร่าน เข้าร่วมบอลโลก 2026 แข่งตามกำหนดการที่สหรัฐ

33 นาทีที่แล้ว

2 เม.ย. 69 กฟน. ประกาศ "ดับไฟ" 1 จุด ในกรุงเทพมหานคร

45 นาทีที่แล้ว

“พิพัฒน์” ลั่น “ปล่อยผมไปเถอะ” ย้ำไม่โกรธกระแสแบนปั๊ม PT ชี้แยกธุรกิจ-การเมืองคนละส่วน

50 นาทีที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าวและบทความในพระราชสำนักอื่น ๆ

"ผบ.ทบ." นำ "ขรก.-นักเรียนนายร้อย จปร." ถวายพระพร "ทูลกระหม่อมอาจารย์" เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ

สยามรัฐ

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงร่วมงานเลี้ยงปิดภาคการฝึกของนักเรียนนายร้อย รร.นายร้อยพระจุลจอมเกล้า

เดลินิวส์

"TOA" สร้างโรงผลิตสารฝนหลวงที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง จ.นครสวรรค์ แก้ปัญหาภัยแล้งและฝุ่น PM 2.5

สยามรัฐ

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ เสด็จฯ ไปทรงเปิดอนุสรณ์สถานสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เดลินิวส์

วันนี้เจอฝนฟ้าคะนอง!! เปิดจังหวัด ระวังอันตรายจากฝน

มุมข่าว

ผู้แทนหน่วยงาน เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

เดลินิวส์
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...