โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รุก ในเงียบ เฉียบ ในเฉย 5 นายพล รบเขมร 'วีระยุทธ-วรยส-สมภพ-เบญจพล-เสด็จ' ส่อง สมรภูมิรบพิเศษ ชิง ผบ.ทบ. และรหัส OV

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 12 ม.ค. เวลา 02.53 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. เวลา 02.53 น.

รายงานพิเศษ

รุก ในเงียบ เฉียบ ในเฉย

5 นายพล รบเขมร

‘วีระยุทธ-วรยส-สมภพ-เบญจพล-เสด็จ’

ส่อง สมรภูมิรบพิเศษ ชิง ผบ.ทบ.

และรหัส OV

สมรภูมิการสู้รบกับกัมพูชา รอบสอง ยาว 20 วัน ที่ผ่านมา ถือเป็นการรบครั้งแรกของ ผบ.เหล่าทัพ ชุดใหม่ ที่ขึ้นมาเมื่อ 1 ตุลาคม 2568 ที่เป็นห้วงของการพักรบและเตรียมพร้อมการรบรอบใหม่ หลังจากที่หยุดยิง รอบแรก เมื่อ 28 กรกฎาคม 2568

ทั้งปลัดกลาโหม ที่เปลี่ยนมาเป็นบิ๊กหนุ่ย พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ และ ผบ.หยอย พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะประธานคณะผู้บัญชาการทางทหาร (คบท.) คุมอำนาจ 4 เหล่าทัพ แต่จะเก็บตัวเงียบ ประชุมวางแผนและบัญชาการรบ อยู่ในที่ตั้ง ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานและสนับสนุนหลักให้กับ ผบ.เหล่าทัพ

รวมทั้ง บิ๊กเฟื่อง หรือ บิ๊กไบร้ท์ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. และ บิ๊กคิม พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. ที่ขึ้นมารับตำแหน่งผู้นำเหล่าทัพใหม่ และนำรบครั้งแรก

ส่วนบิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ นั่งเป็น ผบ.ทบ. สู่ปีที่ 2

และถือเป็นการรบรอบที่สองในฐานะ ทบ.1 แม่ทัพบกใหญ่อีกด้วย

พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ,พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ

จะเห็นได้ว่าผู้นำเหล่าทัพแผงอำนาจชุดใหม่นี้ มักจะเก็บตัวเงียบไม่ค่อยออกสื่อ และไม่ค่อยพูดหรือให้สัมภาษณ์ ซึ่งเป็นสไตล์เดียวกับ พล.อ.พนา ผบ.ทบ. ที่เป็นมาโดยตลอด

กล่าวได้ว่าเป็น ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่ใช้ความเงียบเป็นอาวุธ ไม่ให้ฝ่ายกัมพูชาล่วงรู้ความเคลื่อนไหวและความคิด โดยเฉพาะ พล.อ.อ.เสกสรร ที่ทำหน้าที่บัญชาการ และการตัดสินใจในการใช้กำลังทางอากาศ

โดยเฉพาะในการรบรอบสองนี้กองทัพอากาศได้ปฏิบัติการครั้งสำคัญนอกประเทศที่เรียกว่าเป็นการ “ปฏิบัติการเชิงลึก” เข้าไปในประเทศเพื่อนบ้านโดยมีเป้าหมายทางทหาร กองบัญชาการรบ คลังอาวุธ และกาสิโน ที่ใช้เป็นที่มั่นทางทหาร ที่บัญชาการโดรน และยังเป็นรังของสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์

โดยมี ฮอลีวู้ด บิ๊กเอก พล.อ.อ.ระวิน ถนอมสิงห์ ผบ.คปอ. เพื่อนรักเตรียมทหาร 26 ที่คุมปฏิบัติการทางอากาศในภาพรวมทั้งหมด ใน “ยุทธการ 955” ของกองทัพอากาศ

