โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

2026 ปีแห่งการเลิกตามเกมโลก เข้าใจ 4 เทรนด์ผู้บริโภค ที่ธุรกิจห้ามมองข้าม

The Momentum

อัพเดต 11 พ.ย. 2568 เวลา 15.25 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2568 เวลา 03.15 น. • THE MOMENTUM

หากคุณคือเจ้าของแบรนด์หรือคนทำธุรกิจที่รู้สึกว่า ปี 2025 เป็นปีที่ท้าทายที่สุดปีหนึ่ง เพราะเทรนด์โลกหมุนเร็วจนแทบตั้งหลักไม่ทัน พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปในพริบตา ของที่ฮิตวันนี้อาจกลายเป็นของตกยุคในวันพรุ่งนี้

เตรียมตัวให้พร้อม เพราะปี 2026 ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่นาน จะยิ่งเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและโจทย์ใหม่ๆ ให้คุณรับมือ ทว่าในการเปลี่ยนแปลงนั้นยังคงมีทางออกและโอกาสใหม่ๆ ซ่อนอยู่เสมอ

จากรายงาน เจาะเทรนด์โลก 2026 (TREND 2026) โดย CEA จะพาคุณสำรวจทิศทางโลกในอนาคตผ่าน 4 มิติสำคัญ ประกอบด้วย Population, Social & Culture, Technology และ Environment พร้อมกรณีศึกษาที่จะช่วยให้คุณมองเห็นแสงแห่งโอกาสที่ทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น

และนี่คือ 4 เทรนด์ผู้บริโภคที่น่าจับตาในปี 2026

The Autonomists ยึดมั่นในความคิดและสนับสนุนคอมมูนิตี้ของตัวเอง

ในวันที่สังคมยังคาดหวังให้ทุกคนเดินตาม ‘ขั้นบันไดชีวิต’ แบบเดิม เรียนจบ แต่งงาน มีบ้าน มีลูก ผู้บริโภคกลุ่ม The Autonomists กลับเลือกเส้นทางของตัวเอง พวกเขานิยาม ‘ความสำเร็จ’ ขึ้นใหม่ ไม่ได้วัดจากสิ่งที่เป็นเจ้าของ แต่จากการได้ใช้ชีวิตอย่างมีความหมายและซื่อสัตย์ต่อคุณค่าที่ตัวเองเชื่อ

เติบโตท่ามกลางวิกฤตและความเปลี่ยนแปลง คนกลุ่มนี้เรียนรู้ที่จะตั้งกฎชีวิตเอง ไม่ยึดติดกับภาพความสำเร็จแบบเดิม และต่อต้านระบบธุรกิจที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่รับผิดชอบ พวกเขาเชื่อในความเรียบง่ายที่มีคุณค่าและยั่งยืนมากกว่า

ในรายงานยังระบุอีกว่า 80% ของคนอายุ 13-39 ปีในยุโรป ไม่ต้องการใช้ชีวิตตามแบบคนรุ่นก่อน และในสหรัฐฯ แนวคิด ‘ต่อต้านทุนนิยม’ แพร่หลายในกลุ่ม Gen Z มากที่สุด และพวกเขายังไม่เชื่อใจข้อมูลที่มาจากองค์กรธุรกิจ

แนวทางที่แบรนด์ควรรู้

  • ความรับผิดชอบสำคัญกว่าภาพลักษณ์The Autonomists ให้คุณค่ากับความโปร่งใสและความจริงใจ แบรนด์ที่กล้ายอมรับข้อผิดพลาดจะได้รับความเชื่อใจมากกว่าการสร้างภาพลักษณ์สวยหรู

  • แสดงจุดยืนอย่างจริงใจพวกเขาชื่นชมแบรนด์ที่มีจุดยืนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมชัดเจน ไม่ใช่แค่พูดเพื่อการตลาด แต่ลงมือทำให้เห็นผลจริง

  • ยุคของ ‘ฉลาดซื้อ’ (Conscious Consumerism) ผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายอย่างมีสติและใส่ใจผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปฏิเสธความเชื่อที่ว่า ‘การซื้อของคือความสุข’ สอดคล้องกับเทรนด์ ‘การใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง’ ก็กำลังมาแรงทั่วโลก เช่น กระแส Fear of Spending ในจีน และ Loud Budgeting หรืออวดความประหยัดในตะวันตก ซึ่งสะท้อนว่าคนรุ่นใหม่เริ่มตั้งคำถามกับพฤติกรรมการบริโภค และเลือกใช้จ่ายอย่างยั่งยืนมากขึ้น แนวคิดเดียวกับที่ The Autonomists ยึดถือเป็นหัวใจสำคัญของชีวิต

