โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไขกลยุทธ์คนรวย ทำไม“เศรษฐี”ถึงชอบบริจาคเงิน ให้กับ รพ. หรือ นี่คือวิธีจัดการความเสี่ยงที่ฉลาดกว่า

Thairath Money

อัพเดต 10 พ.ย. 2568 เวลา 08.51 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2568 เวลา 08.51 น.
ภาพไฮไลต์

“บริจาคเงิน 40 ล้าน ได้สิทธิ์รักษาฟรี ตลอดชีวิต”

นี่คือคำบอกเล่าของ “ดิว-วีรวัฒน์ วลัยเสถียร” นักลงทุนและอินฟลูเอนเซอร์สายธุรกิจ ที่เพิ่งกลายเป็นกระแสอีกครั้ง หลังจากพูดถึงเหตุผลที่แท้จริง ว่า “ทำไมคนรวยบางคน ไม่จำเป็นต้องซื้อประกันชีวิต”

เพราะในมุมของดิว การรับมือกับความเสี่ยง ไม่จำเป็นต้องทำผ่านกรมธรรม์เพียงอย่างเดียว แต่สามารถทำผ่าน “การบริจาค” ได้ด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังเป็นการใช้เงินให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อสังคม และต่อการวางแผนชีวิตของตนเอง

ในบทความนี้ Thairath Money จึงอยากชวนมองในเชิงเศรษฐกิจให้ลึกขึ้น ว่าทำไมการบริจาค จึงถือเป็นอีกหนึ่งของ “รูปแบบการจัดการความมั่งคั่ง” ที่อาจสะท้อนแนวคิดของคนมีฐานะได้ไม่น้อย

เพราะแท้จริงแล้ว การบริจาคให้โรงพยาบาล ในฐานะ “ผู้ให้รายใหญ่” ไม่ใช่ได้แค่เพียง สิทธิ์รักษาฟรีตลอดชีพ แต่ยังได้รับสิทธิ์ตอบแทนอื่นๆในอีกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะด้านสิทธิแง่สาธารณสุข ภาพลักษณ์ และสิทธิลดหย่อนภาษีอีกด้วย

นี่เอง จึงอาจเป็นเหตุผลสำคัญว่า…ทำไม “โรงพยาบาล” จึงกลายเป็นจุดหมายยอดนิยมของผู้บริจาครายใหญ่ในไทย เพราะเบื้องหลังการให้แต่ละครั้งใหญ่ ๆ มักมี “คุณค่าที่ได้รับกลับมา” มากกว่าที่หลายคนคิด

สิทธิที่ได้จากการบริจาคในแง่สาธารณสุขมีอะไรบ้าง ?

1.บริจาคเงินลดหย่อนภาษีได้ มากสุด 2 เท่า

พื้นฐานเลย สำหรับสิทธิที่ได้จากการบริจาค ในหมวดด้านสาธารณสุข หากผู้บริจาค เป็นบุคคลธรรมดา ข้อมูลจากกรมสรรพากร ระบุว่า จากเงื่อนไขการบริจาคเงินให้กับสถานพยาบาลของทางราชการและสภากาชาดไทย จะสามารถนำมาลดหย่อนภาษี ได้ตามจำนวนเงินที่บริจาค แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆแล้ว

ตัวอย่างเช่น

หากมีเงินได้สุทธิหลังหักลดหย่อนแล้ว 50 ล้านบาท และบริจาคเงินให้โรงพยาบาลรัฐ 40 ล้านบาท คนๆนั้น สามารถนำยอดบริจาคนั้นมาลดหย่อนได้สูงสุด 10% ของเงินได้สุทธิ หรือ 5 ล้านบาท แต่ถ้าอยู่ในโครงการที่ได้รับสิทธิ “ลดหย่อน 2 เท่า” จะหักได้สูงสุดถึง 10 ล้านบาท

เรียกได้ว่า นอกจากเป็นการ “ให้” แล้ว ยังเป็น “การวางแผนภาษี” ที่ช่วยลดภาระทางการเงินได้จริง โดยไม่ผิดกฎหมาย

2. สิทธิ์ตอบแทนในเชิงบริการสาธารณสุข

นอกจากสิทธิทางภาษีแล้ว หลายโรงพยาบาลรัฐและโรงเรียนแพทย์ มักมอบสิทธิ์พิเศษตอบแทนผู้บริจาครายใหญ่ เช่น

  • สิทธิ์รักษาพยาบาลฟรีตลอดชีวิต (เฉพาะกรณีบริจาคในระดับที่กำหนด)
  • ห้องพักหรือหอผู้ป่วยพิเศษ
  • บัตรผู้บริจาคระดับกิตติมศักดิ์

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละโรงพยาบาล ซึ่งจะมีเกณฑ์และขั้นตอนที่ชัดเจน

