โตโยต้าหวัง ‘ทราโว่’ ปลุกปิกอัพ จี้รัฐเร่งมาตรการป้องอุตฯผู้ผลิตในประเทศ
โตโยต้า เชื่อตลาดปิกอัพเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ กลางปีหน้า วอนรัฐกำหนดเงื่อนไข “แฟร์เกม” ผู้ประกอบการในประเทศไทย จับตา 2 เดือนสุดท้าย หลัง บสย.เปิดให้น็อนแบงก์เข้าร่วม “กระบะพี่มีคลังค้ำ” และ “รถเก่าแลกรถใหม่” ระบุชัด ให้สิทธิเฉพาะรถผลิตในประเทศเข้าร่วม ชี้ตลาดรถโตจากยอดรถ “นำเข้า” แต่ประเทศไม่ได้ประโยชน์
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” หลังจากบริษัทได้เปิดตัวรถปิกอัพรุ่นใหม่ โตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว่ ใหม่ ออกสู่ตลาด ซึ่งบริษัทคาดว่าน่าจะเป็นรุ่นหลักที่ส่งผลให้ยอดขายรถปิกอัพกลับเข้ามาสู่ภาวะปกติได้ ราว ๆ กลางปี 2569 เป็นต้นไป ส่วนเวลาที่เหลือของปีนี้ไปจนถึงช่วงกลางปีหน้านั้น คาดว่าตลาดรถปิกอัพอยู่ระหว่างการปรับฐาน
โดยเฉพาะหลังจากล่าสุดโครงการกระบะพี่มีคลังค้ำ ได้เปิดโอกาสให้น็อนแบงก์ของค่ายรถยนต์ได้เข้าร่วมมาตรการ และโตโยต้า มีโตโยต้า ลีสซิ่ง และสถาบันการเงินพันธมิตรได้ดำเนินการเพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถกระบะได้ง่ายมากขึ้น
ตรงนี้ถือเป็นการขยายโอกาสและทำให้ผู้ต้องการมีรถยนต์สามารถออกรถได้ง่ายขึ้น จากก่อนหน้ากำหนดให้แต่ละสถาบันการเงินที่กำหนดเข้าร่วมโครงการได้เท่านั้น ทำให้โครงการดังกล่าวไม่เป็นที่แพร่หลาย
แต่หลังจากรัฐเปิดโอกาสตรงนี้น่าจะทำให้คนเข้าถึงมาตรการดังกล่าวได้มากขึ้น และค่ายรถก็สามารถผลักดันการขายได้เพิ่มขึ้นด้วย เพื่อให้ความสะดวกให้กับลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถได้อย่างคล่องตัวและง่ายดายยิ่งขึ้น
สำหรับรถปิกอัพรุ่นใหม่ โตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว่ นั้น บริษัทตั้งเป้ายอดขายในปีนี้ไว้ราว ๆ 5,000 คัน ในช่วงสองเดือนสุดท้ายหลังจากเปิดตัว ขณะที่ยอดขายรวมรถปิกอัพ ไฮลักซ์ (รีโว่, ทราโว่, แชมป์) นั้น จะมีไม่น้อยกว่า 10,000 คันในช่วง 2 เดือนนี้
และปี 2569 โตโยต้าคาดว่าจะมียอดขายจากรถปิกอัพ ทราโว่ ไม่น้อยกว่า 80,000 คัน และในจำนวนนี้จะเป็น ทราโว่-อี หรือรถปิกอัพไฟฟ้า 100% อยู่ที่ 500 คันต่อปี
โดยในส่วนของรถไฮลักซ์ รีโว่ (HILUX REVO) จะเน้นการใช้งานเชิงธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มโลจิสติกส์ และผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งรถ ส่วนไฮลักซ์ ทราโว่ (HILUX TRAVO) เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ทั้ง Off Road และ Urban Lifestyle ขณะที่ไฮลักซ์ ทราโว่-อี (HILUX TRAVO-e) เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพระดับพรีเมี่ยมและองค์กรที่มีวิสัยทัศน์
ไฮลักซ์ แชมป์ (HILUX CHAMP) จะเน้นไปที่ตลาด Conversion ตอบโจทธ์ธุรกิจ และผู้ใช้ส่วนตัวที่รักการตกแต่งรถ และไฮลักซ์ ทราโว่-อี รถกระบะไฟฟ้า (TRAVO-e) พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าระดับพรีเมี่ยม และองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)
สำหรับโตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว่ จะเป็นการผลิตเพื่อรองรับความต้องการในประเทศ 35% ส่วนที่เหลือ 65% นั้นเป็นการผลิตเพื่อรองรับความต้องการในตลาดส่งออกอีกกว่า 133 ประเทศทั่วโลก และรุ่นนี้มีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศถึง 95% ถือเป็นรถยนต์ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจคืนกลับให้กับประเทศไทยเป็นจำนวนมหาศาล