  • สนับสนุนความเท่าเทียมในสังคมThe Autonomists เชื่อในระบบที่ยุติธรรมสำหรับทุกคน และให้ความสำคัญกับการสร้างสังคมที่ทุกคนมีชีวิตที่ดีร่วมกันได้

The Gleamers: ฟื้นฟูหัวใจภายใต้ความธรรมดา

เมื่ออาการ ‘หมดไฟ’ (Burn Out) กลายเป็นโรคระบาดทางอารมณ์ของยุคนี้ ผู้คนจำนวนมากเริ่มหันกลับมามองหาความเรียบง่ายในชีวิตอีกครั้ง นี่คือที่มาของกลุ่ม The Gleamers ผู้บริโภคที่ต้องการฟื้นฟูหัวใจภายใต้ความธรรมดา พวกเขาให้นิยามใหม่กับคำว่า ‘ความสมบูรณ์พร้อม’ และ ‘การดูแลใส่ใจ’ ว่ามันไม่จำเป็นต้องมาพร้อมความหรูหราหรือความสำเร็จทางวัตถุอีกต่อไป

ช้าลง เพื่อหาความหมายใหม่ของชีวิต

The Gleamers ปฏิเสธวัฒนธรรมเร่งรีบที่กลืนกินชีวิตประจำวัน พวกเขามองว่าความสุขที่แท้จริงเกิดจากการชะลอจังหวะชีวิต และใช้เวลามากขึ้นกับสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้ใจสงบ เช่น การอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ การดูแลตัวเอง หรือการใช้เวลาร่วมกับคนที่รัก

แนวโน้มนี้ยังนำไปสู่การอพยพกลับสู่ชนบท ผู้คนเริ่มย้ายออกจากเมืองใหญ่ เพื่อกลับบ้านหรือพัฒนาฟื้นฟูพื้นที่รกร้าง สนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างรูปแบบชีวิตใหม่ที่ไม่ต้องแข่งกับเวลา

คอมมูนิตี้รูปแบบใหม่ ที่กว้างกว่าคำว่าครอบครัว

The Gleamers มองว่า ความสัมพันธ์คือรากฐานของชีวิตที่ดี พวกเขาโอบรับคอมมูนิตี้ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงครอบครัวตามสายเลือด แต่รวมถึงคนที่เข้าใจกันและดูแลกันเหมือนครอบครัว

ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น หลายคนเริ่มใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อน หรือคนที่มีแนวคิดคล้ายกัน โดยยึดหลักการเคารพซึ่งกันและกัน ความเท่าเทียม และความปรารถนาดีต่อกัน

ฟื้นฟูหัวใจผ่านประสบการณ์ที่ ‘ช้าลง’

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่ม The Gleamers แบรนด์ควรมุ่งเน้นการออกแบบประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้คน ลดแรงกดดันของโลกสมัยใหม่ และสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับสิ่งรอบตัว

  • ออกแบบพื้นที่ที่ปลอดจากแรงกดดัน เป็น ‘เกราะป้องกันทางใจ’

เช่น โซนปลอดเทคโนโลยี (Technology-free Zones) ให้ผู้คนพักจากหน้าจอ และใช้เวลาทบทวนอารมณ์ของตนเอง หรือพื้นที่เพื่อสุขภาวะ (Wellness Spaces) เช่น มุมพักผ่อนเงียบๆ สตูดิโอโยคะ หรือกิจกรรมบำบัดที่เน้นการฟื้นฟูจิตใจ

  • สร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่ลึกซึ้ง (Deeper Connection)

กลุ่ม The Gleamers และคนรุ่นใหม่จำนวนมากกำลังฟื้นฟูความสัมพันธ์หลังยุคโรคระบาด การมีพื้นที่และกิจกรรมที่ช่วยให้คนได้เชื่อมโยงกันจริงๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น เช่น พื้นที่รวมกลุ่มตามความสนใจ งานอดิเรก หรือการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ใหม่ หรือการสร้าประสบการณ์ที่กระตุ้นประสาทสัมผัส ใช้เสียง แสง กลิ่น หรือการสัมผัส เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่และสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่ลึกกว่าเดิม

THE IMPARTIALISTS: เชื่อใจในความจริง

ท่ามกลางข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างท่วมท้นและเต็มไปด้วยความคลาดเคลื่อน ข่าวปลอม (Fake News) และโพสต์ที่เขียนยั่วยุแต่ไม่มีที่มา ยังปรากฏให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ผู้บริโภคกลุ่มนี้จะให้ความสำคัญกับความจริง ข้อเท็จจริง และความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้ มากกว่าเรื่องเล่าสวยงามแต่สุดท้ายกลายเป็นเรื่องแต่ง

