โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“บิตคอยน์” ดิ่งต่ำกว่า 91,500 ดอลลาร์ นักลงทุนเทขาย ตลาดหวั่นร่วงแตะ 80,000 ดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 พ.ย. 2568 เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2568 เวลา 03.17 น.

"บิตคอยน์" ดิ่งต่ำกว่า 91,500 ดอลลาร์ นักลงทุนเทขาย บริษัทคริปโตฯถูกกดดันให้ขายสินทรัพย์เพื่อพยุงงบดุล ตลาดหวั่นร่วงแตะ 80,000 ดอลลาร์

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.21 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บิตคอยน์ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดของโลก ร่วงลงต่ำกว่า 91,500 ดอลลาร์ ในวันจันทร์ ทำให้การเทขายครั้งล่าสุดลบกำไรทั้งหมดที่สะสมมาตลอดทั้งปี ขณะเดียวกันในตลาดออปชัน นักลงทุนเริ่มเปิดสถานะขาลงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเชื่อว่าการร่วงครั้งนี้ยังไม่จบ ขณะที่ผู้เล่นรายใหญ่เริ่มถอนตัวออกจากตลาด

การเปลี่ยนแปลงของความเชื่อมั่นเกิดขึ้นรวดเร็วและรุนแรง ความต้องการออปชันเพื่อป้องกันการปรับลง โดยเฉพาะในระดับราคา 90,000 ดอลลาร์, 85,000 ดอลลาร์ และ 80,000 ดอลลาร์ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ออปชันเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่กำลังจะหมดอายุภายในเดือนนี้มีการซื้อขายอย่างคึกคัก ตามข้อมูลจาก Deribit แพลตฟอร์มออปชันที่ Coinbase เป็นเจ้าของ

หลังจากนักลงทุนเพิ่งได้กำไรจากบิตคอยน์เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน บัดนี้พวกเขาซื้อสัญญามูลค่ามากกว่า 740 ล้านดอลลาร์ เพื่อเดิมพันว่าราคาจะลงต่อจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ซึ่งสูงกว่าความสนใจในสถานะขาขึ้นอย่างมาก

คริส นิวเฮาส์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Ergonia บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านดีไฟ กล่าวว่า “ความต้องการซื้อบิตคอยน์จริงจากความเชื่อมั่นเริ่มหายไปอย่างเห็นได้ชัด หลังจากผู้ที่สะสมเหรียญในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเจอกับต้นทุนที่สูงกว่าราคาในตลาดตอนนี้มาก”

แรงกดดันรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นกับบริษัทที่เรียกว่า digital-asset treasuries คือบริษัทที่สะสมคริปโตจำนวนมากตั้งแต่ต้นปีเพื่อให้ราคาหุ้นสะท้อนการถือครองดังกล่าว แม้ไมเคิล เซย์เลอร์ แห่ง Strategy Inc. เพิ่งซื้อบิตคอยน์เพิ่มอีก 835 ล้านดอลลาร์ แต่นักลงทุนองค์กรรายอื่น ๆ กลับถูกกดดันให้ขายสินทรัพย์เพื่อปกป้องงบดุลของตน

แรงขายเหล่านี้ได้สร้างเพดานทางจิตวิทยาให้ตลาด คือมีนักลงทุนจำนวนมากที่ขาดทุนหนักพอจนไม่กล้าซื้อเพิ่ม แต่ก็ยังไม่พร้อมขายขาดทุน

ดัชนีความเชื่อมั่นของ CoinMarketCap ซึ่งประเมินจากโมเมนตัมราคา ความผันผวน อนุพันธ์ และปัจจัยอื่น ๆ บ่งชี้ว่าผู้เข้าร่วมตลาดคริปโตเข้าสู่ภาวะความกลัวขั้นรุนแรง (extreme fear)

แรงกดดันด้านเศรษฐกิจมหภาคยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญ นักลงทุนจับตาผลประกอบการของ Nvidia ที่จะประกาศในวันพุธ ซึ่งถือเป็นหุ้นชี้นำความเสี่ยงของตลาดเทคและสินทรัพย์เก็งกำไร ขณะเดียวกันความคาดหวังเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยของเฟดในเดือนธันวาคมเริ่มเปลี่ยนไป แม้ดัชนี S&P 500 จะร่วงกว่า 1% ซึ่งยิ่งถ่วงสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท

อดัม แมคคาร์ธี นักวิเคราะห์จาก Kaiko กล่าวว่า “ผมคิดว่าเฟดและกระแสพูดถึงฟองสบู่ AI เป็นสองปัจจัยลบใหญ่สำหรับคริปโตจนถึงสิ้นปี …ความเสี่ยงด้าน AI กระทบต่อความเชื่อมั่นโดยรวม และเมื่อรวมกับถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่ FOMC คุณจะเห็นแนวโน้มขาลงที่ชัดเจนสำหรับบิตคอยน์”

ฝั่งอีเธอร์ (Ether) ยิ่งอ่อนไหวกว่าบิตคอยน์ โดยราคาร่วงสู่ 2,975 ดอลลาร์ ทำให้ราคาโดยรวมลดลงถึง 24% นับตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม

เกร็ก มากาดินี ผู้อำนวยการฝ่ายอนุพันธ์ของ Amberdata กล่าวว่า “อีเธอร์มีความเสี่ยงมากที่สุด เพราะบริษัท digital-asset treasury หลายแห่งตอนนี้มีต้นทุนที่สูงกว่าราคาในตลาดอย่างมาก”

ตลาดคริปโตฯ โดยรวมสั่นสะเทือนตั้งแต่แรงเทขายอย่างหนักในช่วงต้นเดือนตุลาคม ซึ่งล้างมูลค่าคริปโตฯ ออกไปกว่า 19,000 ล้านดอลลาร์ ยอดเปิดสัญญาฟิวเจอร์สลดลง โดยเฉพาะในเหรียญรองอย่าง Solana ซึ่งสถานะเปิดลดลงมากกว่าครึ่ง ตามข้อมูลจาก Coinglass

โธมัส เพอร์ฟูโม นักเศรษฐศาสตร์ของ Kraken กล่าวว่า “บรรยากาศความเสี่ยงถูกกดดันอย่างชัดเจน และลามมาถึงตลาดคริปโตที่ความเชื่อมั่นเปราะบางอยู่แล้ว การร่วงลงรอบนี้สะท้อนแรงกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคมากกว่าปัญหาเชิงโครงสร้างของคริปโต”

ณ เวลา 08.21 น. ในสิงคโปร์ ราคา บิตคอยน์อยู่ที่ 91,970 ดอลลาร์ และ อีเธอร์อยู่ที่ 3,020 ดอลลาร์

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ คริปโทเคอร์เรนซี ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...