โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฉก.นราธิวาสประกาศเคอร์ฟิวกลางคืน ใช้กฎอัยการศึกคุมเข้มพื้นที่

PostToday

อัพเดต 11 ม.ค. เวลา 02.01 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. เวลา 08.56 น.

11 มกราคม 2569 จากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดและวางเพลิงปั๊มน้ำมัน ปตท. รวม 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ประกอบด้วย ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการก่อวินาศกรรมรุนแรงในหลายพื้นที่พร้อมกันนั้น

ล่าสุด กระทรวงกลาโหม แถลงประณามการก่อวินาศกรรมในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ระบุว่า กระทรวงกลาโหมขอประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำดังกล่าว ซึ่งเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม จงใจละเมิดกฎหมาย และมุ่งสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิต ทรัพย์สิน ระบบสาธารณูปโภค และความมั่นคงของประเทศ เป็นการบ่อนทำลายความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างร้ายแรง

การก่อเหตุในลักษณะโจมตีพื้นที่สาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ไม่อาจอ้างเหตุผลหรืออุดมการณ์ใดๆ มาสร้างความชอบธรรมได้ และขัดต่อหลักสันติวิธีตามมาตรฐานสากลอย่างสิ้นเชิง ความรุนแรงไม่ใช่ทางออกของปัญหา และไม่อาจยอมรับได้ในสังคมอารยะ

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหม จะสนับสนุนการดำเนินการในทุกมาตรการของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงกลาโหม พร้อมทั้งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงอื่นๆ ของประเทศ โดยเฉพาะ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อควบคุมสถานการณ์ในทันที ดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายบ้านเมืองและกระบวนการยุติธรรมโดยด่วนต่อไป

กระทรวงกลาโหม ขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ และแจ้งเตือนไปยังผู้ที่ให้การปกปิด พักพิง สนับสนุน หรือให้ความช่วยเหลือใดๆ แก่กลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งถือเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดตามกฎหมายด้วย โดยขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อร่วมกันนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และคืนควสมสงบสุขสู่สังคมโดยเร็ว

รัฐบาลและกระทรวงกลาโหม จะไม่ยอมให้การใช้ความรุนแรงมากำหนดอนาคตของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจะเดินหน้าปกป้องชีวิตประชาชน รักษาความสงบเรียบร้อย และสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน ด้วยกฎหมาย ความยุติธรรม และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ขณะที่ เวลา 10.40 น. ที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 418 เส้นทางรอยต่อระหว่าง จังหวัดปัตตานี กับ จังหวัดยะลา พื้นที่อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พล.ต.อภินันท์ แจ่มแจ้ง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา และคณะผู้บังคับบัญชา ลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์ โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุมีเจตนาทำลายระบบโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ อาทิ สถานีบริการน้ำมัน และร้านสะดวกซื้อ มุ่งสร้างความรุนแรง ความหวาดกลัว และบ่อนทำลายความสงบสุขในพื้นที่

แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมัน ว่า ให้ยกระดับความปลอดภัยสูงสุด รวมทั้งมอบหมายให้หน่วยกองร้อยป้องกันชายแดน ทำการปิดช่องทางเข้าและออกตลอดแนวชายแดนทั้งหมด เว้นจุดผ่านแดนถาวร โดยบูรณาการร่วมกับศุลกากรและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพิ่มมาตรการตรวจเข้มบุคคลเข้าและออก ส่วนการก่อเหตุที่ขยายวงกว้างมายังพื้นที่เศรษฐกิจนั้น ได้หารือร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อเพิ่มมาตรการเข้มงวดสูงสุด เนื่องจากเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว ส่วนในวันนี้ที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทุกจังหวัดและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จัดชุดดูแลอำนวยความสะดวกตลอดห้วงการเลือกตั้ง

สำหรับพฤติกรรมการก่อเหตุที่มีลักษณะคล้ายกันเกือบทุกจุด ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมโยง ทั้งประเด็นการเมืองท้องถิ่น การเลือกตั้ง การเมืองระดับชาติ หรือการข่มขู่ประชาชน ซึ่งยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง โดยจะมีการประชุมหารือรายละเอียดในเชิงลึกอีกครั้ง

ด้าน กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา รายงานว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เข้าควบคุมสถานการณ์ พร้อมปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัย และอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแสหรือวัตถุต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรง แม่ทัพภาคที่ 4 โทรศัพท์ 061-1732999 หรือสายด่วน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หมายเลข 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของท่านจะถูกปิดเป็นความลับสูงสุด

ขณะที่ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกประกาศฉบับที่ 29/2569 เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หลังสถานการณ์ความไม่สงบยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเหตุลอบวางระเบิดและการก่อความรุนแรงในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ต้องยกระดับการควบคุมพื้นที่ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457

ประกาศระบุว่า การบังคับใช้กฎอัยการศึกในจังหวัดนราธิวาส ครอบคลุมทุกอำเภอ เป็นไปตามประกาศและพระบรมราชโองการก่อนหน้านี้ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่

สาระสำคัญของมาตรการ ประกอบด้วยการเพิ่มความเข้มงวดบริเวณจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย–มาเลเซีย โดยควบคุมการเข้า–ออกของยานพาหนะทุกประเภท การเดินทางของประชาชน และการค้าขายสินค้าทุกชนิด ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

พร้อมกันนี้ มีการประกาศ ห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถาน (เคอร์ฟิว) ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ระหว่างเวลา 21.00–05.00 น. เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครองในพื้นที่

ด้านการปฏิบัติการ หน่วยงานทหารในพื้นที่ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการด้านยุทธการ การตรวจค้น การห้าม และมาตรการด้านความมั่นคง ตามมาตรา 6, 8, 9 และ 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 รวมถึงอำนาจอื่นตามความเหมาะสมของสถานการณ์ เพื่อยุติความรุนแรงและสร้างความสงบเรียบร้อย

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนถูกกำชับให้สนับสนุนการทำงานของฝ่ายทหารอย่างใกล้ชิด ส่วนประชาชนในพื้นที่ขอให้ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ประกาศ ณ วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...