รัฐบาลทรัมป์เดินหน้ากดดันเฟด เปิดฉากสอบ `พาวเวลล์` ปมใช้งบซ่อมอาคาร
รัฐบาลทรัมป์เดินหน้ากดดันเฟด เปิดฉากสอบ พาวเวลล์ ปมใช้งบซ่อมอาคาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 ม.ค. 69 11:05 น.
สื่อต่างประเทศรายงานว่า อัยการกลางสหรัฐฯ เปิดฉากสอบสวนทางอาญาต่อเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยเขาระบุว่า เฟดได้รับหมายเรียกจากคณะลูกขุนชุดใหญ่ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ซึ่งนำไปสู่การตั้งข้อหาและสอบสวนทางอาญาเกี่ยวกับการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟด
ทั้งนี้ รัฐบาลทรัมป์ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบโครงการปรับปรุงอาคาร 2 หลังของธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อช่วงกลางปี 2025 ขณะที่ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น โดยเอกสารงบประมาณของเฟดระบุว่า ตัวเลขประเมินค่าใช้จ่ายของโครงการเพิ่มขึ้นเป็น 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025 จาก 1,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2023
ขณะที่พาวเวลล์ออกแถลงการณ์ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรและวิดีโอซึ่งเผยแพร่เมื่อเย็นวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ระบุว่า การตั้งข้อหาดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคำให้การของตนเองต่อสภาคองเกรสเมื่อเดือนมิ.ย. 2025 เกี่ยวกับโครงการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟด และย้ำว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ควรถูกมองในบริบทที่กว้างขึ้น ทั้งเรื่องการข่มขู่และแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากฝ่ายบริหาร
พาวเวลลล์กล่าวว่า การข่มขู่ว่าจะตั้งข้อหาทางอาญาเป็นผลจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยจากการประเมินอย่างดีที่สุดโดยคำนึงถึงสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ แทนการทำตามความต้องการของประธานาธิบดี
นอกจากนี้ ประธานเฟดยังตั้งคำถามกลับว่า เฟดจะยังสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยบนพื้นฐานของข้อมูล หลักฐาน และภาวะเศรษฐกิจได้หรือไม่ หรือการดำเนินนโยบายการเงินจะถูกชี้นำด้วยแรงกดดันหรือการข่มขู่ทางการเมืองแทน
คณะผู้กำหนดนโยบายของเฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ระดับ 3.5%3.75% เมื่อเดือนธ.ค. 2025 ซึ่งเป็นการลดอัตราดอกเบี้ยครั้งที่สามติดต่อกัน หลังจากคงดอกเบี้ยเกือบตลอดปีที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณว่า ยังไม่เร่งรีบที่จะลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม จนกว่าจะมีข้อมูลเงินเฟ้อและการจ้างงานที่ชัดเจนมากขึ้น
ทั้งนี้ การประชุมเฟดครั้งถัดไปจะมีขึ้นในวันที่ 2728 ม.ค. โดยตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าคาดว่า มีโอกาสต่ำมากที่เฟดจะเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้
หลังรายงานดังกล่าว ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ขณะที่ราคาทองคำขยับขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีหุ้นสหรัฐฯ อ่อนแรงลง โดยดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส ลดลง 0.43%, S&P 500 ฟิวเจอร์ส ลดลง 0.3% และแนสแดคฟิวเจอร์ส ลดลง 0.70% ณ เวลา 10.00 น. ตามเวลาไทย
การดำเนินการของรัฐบาลทรัมป์ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ได้ยกระดับความขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานเฟด ที่ผ่านมา ทรัมป์เรียกร้องให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างหนักมาโดยตลอด และเคยพูดถึงความเป็นไปได้ในการปลดพาวเวลล์หลายครั้ง นอกจากนี้ ยังพยายามปลดลิซา คุก ผู้ว่าการเฟด โดยศาลฎีกาสหรัฐฯ มีกำหนดพิจารณาคดีของคุกในช่วงปลายเดือนม.ค. นี้
พาวเวลล์ยังระบุว่า เขาตั้งใจจะทำหน้าที่ต่อไปด้วยความซื่อสัตย์และด้วยความมุ่งมั่นในการรับใช้ประชาชนชาวอเมริกัน
ทั้งนี้ วาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดของพาวเวลล์จะสิ้นสุดลงในเดือนพ.ค. ขณะที่ตำแหน่งกรรมการในคณะผู้ว่าการเฟดของเขาจะสิ้นสุดลงในปี 2028 โดยพาวเวลล์ยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่า จะยุติบทบาทในเดือนพ.ค. หรือจะทำงานในเฟดต่อไป ด้านประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า ได้เลือกผู้ที่จะมาแทนพาวเวลล์แล้ว แม้ยังไม่เปิดเผยชื่อก็ตาม ซึ่งคาดว่าเควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ (NEC) เป็นตัวเต็ง
ด้านทอม ทิลลิส วุฒิสมาชิกรีพับลิกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐฯ (Senate Banking Committee)ออกมาปกป้องเฟด โดยระบุว่า จะคัดค้านการให้ความเห็นชอบต่อผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าดำรงตำแหน่งในเฟดทุกราย รวมถึงตำแหน่งประธานเฟดที่จะว่างลง จนกว่าประเด็นทางกฎหมายนี้จะคลี่คลายลงอย่างสมบูรณ์
ทิลลิสกล่าว หากยังสงสัยกันอยู่ว่า ที่ปรึกษาในรัฐบาลทรัมป์กำลังเดินหน้าเพื่อยุติความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือไม่นั้น ถึงตอนนี้ ข้อสงสัยนั้นไม่ควรหลงเหลืออยู่อีกต่อไป เพราะสิ่งที่ถูกตั้งคำถามตอนนี้คือ ความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือของกระทรวงยุติธรรมเอง
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