ขณะที่ ทัพเรือ มี ผบ.ต้น พล.ร.ท.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ผบ.นย.) ในฐานะผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (ผบ.กปช.จต.) บัญชาการอยู่แนวรบตลอด

โดยมี พล.อ.ไพโรจน์ เป็นผู้ร่วมตัดสินใจโดยประสานกับคณะผู้บัญชาการทางทหารตลอด ใน “ยุทธการตราดปราบปรปักษ์” ของกองทัพเรือ

พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ,พล.อ.อ.ระวิน ถนอมสิงห์

ขณะที่ พล.อ.พนา ซึ่งคุมกองทัพบก เหล่าทัพหลักในการสู้รบครั้งนี้ทั้งในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 กองกำลังบูรพา และกองทัพภาคที่ 2 กองกำลังสุรนารี ยังคงสไตล์เดิมคือเก็บตัวเงียบอยู่ในวอร์รูมที่กองบัญชาการกองทัพบก ลงพื้นที่ไปครั้งเดียว เพื่อไปเยี่ยมกำลังพลที่บาดเจ็บ และร่วมงานพระราชทานเพลิงศพทหารผู้สละชีพ

นอกนั้น มอบหมายให้ เสธ.ปูด้วง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก เพื่อนรักเตรียมทหาร 26 ลงพื้นที่แบบรัวๆ เสมือนเป็นตัวแทนไปอยู่แนวหน้ากับ แม่ทัพเติ่ง พล.ท.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ แม่ทัพภาค 2 เพื่อนร่วม ตท.รุ่น 26 เช่นกัน

โดย พล.ท.วีระยุทธ ซึ่งเติบโตมาในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาด้านอีสานใต้ตลอดตั้งแต่เป็นนายทหารเด็กๆ จึงทำให้การวางแผนในภาพรวมทำได้อย่างรอบคอบรัดกุมและมองเห็นช่องว่างช่องโหว่ต่างๆ ในฐานะที่เดินมาตลอดแนวชายแดนในห้วงกว่า 30 ปีของการเป็นทหาร นักรบอีสานใต้

โดยมี ผบ.ภพ พล.ต.สมภพ ภาระเวช เป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ที่เติบโตมาในชายแดนอีสานใต้ ตลอดเช่นกัน เป็นขุนพลเคียงข้างกันในสนามรบ ทั้งในยุทธการยุทธบดินทร์ และยุทธการศตวรรษ ของ ทบ.

พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์,พล.ร.ท.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ

ทั้ง พล.ท.วีระยุทธ และ พล.ต.สมภพ มีสไตล์เดียวกันคือเป็นนายทหารนักรบที่ไม่ค่อยพูด เรียกว่าเป็นพวกพูดน้อยต่อยหนัก และมีความเฉียบขาดและเด็ดขาด ในบางสถานการณ์ก็โหด แบบคาดไม่ถึง

ขณะที่บรรดานายทหารชั้นนายพลที่เป็นระดับรองแม่ทัพภาค 2 ต่างก็ทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนการสู้รบตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในสายงานต่างๆ ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นการปิดทองหลังพระ

แรกที่ขึ้นมาเป็นแม่ทัพภาค 2 พล.ท.วีระยุทธก็ถูกโจมตีไม่น้อยเนื่องจากประชาชนตั้งความหวัง แต่ในห้วงนั้นยังไม่มีการรบ

แต่เมื่อจบสิ้นการรบรอบสอง ทหารไทยสามารถยึดคืนแผ่นดินไทยและรักษาแผ่นดินไทยได้มากกว่า 18 พื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่กองทัพภาค 2 สามารถยึดคืนแผ่นดินไทยได้มากถึงกว่า 1.2 หมื่น ไร่ และมีพื้นที่ปลอดภัยเพิ่มเติมกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ ทำให้เกิดเสียงชื่นชม พล.ท.วีระยุทธอย่างมาก

