โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'หนานหนิง' เมืองแห่ง AI สะพานเทคโนโลยีจีน-อาเซียนสู่ภูมิภาคอัจฉริยะ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 ธ.ค. 2568 เวลา 11.04 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2568 เวลา 05.05 น.

เมื่อไม่นานมานี้สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย จัดโครงการ “มองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้ ครั้งที่ 7” ยกทัพสื่อมวลชนไทย เดินทางไปเปิดประสบการณ์ยังเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชนไทยกับจีนให้แน่นแฟ้นมากขึ้น

“นครหนานหนิง” เมืองเอกแห่งเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน อาจไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูเท่ากับปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือเซินเจิ้น แต่สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมืองแห่งนี้กำลังกลายเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีใหม่ที่มีความสำคัญไม่แพ้มหานครใหญ่ของจีน เพราะที่นี่คือ “ประตูสู่อาเซียน” และยังเป็นฐานพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) ที่จีนกำลังใช้เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัลกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงประเทศไทยด้วย

กว่างซีจ้วง หัวใจของการเชื่อมโยงภูมิภาค

เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง มีประชากรเกือบ 57 ล้านคน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 46% ของประเทศไทย ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่จีนใช้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “ระเบียงการขนส่งเชื่อมทางบกกับทางทะเลแห่งภาคตะวันตก” (New Western Land and Sea Corridor – NWLSC) ซึ่งเชื่อมการค้าระหว่างจีนกับอาเซียน เอเชียกลาง และยุโรปเข้าด้วยกัน แต่ภายใต้ความสำเร็จด้านโลจิสติกส์นั้น อีกพลังขับเคลื่อนสำคัญที่กำลังเติบโตอย่างเงียบคือ “เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์” ซึ่งนครหนานหนิงได้รับเลือกให้เป็น “ศูนย์กลางความร่วมมือด้าน AI จีน-อาเซียน” หรือ ศูนย์นวัตกรรมและความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์จีน-อาเซียน (China-ASEAN Artificial Intelligence Collaborative Innovation Center – CAAIC)

“CAAIC” หัวใจของความร่วมมือจีน-อาเซียน

คณะผู้แทนสื่อไทยจากสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ที่เข้าร่วมโครงการ “มองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้ ครั้งที่ 7” มีโอกาสเยี่ยมชมศูนย์ CAAIC ซึ่งเพิ่งเปิดดำเนินการเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 ศูนย์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นตามนโยบายของ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ต้องการผลักดัน “การพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ” โดยใช้กว่างซีเป็นฐานการทดลองนวัตกรรมและความร่วมมือระดับภูมิภาค จุดแข็งของหนานหนิงอยู่ที่ ทำเลทางภูมิศาสตร์ ภาษา และวัฒนธรรม ที่ใกล้ชิดกับประเทศอาเซียน ทำให้ที่นี่กลายเป็นสะพานเชื่อม “เทคโนโลยี-ข้อมูล-บุคลากร” ระหว่างจีนกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

CAAIC วางยุทธศาสตร์หลักไว้ 4 ด้าน ได้แก่ การเติบโต (Growth) พัฒนาเมืองหนานหนิงให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี AI ที่พร้อมสร้างพันธมิตรกับประเทศอาเซียน ความรวดเร็ว (Speed) ใช้ประโยชน์จากตำแหน่งเมืองที่ติดอาเซียน เพื่อส่งต่อข้อมูลและนวัตกรรมอย่างทันใจ บริการที่มีประสิทธิภาพ (Service) พัฒนาระบบจัดการข้อมูล AI ให้พร้อมรองรับอุตสาหกรรมหลากหลาย และ ความคุ้มค่า (Efficiency) ลดต้นทุนและเวลาในการประมวลผลข้อมูลด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงใกล้ที่สุดในจีน

นอกจากนี้ CAAIC ยังได้ขยายเครือข่ายสาขาไปยังประเทศลาวเป็นแห่งแรก และอยู่ระหว่างดำเนินการเปิดสาขาในมาเลเซียและอินโดนีเซีย เพื่อสร้างระบบนิเวศ AI ในระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม ระบบโครงสร้างพื้นฐานของ AI ในหนานหนิงเชื่อมโยงผ่านสายไฟเบอร์ออปติกความเร็วสูง ที่สามารถรับส่งข้อมูลได้ด้วยความหน่วงต่ำกว่า 6 มิลลิวินาที เชื่อมต่อกับศูนย์ข้อมูลระดับชาติที่มณฑลชิงไห่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกวางตุ้ง พลังประมวลผลระดับนี้ทำให้การประยุกต์ใช้ AI ในชีวิตจริงของประชาชนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

