ภาวะซึมเศร้าก่อนคลอด : 5 เทคนิคสำหรับคุณพ่อรับมือภาวะซึมเศร้าก่อนคลอดของภรรยา
ตั้งแต่ตั้งท้อง คุณพ่ออาจคิดว่าคุณแม่จะมีอารมณ์แปรปรวน อ่อนแอ และอ่อนไหวง่าย แค่ช่วงแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ช่วงสองเดือนก่อนคลอด หากคุณพ่อสังเกตดีๆ จะเห็นว่าคุณแม่อาจมีอาการเศร้าซึม หงุดหงิดง่าย อ่อนไหว หรือวิตกกังวลมากกว่าปกติ และนั่นคือสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาที่คุณพ่อจะต้องหาวิธีประคับประคองจิตใจและดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิดกว่าเดิมช่วงเวลาที่คุณแม่มีอารมณ์เปราะบางระหว่างตั้งครรภ์ เรียกว่า ภาวะซึมเศร้าก่อนคลอด (Prenatal Depression) ซึ่งพบได้มากในช่วงไตรมาสที่ 1 (สัปดาห์ 1-12) และไตรมาสที่ 3 (สัปดาห์ 28-วันคลอด) ซึ่งเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายที่รวดเร็วและรุนแรง จึงส่งผลกระทบต่อร่างกายและอารมณ์ รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไป ความเครียด และความวิตกกังวลช่วงใกล้คลอด ยิ่งทำให้อาการทวีความรุนแรงขึ้นโดยทั่วไปคุณแม่ที่เผชิญ ภาวะซึมเศร้าก่อนคลอด มักจะมีอาการเศร้าซึม หงุดหงิด เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ รู้สึกโดดเดี่ยว บางท่านอาจรุนแรงถึงขั้นคิดทำร้ายตัวเอง ดังนั้น คุณพ่อจึงต้องรับบทบาทผู้ดูแลสุขภาพใจให้คุณภรรยา และ M.O.M จะขอเป็นตัวช่วยให้คุณพ่อก้าวผ่านช่วงเวลาแสนท้าทายด้วย 5 เทคนิคต่อไปนี้1. ทำความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างลึกซึ้ง
ไม่ว่าจะเวลาไหน คุณแม่ย่อมต้องการความรักและความเข้าใจจากสามีมากที่สุด การที่คุณพ่อยอมรับและเข้าใจว่าอาการซึมเศร้าที่เกิดขึ้นเป็นผลพวงจากการตั้งครรภ์ และมีสาเหตุหลักจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่พฤติกรรมที่คุณแม่ตั้งใจให้เกิดหรือสร้างขึ้นมา จะช่วยให้คุณพ่อตอบสนองต่ออารมณ์ของคุณแม่ด้วยความเห็นอกเห็นใจ ไม่ใช่ด้วยความโกรธหรือความรำคาญ ซึ่งช่วยบรรเทาภาวะซึมเศร้าก่อนคลอดของคุณแม่ได้เป็นอย่างดี2. เป็นพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงความรู้สึก
สิ่งที่คุณแม่ต้องการมากที่สุดในช่วงที่เผชิญกับภาวะซึมเศร้าก่อนคลอด คือการมีพื้นที่ให้ได้ระบายความรู้สึกออกมา โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกวิจารณ์หรือถูกตัดสินคุณพ่อควรเริ่มต้นด้วยการเปิดบทสนทนาอย่างอ่อนโยน ให้คุณแม่รับรู้ว่าคุณพ่อพร้อมจะรับฟังทุกความรู้สึกอย่างแท้จริง และควรเลี่ยงการให้คำแนะนำเชิงตำหนิต่อว่า หรือแนะนำโดยที่คุณแม่ไม่ได้ร้องขอ เพราะสำหรับคุณแม่แล้วในช่วงนี้ การมีคนรับฟังและคอยปลอบโยนอย่างไม่ตัดสินคือสิ่งที่ต้องการมากที่สุด3. แบ่งเบาภาระในชีวิตประจำวัน
งานบ้าน งานครัว หรือการจัดเตรียมสิ่งของเพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ อาจกลายเป็นภาระอันหนักอึ้งสำหรับคุณแม่ในช่วงนี้ คุณพ่อสามารถช่วยบรรเทาได้ด้วยการเสนอตัวช่วยเหลือ หรือแบ่งเบาภาระงานบางอย่างมาทำเอง เช่น การซื้อของเข้าบ้าน ล้างจาน หรือจัดตารางพบแพทย์ให้คุณภรรยาการลงมือทำโดยที่คุณแม่ไม่ต้องเอ่ยปากขอ เป็นการแสดงออกถึงความรักและความเข้าใจที่ทรงพลัง ทำให้คุณแม่รู้สึกปลอดภัย ไม่โดดเดี่ยว ซึ่งช่วยลดความเครียดและความกังวลได้มาก4. ใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน
แม้ว่าคุณแม่จะดูไม่กระตือรือร้น ไม่อยากทำอะไร แต่การมีกิจกรรมที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจคุณแม่ได้ผ่อนคลายก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ คุณพ่อควรเป็นผู้ริเริ่มจัดตารางกิจกรรมที่จะทำร่วมกัน เช่น เดินเล่นในสวน นวดผ่อนคลาย หรือดูหนังเรื่องโปรดด้วยกันการมีช่วงเวลาที่ดีร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณแม่รู้สึกเป็นที่รักและมีกำลังใจที่จะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ดียิ่งขึ้น5. สนับสนุนให้คุณภรรยาพบผู้เชี่ยวชาญ
ในกรณีที่ภาวะซึมเศร้าก่อนคลอดมีความรุนแรงมาก การสนับสนุนจากคุณพ่อเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากอาการคุณแม่ไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างต่อเนื่อง คุณพ่อควรเป็นคนพาคุณแม่ไปพบผู้เชี่ยวชาญ อาจเป็นจิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรือนักบำบัด เพื่อรับคำแนะนำและแนวทางการเยียวยาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละบุคคลอ่านบทความ: พ่อแม่เป็นโรคซึมเศร้า เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้ลูกได้รับผลกระทบอ้างอิงNCTClevelandclinicNHS