และได้เห็นภาพการไปอยู่กับลูกน้องที่หน้าแนว ทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งห้วงก่อนการรบ ระหว่างการรบ และหลังการรบ เพราะต้องเตรียมพร้อมสำหรับการรบรอบที่ 3 ที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อเขมรพร้อม

ขณะที่ด้านกองทัพภาค 1 กองกำลังบูรพา จ.สระแก้ว มี แม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาค 1 บัญชาการรบอยู่ในพื้นที่ จ.สระแก้ว โดยมี ผบ.เบญ พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผบ.กองกำลังบูรพา เคียงข้างในการแก้ปัญหาและตัดสินใจในการรบ

จะเห็นได้ว่าภาพรวมของแม่ทัพนายกองที่สู้รบกับกัมพูชา ล้วนเป็นนายทหารที่พูดน้อย แต่มีความเด็ดขาด และถ้าเมื่อไหร่ที่ได้พูด ก็จะเป็นคำพูดที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์กองทัพเลยทีเดียว

พล.ท.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์, พล.ต.สมภพ ภาระเวช

ในจำนวนนายทหารชั้นนายพลที่อยู่ในสนามรบ และถูกจับตามองมากที่สุดในการสู้รบรอบสอง คือ “ผบ.เด็จ” พล.ต.เสด็จ อาคะจักร ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1 (ผบ.พล รพศ.1) แห่งค่ายเอราวัณลพบุรี ที่ สร้างความฮือฮา เมื่อปรากฏภาพในคลิปของ ทบ. นำปฏิบัติการยึดเนิน 677 ช่องอานม้า ที่ถือว่ายาก เพราะมีความสูงชัน และการยึดปราสาทคนา และการยึดเนิน 350 ปราสาทตาควาย และการนำร่าง 2 ทหาร ออกจากพื้นที่ได้สำเร็จ

พล.ต.เสด็จ ท็อปแมนหมวกแดง ถือเป็นตัวท็อป ของทหารรบพิเศษ เพราะนอกจากสมัยเรียน รร.นายร้อย จปร. ผ่านการฝึกหลักสูตร Airborne และหลักสูตร Ranger จู่โจม ของ รร.สงครามพิเศษ เช่นนักเรียนนายร้อย จปร.ทุกคนแล้ว

พอเรียนจบ ก็ไปฝึกหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจม (มนุษย์กบ) หรือหน่วยซีล ทร. ในปี 2538 ซึ่งนับว่าเป็นหลักสูตรที่โหด หินที่สุดในการฝึกของกองทัพไทย

จบแล้วยังไปต่อหลักสูตร Special Forces รบพิเศษสหรัฐ และหลักสูตร Combat Diver สงครามพิเศษ ที่ Fort Bragg สหรัฐอเมริกา ก่อนกลับมาเรียนหลักสูตรการแทรกซึมทางอากาศเบื้องสูง HALO รร.สงครามพิเศษ

ช่วงที่เรียนที่สหรัฐ พล.ต.เสด็จได้รู้จักสนิทสนมกับ ผบ.หน่วยรบพิเศษสหรัฐ ที่คุม Delta Forces ที่เพิ่งปฏิบัติภารกิจจับประธานาธิบดีเวเนซุเอลาอีกด้วย โดยเมื่อมาฝึกหรือประชุมในไทย ก็จะมาพบปะเยี่ยมเยียนเสมอ

พล.ต.เสด็จ อาคะจักร

พล.ต.เสด็จ เป็นเตรียมทหาร 30 จปร.41 และยังไปเรียนต่อปริญญาโทวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต ที่ Central Michigan University สหรัฐอเมริกา หลังจบ รร.เสนาธิการทหารบก รุ่น 81 สอบได้ที่ 1 ได้ทุนไปเรียนหลักสูตร รร.เสนาธิการทหารบก Fort Leavenworth สหรัฐอเมริกา

จากนั้นกลับมาเรียนหลักสูตรวิทยาลัยการทัพบก (วทบ.) ชุดที่ 63 และหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 67