โดยรถกระบะ ไฮลักซ์ ที่มียอดส่งออกสะสมกว่า 4.6 ล้านคัน ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับคนไทย ผ่านการจ้างงานกว่า 275,000 คน มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย คิดเป็นกว่า 30% ของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งหมด และมีส่วนช่วยสร้าง GDP ให้ประเทศไทยมากถึง 3% ต่อปี สะท้อนถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจอันมหาศาลตลอดห่วงโซ่อุปทานที่เกิดขึ้น
โตโยต้าพร้อมส่งมอบ HILUX TRAVO พร้อมส่งมอบตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป ส่วน TRAVO-e พร้อมส่งมอบตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
นายศุภกรยังกล่าวถึงภาพรวมตลาดรถยนต์ว่า ที่ผ่านมาตลาดมีการเติบโตเฉพาะในส่วนของตลาดรถยนต์นำเข้า ขณะที่รถยนต์ที่ผลิตภายในประเทศมีการเติบโตเพียงเล็กน้อยคือในส่วนของรถอีโคคาร์โต 1% ส่วนปิกอัพลดลง 15% ถือเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง หลังจากโตโยต้าแนะนำรถปิกอัพ ไฮลักซ์ ทราโว่ แล้ว คาดว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดโดยรวมได้ไม่มากก็น้อย เพราะบริษัทได้ระดมสรรพกำลังทุกมิติเพื่อกระตุ้นตลาด
ก่อนหน้านี้ โตโยต้าได้มีการหารือกับภาครัฐอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้นำตลาด ซึ่งรัฐบาลก็มองเห็นถึงสภาพปัญหาเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะแนวทางการทำอย่างไรเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ในประเทศ เพราะปีนี้ยอดขายรถยนต์ที่เติบโตหลัก ๆ เป็นผลมาจากรถยนต์นำเข้า ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์จากรถยนต์กลุ่มนี้ ทำอย่างไรให้อุตสาหกรรมที่ผลิตในประเทศมีการเติบโตอย่างยั่งยืน และส่งผลบวกให้กับประเทศไทยอย่างแท้จริง
“ที่เราพูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าโตโยต้าปฏิเสธรถยนต์ไฟฟ้า ถ้าวันนี้ลูกค้ามีความต้องการ โตโยต้าก็พร้อมเจรจาว่าทำอย่างไรให้รถอีวีมีการผลิตและคืนกลับให้กับประเทศไทยเช่นเดียวกัน ทำให้เหมือนรถปิกอัพ ซึ่งถือตรงนี้ต้องแฟร์เกมกับผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยด้วย”
รวมทั้งการเสนอแนวคิดเกี่ยวกับโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” ซึ่งตรงนี้เมื่อทำแล้วจะได้ถึง 2 มิติ คือ เรื่องค่าไอเสีย PM 2.5 แล้ว รัฐบาลควรสนับสนุนให้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการนั้น ต้องซื้อแต่รถยนต์ที่ผลิตภายในประเทศไทยเท่านั้น เพื่อให้เกิดการสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง และอุตสาหกรรมที่ผลิตในประเทศก็จะเกิดความมั่นคง และนั่นหมายความว่าระบบซัพพลายเชนในประเทศไทยก็จะแข็งแรงไปด้วย
ส่วนปีนี้คาดว่ายอดขายรถยนต์โดยรวมน่าจะจบที่ 610,000 คัน ตามที่คาดการณ์ไว้ ในจำนวนนี้คิดเป็นรถปิกอัพขนาด 1 ตัน ราว ๆ 140,000 คัน ส่วนในปี 2569 คาดว่าตลาดจะมีการเติบโตขึ้นเล็กน้อย 5-10%
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โตโยต้าหวัง ‘ทราโว่’ ปลุกปิกอัพ จี้รัฐเร่งมาตรการป้องอุตฯผู้ผลิตในประเทศ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net