ทั้งนี้ CAAIC ได้พัฒนาเทคโนโลยี AI ในหลายอุตสาหกรรม เช่น ระบบจราจรอัจฉริยะที่ช่วยบริหารจัดการการจราจรในเมืองใหญ่ได้แบบเรียลไทม์ การเกษตรแม่นยำสูงที่ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลดินและสภาพอากาศเพื่อเพิ่มผลผลิต การศึกษาออนไลน์ข้ามพรมแดนที่ทำให้นักเรียนจากประเทศอาเซียนสามารถเรียนรู้ผ่านระบบ AI จากหนานหนิงได้โดยตรง และ การแพทย์ทางไกลที่เปิดโอกาสให้แพทย์จากจีนตอนใต้รักษาผู้ป่วยในชนบทของอาเซียนได้ทันทีผ่านระบบอัจฉริยะ

แนวทางของจีนจึงไม่ใช่เพียง “เทคโนโลยีเพื่อความล้ำหน้า” แต่เป็น “เทคโนโลยีเพื่อประชาชน” ที่มุ่งลดช่องว่างทางภูมิภาค และเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนในภูมิภาคเดียวกัน

AI กับสื่อ “กว่างซีเดลี่” โมเดลของสื่ออัจฉริยะ

อีกหนึ่งจุดเยี่ยมชมที่สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของ AI ต่อวงการสื่อคือ หนังสือพิมพ์กว่างซีเดลี่ (Guangxi Daily) และ ศูนย์การสื่อสารนานาชาติกว่างซี (Guangxi International Communication Center) สื่อท้องถิ่นแห่งนี้ใช้ AI ในแทบทุกกระบวนการ ตั้งแต่การเขียนบทความ การเลือกภาพ การตัดต่อวิดีโอ ไปจนถึงการแปลภาษาแบบอัตโนมัติ รวมถึงภาษาไทยด้วย โดยยังมีการตรวจสอบคุณภาพของเนื้อหาโดยบรรณาธิการ เพื่อรักษามาตรฐานของสื่อมืออาชีพ นอกจากนั้น AI ยังช่วยสร้าง “ผู้ประกาศข่าวเสมือนจริง (Virtual Anchor)” ที่ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง สนับสนุนการรายงานข่าวและการผลิตคอนเทนต์แบบต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความเข้าใจของจีนในการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มศักยภาพมนุษย์ ไม่ใช่แทนที่มนุษย์

โดย นาย ซ่ง ชุนเฟิง (Song Chunfeng) รองบรรณาธิการบริหารกว่างซีเดลี่ กล่าวถึงความร่วมมือกับสื่อไทยในการผลิตผลงานสื่อแบบบูรณาการ เช่น ซีรีส์หรือสารคดี “ไทย-จีน ครอบครัวเดียวกัน” เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือหลักในการเล่าเรื่องมิตรภาพ นอกจากนี้ ยังมีการร่วมพัฒนาเทคโนโลยี “การเขียนข่าวอัจฉริยะ (Smart News Writing)” และ “ผู้ประกาศข่าวเสมือนจริง” ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างบุคลากรสื่อของทั้งสองประเทศ

เมื่อ AI กลายเป็นกลไกเศรษฐกิจของเมือง

AI ในกว่างซีไม่ได้จำกัดอยู่ในห้องทดลอง แต่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจริง ตั้งแต่ท่าเรืออัจฉริยะอ่าวเป่ยปู้ (Beibu Gulf Port) เมืองชินโจว ที่ใช้ระบบเครนยกตู้คอนเทนเนอร์และรถขนส่งแบบอัตโนมัติเกือบ 100% ผ่านระบบการจัดการด้วย AI จุดเด่นคือ เครนยกและรถขนส่งตู้คอนเทนเนอร์แบบอัตโนมัติ เชื่อมต่อกับทางรถไฟของระเบียงการขนส่งทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศใหม่ รถขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์แบบอัตโนมัติวิ่งถึงจุดขนถ่ายขึ้นรถไฟได้ในไม่กี่นาที สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ตรวจเยี่ยมพื้นที่ท่าเรืออ่าวเป่ยปู้ในปี 2560 กล่าวย้ำการพัตนาที่นี่ให้โดดเด่นระดับ First class 4 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี การบริหารจัดการ และการบริการ ส่งผลให้ปี 2567 ท่าเรืออ่าวเป่ยปู้ขนส่งสินค้ารวม 449 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา

นอกจากนั้น ท่าเรืออัจฉริยะอ่าวเป่ยปู้ ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับการขุด “คลองผิงลู่ (Pinglu Canal)” ระยะทาง 134 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมทางน้ำให้มีทางออกทะเลสู่อ่าวเป่ยปู้ ในมณฑลกว่างซี นับเป็นโครงการคลองขุดขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีนยุคใหม่ และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมภาคตะวันตกของจีนให้มีทางออกสู่ทะเลที่สั้นกว่าเดิม สามารถร่นระยะทางการขนส่งสินค้าระหว่างจีนกับภูมิภาคอาเซียนลงได้มาก เมื่อเทียบกับเส้นทางเดินเรือขนส่งเดิมที่กวางตุ้ง คลองขุดนี้จะช่วยลดเวลาการขนส่งไปได้กว่า 10 วัน ลดระยะทางขนส่งลงถึง 560 กม. และประหยัดค่าใช้จ่ายลงกว่า 5.2 พันล้านหยวน โดยคณะสื่อฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมบริเวณด่านชิงเหนียน ซึ่งเป็นหนึ่งในสามด่านประตูปรับระดับน้ำของคลองขุดผิงลู่ร่วมกับด่านฉี่สือ และด่านหม่าต้าว

คลองขุดผิงลู่ เป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทระเบียงการค้าเชื่อมทางบกกับทางทะเลแห่งภาคตะวันตก โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากอ่างเก็บน้ำในเขตเหิงโจว ของเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ก่อนออกสู่อ่าวเป่ยปู้ทางตอนใต้ ขนาดของคลองสามารถรองรับเรือขนส่งขนาด 5,000 ตัน โครงการนี้นอกจากจะมีจุดประสงค์เพื่อยกระดับความเชื่อมโยงทางเศรฐกิจระหว่างจีนและอาเซียนแล้ว ยังช่วยพัฒนาระบบชลประทานและป้องกันน้ำท่วมในจีน การก่อสร้างยังคำนึงถึงการรักษาระบบนิเวศน์ทั้งทางบกและทางน้ำ มีการสร้างทางหรือเว้นช่องว่างสำหรับการสัญจรของสัตว์บกและสัตว์น้ำ โครงการนี้เริ่มดำเนินการครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2565 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569

การพัฒนาเทคโนโลยี AI จึงไม่ใช่แค่การสร้างระบบดิจิทัล แต่เป็น “การบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับเศรษฐกิจจริง” เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในทุกภาคส่วน ตั้งแต่โลจิสติกส์ พลังงาน การสื่อสาร ไปจนถึงสิ่งแวดล้อม

บทเรียนสำหรับไทย “ก้าวให้ทัน ไม่ใช่แค่ตาม”
เห็นชัดว่า จีนไม่ได้พัฒนา AI เพียงเพื่อแข่งขัน แต่เพื่อ “เชื่อมโยง” และ “ยกระดับภูมิภาค” ผ่านการวางรากฐานด้านข้อมูล บุคลากร และนโยบายที่ชัดเจน สำหรับประเทศไทย การก้าวตามโลก AI ไม่อาจพึ่งเพียงการนำเข้าเทคโนโลยี แต่ต้องสร้างระบบนิเวศของตัวเอง จากการลงทุนในศูนย์ข้อมูลระดับชาติ การพัฒนา AI ด้านภาษาไทย การส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยและภาคเอกชนร่วมกันสร้างต้นแบบเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์สังคมไทย จีนใช้หนานหนิงเป็นสะพานเชื่อมภูมิภาค ไทยเองก็มีศักยภาพจะเป็น “ศูนย์กลาง AI ของอาเซียนตอนล่าง” หากมีการวางแผนระยะยาวที่ชัดเจน

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานของโลกยุคใหม่” คำถามสำคัญคือ ไทยพร้อมหรือยังที่จะใช้ AI เป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ? จะสร้าง AI เพื่อแข่งขัน หรือเพื่อเชื่อมโยงและยกระดับสังคมอย่างที่หนานหนิงกำลังทำ คำตอบอาจยังไม่มีในวันนี้ แต่การมองเห็นแบบอย่างจาก “เมืองอัจฉริยะที่ชื่อหนานหนิง” อาจเป็นก้าวแรกของการวางเส้นทางใหม่ ที่พาไทยเข้าสู่ยุค AI อย่างมั่นคงและยั่งยืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘หนานหนิง’ เมืองแห่ง AI สะพานเทคโนโลยีจีน-อาเซียนสู่ภูมิภาคอัจฉริยะ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...