ที่สำคัญ เติบโตมาในเส้นทางเหล็กของทหารหมวกแดง เช่น เคยเป็นผู้บังคับชุดจู่โจม กองพันจู่โจม หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) และผู้บังคับชุดปฏิบัติการรบพิเศษ กองพันรบพิเศษที่ 1 กรมรบพิเศษที่ 1 ผู้บังคับกองร้อยรบพิเศษ กองพันรบพิเศษที่ 1 กรมรบพิเศษที่ 1 หัวหน้าฝ่ายยุทธการ กองพลรบพิเศษที่ 1 ผู้บังคับกองพันรบพิเศษที่ 1 กรมรบพิเศษที่ 3 (รพศ.3 พัน1)

เป็น อาจารย์ รร.เสนาธิการทหารบก

อาจารย์ หัวหน้าแผนกปฏิบัติการพิเศษ รร.สงครามพิเศษ

เสนาธิการกรมรบพิเศษที่ 1 และรองผู้บังคับการ กรมรบพิเศษที่ 1

ขึ้นเป็น ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1, รองผู้บัญชาการโรงเรียนสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ, เสนาธิการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ

และเป็น ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1

พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ ,พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ

ที่สำคัญ ตอนเป็นนายทหารเด็กๆ เคยปฏิบัติราชการสนาม โครงการ 992 ชายแดนประเทศกัมพูชา และราชการสนามโครงการไทยเสรี ชายแดนประเทศกัมพูชา

รวมถึงลงไปปฏิบัติราชการสนาม ชุดควบคุมที่ 953 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2553 และเมื่อขึ้นเป็น ผบ.พล รพศ.1 ตอนนี้ ก็ทำหน้าที่ ผบ.ฉก.สันติสุข ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วย

กล่าวได้ว่า พล.ต.เสด็จครบเครื่อง และเป็นระดับท็อปของรบพิเศษ ที่ถูกจับตามองว่า จะเป็น ผบ.นสศ. ในอนาคต

แต่ต้องเบียดแข่งกับ รองเอิร์ธ พล.ต. อินทนนท์ รัตนกาฬ รุ่นน้อง ตท.31 ที่ขยับจาก ผบ.พล.รพศ.1 ขึ้นเป็น รอง ผบ.นสศ. นำไปหนึ่งก้าวแล้ว ซึ่งเป็นช่วง “คมเฉือนคม” ที่ พล.ต.อินทนนท์ได้ขึ้นเป็น ผบ.พล.รพศ.1 ติดยศ พล.ต. และหน่วยสำคัญก่อน แม้จะเป็นรุ่นน้อง เพราะเดิมในบรรดาทหารหมวกแดง

ก็ลุ้นกันว่าใครจะเป็น ผบ.พล รพศ.1 ก่อน ระหว่าง พล.ต.เสด็จ กับ พล.ต.อินทนนท์

พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ , พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา

ในบรรดาทหารรบพิเศษ ต่างยอมรับว่า พล.ต.เสด็จ และ พล.ต.อินทนนท์ เป็นนายทหารที่เก่งทั้งคู่ โดยเฉพาะ พล.ต.เสด็จ ที่ประวัติไม่ธรรมดา แต่มีอายุราขการ ถึงตุลาคม 2574 เกษียณก่อน พล.ต.อินทนนท์ เกษียณตุลาคม 2575

ขณะที่ พล.ต.อินทนนท์ถูกมองว่ามีคอนเน็กชั่นดีกว่า ในฐานะที่เคยเป็นนายทหารคนสนิทของ บิ๊กแอ้ด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ตั้งแต่ยังเป็น ผบ.นสศ. จนเป็น ผบ.ทบ. และ ผบ.ทหารสูงสุด จนเป็นนายกรัฐมนตรี และผ่านปฏิบัติการสำคัญมาหลายครั้ง และทำงานใกล้ชิดกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่มาหลายคน