กลุ่มผู้บริโภค The Impartialists กำลังค่อยๆ ต่อสู้กับวิกฤตการณ์ข้อมูลเท็จที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยยึดมั่นในความจริง และต้องการข้อเท็จจริงมากกว่าเรื่องแต่ง และคนกลุ่มนี้ใช้ชีวิตอย่างมีสติและมักตรวจสอบที่มาของแต่ละข้อมูลอยู่เสมอ

โอกาสสำหรับแบรนด์

แบรนด์หรือธุรกิจต่างๆ ที่ต้องการเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มนี้ ต้องสื่อสารและทำธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ และใช้กลยุทธ์ในการสื่อสารเพื่อทำการตลาดด้วยการเล่าเรื่องที่เป็นความจริง นำเสนอข้อมูลที่โปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้

THE SYNERGISTS ฟิวชันความแตกต่าง รวมร่างความหลากหลาย

กลุ่ม The Synergists คือคนที่เชื่อว่าโลกควรเปลี่ยนไปเพื่อให้คนกับเทคโนโลยีอยู่ร่วมกันได้ดีขึ้น พวกเขาเห็นว่า เทคโนโลยีไม่ใช่ศัตรูของมนุษย์ แต่เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น ทั้งในโลกจริงและโลกดิจิทัล โดยยึดแนวคิด Think Human First หรือมองมนุษย์เป็นศูนย์กลาง

พวกเขาใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ เพื่อสร้างความยุติธรรมและลดช่องว่างทางสังคม ตั้งแต่เรื่องเล็กอย่างการแปลภาษา ไปจนถึงการผลักดันนวัตกรรมที่ทำให้ผู้คนจากต่างวัฒนธรรมเข้าใจกันมากขึ้น

แม้จะคุ้นชินกับโลกดิจิทัล แต่คนกลุ่มนี้ยังให้คุณค่ากับโลกจริง พวกเขาชอบกิจกรรมที่เชื่อมโยงร่างกายและจิตใจ เช่น ดิจิทัลดีท็อกซ์ อาบแสงจันทร์ หรือเดินทางเพื่อเติมพลังใจ

สำหรับแบรนด์ การเข้าใจและตอบโจทย์คนกลุ่มนี้คือโอกาสสำคัญ ธุรกิจควรพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดช่องว่าง สร้างความเท่าเทียม และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน เช่น การใช้ AI เพื่อแปลภาษาแบบเรียลไทม์ หรือสร้างบริการที่ช่วยให้คนต่างภูมิหลังสื่อสารกันได้ง่ายขึ้น เพราะผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้คุณค่ากับเทคโนโลยีที่ทำให้โลกดีขึ้นจริง

ตัวอย่างเช่น Spotify ที่ใช้เทคโนโลยีของ OpenAI ในการแปลพอดแคสต์เป็นหลายภาษา โดยยังคงเสียงจริงของผู้พูดไว้ ทำให้คอนเทนต์เข้าถึงผู้ฟังทั่วโลกได้มากขึ้น หรือ Meta ที่พัฒนาแว่นตาอัจฉริยะพร้อมฟังก์ชันแปลภาษาได้ทันที แม้ยังไม่สมบูรณ์แบบ 100% แต่เป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยีที่ช่วยเชื่อมโยงผู้คนข้ามภาษาและวัฒนธรรม

อีกเทรนด์ที่น่าสนใจคือการสร้างประสบการณ์แบบหลายประสาทสัมผัส เพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น เช่น xydrobe บริษัทเทคโนโลยี VR ที่ร่วมกับห้าง Harrods เปิดโรงภาพยนตร์เสมือนจริงแบบ 4 มิติ ที่ผู้ชมสามารถสัมผัส กลิ่น เสียง และอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปตามเนื้อหาได้จริง ช่วยให้การเล่าเรื่องของแบรนด์มีชีวิตและเข้าถึงอารมณ์ผู้คนได้มากกว่าเดิม

โดยรวมแล้ว The Synergists คือผู้บริโภคที่มองหาการอยู่ร่วมกันระหว่างคน เทคโนโลยี และโลกใบนี้ อย่างที่มนุษย์ยังคงเป็นมนุษย์ แต่ใช้เทคโนโลยีเป็นแรงผลักให้ชีวิตและสังคมดีขึ้นกว่าเดิม

อ้างอิง

https://www.tcdc.or.th/th/all/service/resource-center/e-book/35030-Trend-2026?fbclid=IwY2xjawN77rFleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFtTzVRRExFTVozbGRoc0kyc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHgAeINyU2qJb_5InuuNZQMe4fgrAXFq-G8svVo6CCdRZSgS99xYy3p4t_u7a_aem_zq5T1enRii3q7JbwgBP2Fw

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...