ตัวอย่างเช่น สิทธิประโยชน์ ของผู้บริจาคของมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนค่ารักษาพยาบาล ดังนี้

- ผู้ที่บริจาคเงิน ตั้งแต่ 2-5 แสนบาท (ผู้อุปการะสามัญ)จะได้รับการลดหย่อนค่ารักษาพยาบาล แบบผู้ป่วยใน 25% ของจำนวนเงินทั้งหมด ระยะเวลาที่ใช้สิทธิประโยชน์ จำนวน 15 ปี

- ผู้ที่บริจาคเงิน ตั้งแต่ 5 แสน - 1 ล้านบาท (ผู้อุปการะวิสามัญ) จะได้รับการลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยใน 30% ของจำนวนเงินทั้งหมด ระยะเวลาที่ใช้สิทธิประโยชน์ จำนวน 15 ปี

- ผู้ที่บริจาคเงิน ตั้งแต่ 1 - 5 ล้านบาท (ผู้อุปการะกิตติมศักดิ์ 1) จะได้รับการลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอก 30% ของจำนวนเงินทั้งหมด และลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยใน 50% และลดหย่อนค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษ 30% ของจำนวนเงินทั้งหมด ระยะเวลาที่ใช้สิทธิประโยชน์ จำนวน 15 ปี

- ผู้ที่บริจาคเงิน ตั้งแต่ 5-10 ล้านบาท (ผู้อุปการะกิตติมศักดิ์ 2) จะได้รับการลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอก (ทั้งตนเองและบุคคลใน ครอบครัว ได้แก่ บุตร ,คู่สมรส และ บิดาหรือมารดา ) 50% ของจำนวนเงินทั้งหมด, ลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยใน 50 % และลดหย่อนค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษ 50% ของจำนวนเงินทั้งหมด ระยะเวลาที่ใช้สิทธิประโยชน์ ตลอดชีพ

- ผู้ที่บริจาคเงิน 10 ล้านบาทขึ้นไป (ผู้อุปการะกิตติมศักดิ์ 3) จะได้รับการยกเว้นค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอก (ทั้งตนเองและบุคคลใน ครอบครัว ได้แก่ บุตร ,คู่สมรส และ บิดาหรือมารดา ) ได้สิทธิลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยใน 50% ของจำนวนเงินทั้งหมด และได้รับการยกเว้นค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษ ระยะเวลาที่ใช้สิทธิประโยชน์ ตลอดชีพ

3. สิทธิ์ทางสังคมและภาพลักษณ์

นอกเหนือจากผลทางการเงิน การบริจาคก้อนใหญ่ยังสร้าง “ทุนทางสังคม” ให้กับผู้ให้ เช่น

  • การได้รับการจารึกชื่อไว้บนอาคาร ห้องพิเศษ หรือเครื่องมือแพทย์
  • การได้รับเชิญเข้าร่วมงานสำคัญของโรงพยาบาลหรือสถาบัน
  • การสร้างภาพจำของ “ผู้มีส่วนร่วมในสาธารณประโยชน์” ซึ่งสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคม

สำหรับนักธุรกิจหรือผู้มีชื่อเสียง สิ่งเหล่านี้ไม่ต่างจาก “การลงทุนในภาพลักษณ์ระยะยาว” ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ที่ดีต่อสาธารณะ

เรื่อยไปจนถึง ผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สิน ตามเงื่อนไข มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี จะขอพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ให้แก่บุคคลนั้นได้อีกด้วย โดยที่การบริจาค ไม่จำเป็นต้องบริจาคครั้งเดียวหรือภายในปีเดียว

เช่น ชั้นที่ 1 ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ (ป.ภ.) ชั้นตราสำหรับผู้บริจาคทรัพย์สิน 30 ล้านบาทขึ้นไป

จากข้อมูลทั้งหมด จะเห็นได้ว่า การบริจาคเงินให้โรงพยาบาล สำหรับคนทั่วไปอาจเป็นเรื่องของ “ความดีใจอยากช่วยสังคม” แต่สำหรับเศรษฐีหลายคน นี่คือ “กลยุทธ์ทางการเงิน” ที่ผสานทั้งความมั่นคงทางสุขภาพ ,การบริหารภาษี และการสร้างคุณค่าทางสังคมในเวลาเดียวกันเพราะในท้ายที่สุด “การให้” อาจไม่ใช่การเสีย แต่คือ “การจัดสรร” ความมั่งคั่ง ที่กฎหมายเปิดช่องให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั่นเอง

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไขกลยุทธ์คนรวย ทำไม“เศรษฐี”ถึงชอบบริจาคเงิน ให้กับ รพ. หรือ นี่คือวิธีจัดการความเสี่ยงที่ฉลาดกว่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...