และเคยเป็นนายทหารที่ถูกจับตามอง ตั้งแต่เป็นนายทหารเด็กๆ ว่าจะเป็น ผบ.ทบ. ในอนาคต เลยทีเดียว

โดยเฉพาะช่วงเป็นทหารคอแดง ผบ.กรมรบพิเศษที่ 3 รักษาพระองค์ ฉก.ทม.รอ.904 และยังอยู่ใน OV คอนเน็กชั่น (Old Vajiravudh) ที่จบจาก รร.วชิราวุธฯ ซึ่งเป็นที่รู้กันในกองทัพว่า มีนายทหารศิษย์เก่าคนสำคัญที่มีบารมีในกองทัพ และนอกกองทัพ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญ และกลายเป็นรหัสอำนาจที่มาแรง กว่าการจบเตรียมทหารรุ่นเดียวกัน

นอกจากนี้ พล.ต.อินทนนท์ เมื่อครั้งเป็น ผบ.พล รพศ.1 ในการรบกัมพูชา รอบแรก 24-28 กรกฎาคม 2568 นั้น ก็นำทหารรบพิเศษเข้าบุกยึดปลายยอดภูมะเขือ ผลักดันทหารกัมพูชาออกไปได้

พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ รองแม่ทัพภาค 1

เป็นที่คาดกันว่า การที่ พล.ต. อินทนนท์ถูกดันขึ้นมาเป็น ผบ.พล.รพศ.1 และ รอง ผบ.นสศ. ก่อน เพื่อเตรียมให้ขึ้นเป็น ผบ.นสศ. คนต่อไป เพื่อให้ขึ้น 5 เสือ ทบ. และชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. ทัน ในปี 2571-2573 ที่จะมี ผบ.ทบ. มาคั่นอีก 1-2 คนก่อน พล.ต.อินทนนท์ ที่มีอายุราชการถึงตุลาคม 2575 จะชิง ผบ.ทบ. กับแคนดิเดต ในรุ่นราวคราวเดียวกันอีกหลายคน

จากสายวงศ์เทวัญ เช่น ผบ.ด้วง พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ รองแม่ทัพภาค 1 ที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็น ผบ.ฉก.นราธิวาส

รวมทั้ง ผบ.เบญ พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผบ.พล.ร.2 รอ. ที่รับหน้าที่ ผบ.กองกำลังบูรพา บัญชาการการสู้รบ ยึดคืนแผ่นดินไทย ที่บ้านหนองจาน หนองหญ้าแก้ว และบ้านคลองแผง จ.สระแก้ว พล.ต.เบญจพล เป็นรุ่นน้อง ตท.32 แต่อายุรราชการถึงตุลาคม 2575 เท่ากัน

ทำให้จับตามองกันว่า จะมีแค่ 1 คนเท่านั้นที่จะได้เป็น ผบ.ทบ. ที่แต่ละคนล้วนมีความสามารถ

ดังนั้น แบ็กอัพ หรือคอนเน็กชั่นของแต่ละคน จึงเป็นปัจจัยสำคัญ

พล.ต.อินทนนท์ รัตนกาฬ,พล.ต.เสด็จ อาคะจักร

พล.ต.เบญจพล เติบโตมาจาก ร.21 รอ. เป็นสายทหารเสือราชินี บูรพาพยัคฆ์ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร

ส่วน พล.ต.ยอดอาวุธ เติบโตมาจาก ร.31 รอ. เรียกได้ว่าเป็นสายตรง บิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ.

จะเห็นว่า ในบรรดา ตท.30, ตท.31 และ ตท.32 ใครจะเป็นผู้ถูกเลือกนั้น จะต้องดูว่า ก่อนหน้านั้น ใครเป็น ผบ.ทบ.

