โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฮอนด้าเผชิญความท้าทายจากรถอีวีจีนในระยะยาว ยอมรับยอดขายใหม่ต้องมีกำไรลดน้อยลงกว่าเดิม ยอดขายรถยนต์ในเอเชียรวมจีนจ่อลดลงถึง 10% หลุด 1 ล้านคัน ยอดขายรถฮอนด้าร่วงเกิน 2 หลักในตลาดรถยนต์ใหญ่สุด 3 อันดับแรกของอาเซียน

BTimes

อัพเดต 11 พ.ย. 2568 เวลา 13.10 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2568 เวลา 15.05 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายโนริยา คาอิฮารา กรรมการ รองประธานบริหาร และตัวแทนเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ญี่ปุ่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่ขนาดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ในตลาดรถยนต์ เช่น ประเทศไทย สนามแข่งขันตลาดรถยนต์มีความเข้มข้นอย่างมาก และในภาพรวมแล้วฮอนด้าสูญเสีย ความสามารถในการแข่งขันในแง่ราคา ความท้าทายในขณะนี้อยู่เหนือกว่ายอดขายที่ลดลง ผู้ผลิตรถยนต์กำลังเร่งที่จะนำเสนอแพคเกจ และการลดราคาเพื่อที่จะจูงใจผู้ซื้อรถยนต์ นั่นหมายถึงการมีกำไรลดน้อยลง หรือเบาบางมากขึ้นสำหรับการขายรถยนต์ใหม่

ฮอนด้า มอเตอร์ เปิดเผยว่าคาดการณ์ยอดขายในตลาดเอเชียรวมถึงประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ขนาดใหญ่อันดับ 1 ของโลกนั้น รวมกันทั้งสิ้น 925,000 คัน ซึ่งเป็นตัวเลขคาดการณ์ยอดขายที่ลดลงมากถึง 10% จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งเอาไว้ 1.09 ล้านคัน ก่อนหน้านี้ ฮอนด้า มอเตอร์ คาดการณ์ว่าจะขายรถยนต์ในเอเชียที่อยู่นอกจากตลาดจีน โดยลดน้อยลงราว 5,000 คัน เมื่อเปรียบเทียบกับยอดขายจริงในปีงบประมาณที่ผ่านไป ตัวเลขดังกล่าวกับขยายขึ้นเป็น 75,000 คัน

สำหรับยอดขายรถยนต์ฮอนด้าในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่อันดับ 1 ของอาเซียนนั้นพบว่าในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 นี้ฮอนด้าปียอดขายรถยนต์ร่วงลงเกือบ 30% ในประเทศมาเลเซียซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของอาเซียนนั้นฮอนด้ามียอดขายลดลงถึง 18% และสำหรับตลาดรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่อันดับ 3 ในอาเซียน ได้แก่ ประเทศไทยฮอนด้ามียอดขายลดลง 12% ทั้งหมดเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันในปีผ่านมา

แหล่งข่าวในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์เปิดเผยว่า การแข่งขันจากผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนรายใหญ่เช่นบีวายดี กำลังกายเป็นสิ่งที่ยากลำบาก สำหรับผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นในตลาดรถยนต์อาเซียน รวมทั้งอินโดนีเซียซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่คณะใหญ่อันดับหรือ

1 ของอาเซียน และประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่อันดับ 3 ของอาเซียน โดยเฉพาะการเติบโตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือรถอีวีในประเทศไทย ในช่วงสองปีที่ผ่านมานั้นเป็นการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและมีจำนวนมาก

ขณะนี้ความสนใจของผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นได้หันไปยังประเทศอินเดีย ฮอนด้า มอเตอร์ ได้ประกาศเมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า ฮอนด้าจะทุ่มงบประมาณสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลกของฮอนด้า และทำให้อินเดียกลายเป็นหนึ่งในฐานการส่งออกรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือรถอีวีของฮอนด้า สะท้อนถึงสัญญาณสำคัญ ของประเทศอินเดียที่จะกลายเป็นฐานการผลิตของฮอนด้า มอเตอร์ นอกเหนือจากนี้ทั้งโตโยต้าและซูซูกิได้ประกาศเม็ดเงินลงทุนรวมกันสูงถึง 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 363,000 ล้านบาท เพื่อเร่งเพิ่มกำลังการผลิตและการส่งออก

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ เปิดเผยว่า ฮอนด้า มอเตอร์ ต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างที่ลึกมากกว่า สะท้อนจากผลประกอบการ ในการดำเนินธุรกิจที่ขาดทุนเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน ในทางตรงกันข้ามผลประกอบการในการดำเนินธุรกิจรถจักรยานยนต์ฮอนด้า กลับสร้างผลประกอบการด้วยผลกำไรที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ในภาพรวมนั้น ฮอนด้า มอเตอร์ ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์ยอดขายยานยนต์ในปีงบประมาณปัจจุบัน จากเดิมที่ 3.62 ล้านคัน มาเหลือเพียง 3.34 ล้านคัน ได้จำนวนตัวเลขคาดการณ์ที่ลดลงดังกล่าวรวมถึง 110,000 คัน ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนไมโครชิพจากบริษัทเน็กซ์พีเรีย

ทั้งนี้ ฮอนด้า มอเตอร์ ได้ประกาศปรับ ลดตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการด้านกำไรจากการดำเนินธุรกิจใน 1 ปีเต็ม โดยลดลง 1 ใน 5 หรือ 20% เนื่องจากต้นทุนในการลงทุนผลิตรถอีวี และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการขาดแคลนไมโครชิพจากบริษัทเน็กซ์พีเรีย ซึ่งเป็นบริษัทผลิตไมโครชิพสำหรับรถยนต์ที่ตั้งอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์

นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่า จะได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกาเป็นมูลค่าสูงถึง 385,000 ล้านเยน 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 85,800 ล้านบาท ซึ่งลดต่ำลงจากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 450,000 ล้านเยน หรือกว่า 94,500 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...