โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

จับตา NSL กำไร Q1/69 กลับมาโต หยวนต้ามองราคาอ่อนตัวเป็นโอกาส

ทันหุ้น

อัพเดต 09 ธ.ค. 2568 เวลา 11.40 น. • เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2568 เวลา 04.30 น.

#ทันหุ้น – บล.หยวนต้า ส่องหุ้น บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NSL คาดกำไรใน Q4/68 ทรงตัว YoY แต่มองว่าหุ้นปรับตัวลงสะท้อนปัจจัยลบไปแล้ว

เบื้องต้นฝ่ายวิจัยคาดรายได้ใน Q4/68 ฟื้นตัว QoQ ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วง High season ของภาคท่องเที่ยว และเติบโต YoY ได้ แต่อาจเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงเป็นระดับ 7-9% จากในช่วง 9M68 ที่โตเด่น 23.0% YoY จากการถูกกดดันจาก “โครงการละครคนละครึ่ง พลัส” ที่ส่งผลให้ยอดขายใน 7-Eleven โตได้น้อยลง ขณะที่ GPM เบื้องต้นคาดระดับ 18.0% ฟื้นตัว QoQ ตามการขยายตัวของ U-rate และไม่มีค่าใช้จ่ายในโรงงานที่สูงเหมือนใน Q3/68 แต่คาดลดลง YoY จากผลของ Product Mix ของธุรกิจ Food service ที่แย่ลง ส่วน SG&A/sales คาดยังลดลงต่อเนื่องทั้ง QoQ และ YoY ตามการทำ Cost efficiency ต่อเนื่อง ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวทำให้เราคาดกำไรปกติใน Q4/68 เบื้องต้นที่กรอบ 145-155 ลบ. โต QoQ แต่ทรงตัว YoY ต่ำกว่าที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ก่อนหน้าที่คาดกำไรจะโตได้ทั้ง QoQ และ YoY อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยมองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงราว 11.0% ใน 3 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนปัจจัยลบดังกล่าวไปแล้ว

คาดกำไรมีโอกาสกลับมาโต QoQ และ YoY ใน Q1/69 ฝ่ายวิจัยคาดกำไรมีโอกาสกลับมาโตทั้ง QoQ และ YoY ใน Q1/69 แม้ผ่านพ้นช่วง High season ใน Q4/68 หนุนจาก 1) การเร่งออกสินค้าใหม่มากขึ้นในกลุ่ม 7-Eleven โดยยังเน้นกลุ่มแซนวิชอบร้อนเป็นหลัก 2) รายได้จากการส่งออกที่กลับมาฟื้นตัว จากการผ่านพ้นช่วง Low season ของธุรกิจส่งออก นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยคาด GPM จะกลับมาฟื้นตัวที่ระดับเหนือ 20% หนุนจากการปรับขึ้นราคาขายสินค้ากลุ่ม Food service เข้ามาชดเชย Product mix ที่อ่อนแอลง

บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี 2569 ที่ระดับ 15% YoY บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี 2569 ที่ระดับ 15% YoY หนุนจาก 1) การขยายสาขาของร้าน 7-Eleven ราว 700 สาขาต่อปี และการเริ่มรับรู้ผลของการขยายกำลังการผลิตในช่วงกลางปี 2569 ช่วยเพิ่มความสามารถในการประมูลงานอื่นๆ นอกเหนือจากกลุ่มแซนวิชอบร้อนมากขึ้น อาทิ กลุ่มขนมหวานหลังจากที่ในปี 2568 บริษัทไม่สามารถเจาะกลุ่มสินค้าดังกล่าวได้ เนื่องจากกำลังการผลิตที่จำกัด 2) ธุรกิจ Food service โตต่อจากการเพิ่มจำนวนลูกค้า และ 3) ธุรกิจส่งออกที่โตจากลูกค้าในสหรัฐฯ ที่ยังขยายยอดสั่งซื้อต่อเนื่อง แม้ต้นทุนการนำเข้าจะสูงขึ้นจากภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariff) สะท้อนถึงอุปสงค์ที่ยังแข็งแกร่ง ซึ่งเป้าหมายของบริษัทสูงกว่าประมาณการรายได้ของฝ่ายวิจัยเล็กน้อยที่คาดโต 12.1%

คงประมาณการและราคาเหมาะสมที่ 39.50 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” แม้แนวโน้มกำไรใน Q4/68 อ่อนแอกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ก่อนหน้า แต่เนื่องจากประมาณการกำไรปี 2568 เดิมของฝ่ายวิจัยตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ค่อนข้าง Conservative ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปี 2568-2569 ที่ 612 ลบ. (+13.2% YoY) และ 691 ลบ. (+12.8% YoY) รวมถึงยังคงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2568 ไว้ที่ 39.50 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PER68-69 เพียง 11.8 เท่า และ 10.5 เท่า ตามลำดับ

คงคำแนะนำ “ซื้อ” ขณะที่ประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างไทย-กัมพูชามองกระทบจำกัด เนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนรายได้ค่อนข้างต่ำเพียง 1-3% ซึ่งไม่มีนัยสำคัญ รวมถึงพนักงานในโรงงานทั้งหมดถูกเปลี่ยนมาเป็นพนักงานชาวเมียนมาทั้งหมดตั้งแต่ช่วง Q3/68 ที่ผ่านมา

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...