กล่าวกันว่า หากเป็นไปตามสูตรอำนาจของ ตท.26 พล.อ.พนาวางตัว บิ๊กเต้ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผช.ผบ.ทบ. เพื่อนร่วมรุ่นที่เติบโตมาจากสายทหารรบพิเศษ เคยเป็น ผบ.นสศ. ให้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ต่อจากตนเองที่จะเกษียณตุลาคม 2570 เพราะ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์มีอายุราชการถึงตุลาคม 2571

จากนั้น คาดกันว่าจะเป็น แม่ทัพกอล์ฟ พล.ท.สราวุธ ชัยสิทธิ์ แม่ทัพน้อย 1 แกนนำ ตท.28 ที่เติบโตมาใน พล.1 รอ. และ พล.ร.9 และเคยเป็น ผบ.พล.ร.2 รอ. ที่มีอายุราชการถึงตุลาคม 2573

และจากนั้น จะต่อด้วย พล.ต.อินทนนท์ ที่เกษียณ 2575

แต่หากมีการพลิกผัน ในการโยกย้ายตุลาคม 2570 เพราะยังมี บิ๊กใหญ่ พล.อ.อมฤต บุญสุยา ผช.ผบ.ทบ. แกนนำ ตท.27 จากสายทหารเสือฯ ลูกรัก พล.อ.ประยุทธ์ ที่รอชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. แม้จะมีอายุราชการถึงตุลาคม 2571 เท่านั้นก็ตาม แต่ พล.อ. อมฤต ก็ถือเป็นครีมของรุ่นและเติบโตมาในเส้นทางเหล็กผ่านตำแหน่งสายคอมแมนด์ ทั้ง ผบ.ร.21 รอ. ผบ.พล.ร.2 รอ. และแม่ทัพภาค 1 แต่ก็ต้องชิงชัยกับ ตท.26 อย่างเข้มข้น

ไม่แค่นั้น ยังมีแคนดิเดตสำคัญ จาก ตท.28 อย่าง แม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาค 1 ที่สร้างผลงานจากการยึดคืนแผ่นดินไทยในพื้นที่บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว บ้านคลองแผง จ.สระแก้ว กลับมาได้เป็นพันไร่ โดยได้บัญชาการอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่การสู้รบวันแรก จนมีการหยุดยิง โดย พล.ท.วรยสมีอายุราชการแค่ตุลาคม 2571 เท่า พล.อ. อมฤต

กล่าวกันในทัพภาค 1 ว่า พล.ท.วรยส มีความสนิทสนมใกล้ชิดกับ รองลาภ พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ รองแม่ทัพภาค 1 รุ่นน้องเตรียมทหาร 30 อย่างมาก จนถูกจับตามองว่าถูกวางตัวให้เป็นแม่ทัพภาค 1 คนต่อไป โดยเฉพาะในห้วงการสู้รบกับกัมพูชาตลอด 20 วันที่ พล.ท.วรยสบัญชาการรบอยู่ในพื้นที่ โดยมี พล.ต.สิทธิพรอยู่เคียงข้างตลอด อีกทั้ง พล.ต.สิทธิพรก็อยู่ในเครือข่ายของ OV คอนเน็กชั่น ที่จบจากโรงเรียนวชิราวุธ เพราะหากย้อนดูเส้นทางของ พล.ต.สิทธิพร ก็ไม่ธรรมดา แม้จะเติบโตจาก พล.ร.9 แต่ก็ได้มาเป็น ผบ.พล.1 รอ. และมีอายุราชการตุลาคม 2572

ดังนั้น ในเรื่องขั้ว และสายอำนาจในกองทัพ จึงเป็นปัจจัยที่ไม่อาจมองข้าม เพราะมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่า หรือมากกว่า ผลงานในสนามรบ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รุก ในเงียบ เฉียบ ในเฉย 5 นายพล รบเขมร ‘วีระยุทธ-วรยส-สมภพ-เบญจพล-เสด็จ’ ส่อง สมรภูมิรบพิเศษ ชิง ผบ.ทบ. และรหัส OV

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...